วันที่ 29 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์รายหนึ่งโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า “คุณวรดร เป็นคนไข้ที่เราดูแลมาตั้งแต่ มกราคม 2563 อยู่ที่ตึกศัลยกรรมกระดูกชาย รพ.เพชรบูรณ์ อยากเชิญชวนทุกท่าน ร่วม สมทบทุนคนละเล็กละน้อยเพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจ ราคาสี่แสนห้าหมื่นบาท เพื่อต่อลมหายใจ ให้คุณ วรดร สุขใส ผู้ประสบอุบัติเหตุ จนทำให้ เส้นประสาทไขสันหลังไม่ทำงาน ส่งผลให้ หายใจไม่ได้ตลอดชีวิต แต่สมองยังรับรู้ดีทุกอย่าง ขณะนี้นอนใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ที่ รพ. เพชรบูรณ์และไม่มีอนาคตว่า จะได้กลับบ้าน เพราะยังไม่มีเครื่องช่วยหายใจ เขาอยากกลับไปนอนหายใจกับเครื่องที่บ้าน เราต้องช่วยกัน โดย รวมสมทบทุนบริจาค เข้า บัญชี เงินบริจาค รพ. เพชรบูรณ์ ตามที่แจ้งไว้ เมื่อได้ครบจำนวน ทาง รพ. จะปิดรับ บริจาคและจะแจ้งให้ทราบ อีกทีนะคะท่านที่บริจาค 1,000 บาทขึ้นไป ถ้าต้องการใบอนุโมทนาบัตร ให้ส่งหลักฐานการโอนไปที่ ID line :nisacholnurse นะครับ มาช่วยกันครับ เขาจะเป็นคนแรกของเพชรบูรณ์ ที่มีการต่อลมหายใจที่บ้าน แบบครบวงจร เพื่อให้คุณ วรดร มีลมหายใจอยู่ต่อไป ภาพที่ลงทั้งหมด ได้รับอนุญาตจากคนไข้และภรรยาของคนไข้ ตามลายลักษณ์อักษรที่แนบมาแล้วครับ ปล.ท่านที่บริจาคแล้วรบกวนส่งสลิปมาที่  line id:nisacholnurse หรือ แชทได้เลยคะ เพื่อเป็นหลักฐานทางการเงิน รบกวนจริงๆ คะ" จึงเดินทางไปตรวจสอบพบนายวรดร สุกใส อายุ 39 ปี นอนรักษาตัวอยู่บนเตียงผู้ป่วยและต้องเจาะที่บริเวณลำคอเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจ โดยมี น.ส.วัฒนา ศรีพุทธา อายุ 42 ปี ภรรยาคอยดูแลอย่าไม่ห่าง

นายแพทย์โกศล โลเกศเสถียร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่าพร้อมกับเปิดเผยว่าคนไข้ประสบอุบัติเหตุกระโดดน้ำแล้วหัวไปกระแทกพื้นสมองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย กระดูกสันหลังระดับคอได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสูงส่งผลให้แขนและขาทั้งสองข้างอ่อนแรง อีกทั้งเมื่อแรกรับคนไข้มีภาวะหัวใจหยุดเต้นจึงได้ใช้ท่อช่วยหายใจและปั๊มหัวใจจนคนไข้มีสัญญาณชีพกลับคืนมา แต่เส้นประสาทที่ควบคุมกระบังลมได้รับความเสียหายจึงทำให้คนไข้ไม่สามารถหายใจเองได้ จึงต้องทำการเจาะคอเพื่อช่วยหายใจ ขณะนี้ได้ดำเนินการรักษาตามอาการควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัด  แต่ทั้งนี้คนไข้จะต้องใช้เครื่องหายใจไปตลอดชีวิต ความหวังสุดท้ายของคนไข้คืออยากกลับไปนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

น.ส.วัฒนา ศรีพุทธา อายุ 42 ปี ภรรยาของคนไข้เปิดเผยว่าหลังจากที่สามีประสบอุบัติเหตุตนจะต้องเทียวเดินทางจากบ้านมาดูแลสามีที่โรงพยาบาลทุกวันระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร โดยก่อนหน้านั้นต้องลางานเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน หากได้รับเครื่องช่วยหายใจไปนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านก็จะสามารถแบ่งเบาภาระได้ แต่ทั้งนี้ตนและครอบครัวไม่มีความสามารถที่จะซื้อเครื่องดังกล่าวเนื่องจากมีราคาที่ค่อนข้างสูง จึงอยากจะบอกบุญมายังผู้ใจบุญขอรับบริจาคเพื่อนำไปซื้อเครื่องช่วยหายใจให้สามีนำไปใช้ชีวิตในบั้นปลายที่บ้าน ก็จะทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตที่ดี ญาติ ๆ ก็สามารถช่วยกันดูแลได้อย่างใกล้ชิด ถือเป็นการอยู่กับครอบครัวในวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งหากไม่ได้ใช้เครื่องนี้แล้ว ก็จะนำเครื่องดังกล่าวมาไว้ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์เผื่อมีผู้ป่วยรายอื่น ๆ จะต้องใช้ในการรักษาต่อไป

ด้าน น.ส.นงลักษณ์ ลีกีรติกุล หัวหน้าหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกชาย เปิดเผยว่าเมื่อก่อนคนไข้มีความเครียดมากเนื่องจากจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและจะต้องนอนโรงพยาบาลตลอดชีวิต แต่ขณะนี้คนไข้มีกำลังใจและสุขภาพจิตที่เข้มแข็งหลังจากทราบว่านายแพทย์เพียรศักดิ์ แซ่หว่อง กุมารแพทย์ด้านระบบทางเดินหายใจในเด็ก กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ซึ่งมีความเชียวชาญและทำโครงการจัดหาเครื่องช่วยหายใจให้ผู้ป่วยไปหายใจที่บ้าน ได้ทราบเรื่องราวและได้ให้การช่วยเหลือระดับหนึ่ง โดยการขอรับบริจาคจากผู้ใจบุญเพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจมูลค่าสี่แสนห้าหมื่นบาท ขณะนี้มีผู้บริจาคมาแล้วประมาณ 1.6 แสนบาท ยังคงเหลือประมาณ 2.9 แสนบาท โดยสามารถบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 614–0–76611–7 ชื่อบัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เมื่อโอนแล้วรบกวนส่งสลิปมาที่  line id:nisacholnurse หรือ แชทเฟสบุคชื่อ Nisa Nicha Wasan และหากท่านใดบริจาคตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปสามารถขอใบเสร็จหรือใบอนุโมทนาบัตรเพื่อนำไปประกอบในการลดหย่อนภาษีได้

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์