คมชัดลึกออนไลน์ 1 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ไลฟ์สไตล์

ไวรัสโคโรนาในแมว

21 มีนาคม 2563 - 07:59 น.
พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง
ไลฟ์สไตล์

Shares :
เปิดอ่าน 2,917 ครั้ง

คอลัมน์ - พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง โดย - นสพ.วิรัช ธนพัฒน์เจริญ หรือ หมอเล็ก  [email protected] 


  สวัสดีครับ ช่วงนี้เราได้รู้จักไวรัสโรนากันทั่วโลกและเป็นไวรัสที่สร้างปํญหามากในปัจจุบัน

วันนี้หมอจะพูดถึงเรื่องไวรัสโคโรนาที่มีผลทำให้แมวเป็นโรคช่องท้องอักเสบที่มีอันตรายถึงตายครับ

 

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว หรือเรียกย่อๆ ว่า FIP นี้ จะเกิดขึ้นได้กับแมวและลูกแมว โดยเชื้อไวรัสโคโรนาติดต่อระหว่างแมวผ่านการสัมผัสอุจจาระที่มีเชื้อ หรือเวลาที่แมวแต่งขนให้กัน การใช้กระบะทราย ชามอาหาร น้ำ หรืออุปกรณ์แต่งขนร่วมกัน

ไวรัสโคโรนาในแมวมีอยู่ 2 ชนิด คือไวรัสโคโรนาที่ลำไส้จะอยู่ในลำไส้เป็นหลัก ไวรัสจะมีการแบ่งตัวในลำไส้และทำให้ท้องเสียมักเกิดในลูกแมวยิ่งถ้าเลี้ยงรวมกับแมวตัวอื่นๆ


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

ส่วนไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรค FIP เป็นไวรัสที่มีการกลายพันธุ์จากไวรัสโคโรนาที่ลำไส้ ซึ่งยังไม่สามารถสรุปลักษณะและเหตุของการกลายพันธุ์

อาการของแมวที่เป็นโรค FIP คือ มีไข้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องเสีย บางรายอาจชัก หลายท่านสงสัยว่ามีวัคซีนเฉพาะหรือไม่ มีครับแต่ยังป้องกันไม่ได้ผลดีมากเหมือนวัคซีนอื่นๆ ที่ใช้กันในโรคต่างๆ และไม่ได้อยู่ในวัคซีนพื้นฐานเหมือนวัคซีนป้องกันโรคหัดและการตรวจหาโรคก็ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นไวรัสโคโรนาที่ลำไส้หรือไวรัสโคโรนาที่ทำให้เป็น FIP ซึ่งสัตวแพทย์จะต้องวินิจฉัยจากปัจจัยต่างๆ ร่วมด้วย

    ทางการแพทย์ได้ค้นพบไวรัสชนิดนี้มานานแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ.1963 มีการติดเชื้อได้ทั่วโลก ไวรัสโคโรนาในแมวมีชื่อว่า Feline coronavirus หรือ FCoV เป็นไวรัสที่ติดต่อระหว่างแมว เชื้อไวรัสตัวนี้ติดได้ง่ายจากการเลี้ยงแมวในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้กระบะทรายร่วมกันหลายตัว การเลี้ยงรวมกันอย่างหนาแน่น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แมวเกิดความเครียดและเป็นผลทำให้ติดเชื้อไวรัสง่ายขึ้นเนื่องจากการแพร่ของเชื้อเกิดได้จากการกินน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อไวรัสปนอยู่ รวมไปถึงปัจจัยช่วงอายุมีผลเช่นกัน พบว่าช่วงอายุที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสได้ง่ายคือแมวอายุน้อยกว่า 2 ปี และแมวแก่อายุมากกว่า 17 ปี เพราะเป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่แข็งแรง

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการเลี้ยงและดูแลที่ถูกสุขลักษณะเพื่อให้แมวมีสุขภาพแข็งแรง และการสังเกตเมื่อเกิดความผิดปกติ เพื่อที่จะทำการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที เพราะโรคนี้อันตรายมากครับ

สมาชิกคนรักสัตว์อย่าลืมหมั่นหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ประเภทที่เราเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอนะครับ คอลัมนี้เราก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันนะครับ

พบกันเสาร์หน้า สวัสดีครับ

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ