ชาวนาในพื้นที่ตำบลทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ต่างพากันไถปรับหน้าดิน และหวานเมล็ดข้าวบนผืนดินที่แห้ง ซึ่งชาวนาเรียกวิธีนี้ว่า หว่านแห้ง ในพื้นที่นาของตน หลังจากที่เข้าสู่ช่วงฤดูทำนาปีมาเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีน้ำเพียงพอในการปลูกข้าว เนื่องจากปีนี้ฝนทิ้งช่วงนานจึงทำให้น้ำในคลองธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เหลือน้อย โดยเฉพาะน้ำแม่น้ำยมซึ่งเป็นเหมือนเส้นเลือดหลักของชาวสุโขทัย ที่ปัจจุบันแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้

นางสำอาง ศรีทรัพย์ อายุ 65 ปี ที่อยู่ ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ทุกปีจะตนหว่านข้าวนาปีตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน แต่ปีนี้ฝนทิ้งช่วงนานทำให้น้ำในคลองต่างๆ แห้งขอด ไม่สามารถสูบขึ้นมาบนที่นาเพื่อใช้ในการทำนาได้ แต่หากรอนานกว่านี้ก็จะเก็บเกี่ยวไม่ทันฤดูเก็บเกี่ยว  

 

จึงตัดสินใจหว่านแห้ง และเสี่ยงรอฝนที่อาจจะตกลงมาบ้างในช่วงนี้ นางสำอาง กล่าวอีกว่า รู้ว่าเสี่ยงมากแต่ก็ต้องลองดู โดยในปีนี้ตนปลูกข้าวจำนวน 15 ไร่ ลงทุนไปกว่า 20,000 บาท ซึ่งเมล็ดข้าวที่หว่านลงไปจะทนแล้งอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือนครึ่ง ถ้าไม่มีฝนตกลงมาคาดว่าข้าวที่หว่านไว้จะต้องเสียหายแน่นนอน

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย