หากพูดถึงอาหารสไตล์ “ฝรั่งเศส” ส่วนใหญ่ไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ถ้ากล่าวถึงอาหารสไตล์ “นอร์ดิก” เข้าใจว่าน่าจะที่รู้จักกันในกลุ่มเฉพาะคนเลิฟอาหารยุโรปเท่านั้น แต่สำหรับสัปดาห์นี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับร้านอาหาร สตาช (Stage แปลว่า เด็กฝึกงาน) ร้านอาหารแคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง สไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ผสมผสานเทคนิคการทำอาหารจาก ทั่วทุกมุมโลกโดย “เชฟเจย์” สายนิสา แสงสิงแก้ว (เชฟ/เจ้าของ) นำทีมอดีตทีมเชฟเบื้องหลัง L’Atelier de Joel Robuchon กรุงเทพฯ เปิดให้บริการในคอนเซปต์ “นอร์ดิก” ที่ได้แรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายและความโมเดิร์นของสแกนดิเนเวีย มาดัดแปลงและครีเอทเป็นเมนูผ่านเทคนิคการทำอาหารสไตล์ฝรั่งเศสเช่นเคย

"สตาช" อร่อยสไตล์ "แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง"

สไตล์การตกแต่งแบบสแกนดิเนเวียนผสมผสานกับปารีเซียง ชิค

         ภายในร้านซึ่งตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียนผสมผสานกับปารีเซียง ชิค เน้นความเรียบหรูด้วยวัสดุจากไม้เป็นหลักเพื่อให้ดูผ่อนคลาย ได้จัดสรรพื้นที่เพื่อรองรับลูกค้าได้ 30 ที่นั่ง พร้อมโซนกึ่ง ไพรเวท เชฟ เทเบิ้ล ให้สามารถมองเห็นทีมเชฟทำงานในครัวเปิดได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใส “เชฟเจย์” สายนิสา เล่าว่า ทางร้านเสิร์ฟอาหารสไตล์ฝรั่งเศส เน้นการใช้เทคนิคอันซับซ้อนและชูวัตถุดิบชั้นดี ให้มีความโดดเด่น นอกจากนี้ยังเลือกใช้เทคนิคการทำอาหารและนำเสนอรสชาติอันหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงเลือกใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียมของเอเชียมาผสมผสานอีกด้วย อาหารแต่ละจานจึงถูกถ่ายทอดมาในแบบมินิมอล แต่บ่งบอกถึงเทคนิคที่ซับซ้อนและแฝงไว้ด้วยรายละเอียดมากมาย

"สตาช" อร่อยสไตล์ "แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง"

“เชฟเจย์” สายนิสา ขณะรังสรรค์เมนูเป๋าฮื้อจากเกาหลี

"สตาช" อร่อยสไตล์ "แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง"

เมล็ดแคร็กเกอร์ 5 ชนิด เสิร์ฟมาพร้อม คอมบูชา ในจานกินเล่น

         “สตาช” เสิร์ฟเฉพาะ “เทสติ้ง เมนู” มีให้เลือกทั้งแบบจำนวน 4 คอร์ส, 6 คอร์ส และ “สตาช เอ็กซ์พีเรียนซ์” 10 คอร์ส ประกอบด้วย “จานกินเล่น” เน้นความสดชื่นจากเมล็ดแคร็กเกอร์ 5 ชนิด เสิร์ฟมาพร้อม คอมบูชา, “ฟรอม เดอะ ซี” มีให้ลิ้่มรส 2 จาน ได้แก่ จานปลาหมึก โดยปลาหมึกนำไปตุ๋นและย่าง จากนั้นนำไปสไลซ์บางๆ คลุกกับกับสาหร่ายซึ่งผ่านการตุ๋นในดาชิ แล้วท็อปปิ้งด้วยเจลเสาวรส, ถั่วทะเล, โรยผงสาหร่ายด้านบน, และ จานไข่หอยเม่น พันธุ์ Bafun มาพร้อม เนื้อปูบราวน์ แครบ จากฝรั่งเศส เสริฟ์พร้อมข้าวโพดฮอกไกโด ด้านบนเป็นวานิลลาโฟม ต่อเนื่องความอร่อยด้วย “จานปลา” เรียงหน้ามาให้อร่อยถึง 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ท้องทูน่าสีขาว, ปลาเทราต์ และ ปลาแมคเคอเรล ซึ่งถูกนำไปปรุงสามแบบ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง...เสียงคนชอบกินปลาบอกว่า เริ่ด!!

"สตาช" อร่อยสไตล์ "แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง"

จานปลาหมึก...ฟรอม เดอะ ซี

"สตาช" อร่อยสไตล์ "แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง"

ไข่หอยเม่น พันธุ์ Bafun มาพร้อม เนื้อปูบราวน์ แครบ จากฝรั่งเศส

        จากทะเลขึ้นฝั่ง “ฟรอม เดอะ แลนด์” มีคู่พระนางเป็นเนื้อกวางและเนื้อกระต่าย คือ Venison tartare และ Rabbit ให้เลือกจานใดจานหนึ่ง ส่วนไฮไลท์ของคอร์สนี้ขอยกให้กับจาน “กุ้งแดงสเปนเสิร์ฟคู่ข้าวฮาง” เก๋ๆ กับคอนเซ็ปต์ความยั่งยืนและไร้ขยะ โดย กุ้งแดงสเปน เสิร์ฟแบบดิบ บรัชด้วยน้ำมันมะกอกที่ใส่กับผลไม้รสเปรี้ยว นำเปลือกกุ้งไปต้มทำเป็นน้ำสต็อกสำหรับหุงข้าวฮาง ซึ่งเป็นข้าวที่กึ่งๆ ข้าวหอมและข้าวเหนียว มีความหนึบๆ จากนั้นจึงนำมาผัดกับมันกุ้ง ส่วนเปลือกหัวนำไปปรุงรสทอดกรอบให้เคี้ยวเล่นเพลินๆ

"สตาช" อร่อยสไตล์ "แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง"

เนื้อกระต่ายคลุกสมุนไพรทอด เสิร์ฟพร้อมแครรอทและซอส

"สตาช" อร่อยสไตล์ "แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง"

คาเวียร์ บัน หรือ ขนมปังไส้คาเวียร์เยิ้ม

"สตาช" อร่อยสไตล์ "แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง"

"มีท ลอฟ" ก้อนเนื้อสองสัญชาติท็อปปิ้งด้วยแบล็ค ทรัฟเฟิล

         อีกหนึ่งสีสันในคอร์ส “สตาช เอ็กซ์พีเรียนซ์” ได้แก่ Caviar Bun ขนมปังไส้คาเวียร์เยิ้ม ซึ่งข้อควรระวังสำหรับจานนี้ คือคุณต้องค่อยๆ บรรจงฉีกขนมปัง หากไม่เช่นนั้นคาเวียร์สโมคที่นำมาผสมกับบัตเตอร์มิลค์ อาจไหลพรวดลงจานเป็นอันหมดอร่อย ส่วน “เป๋าฮื้อจากเกาหลี” จานนี้นอกจากรสชาติดียังมีคุณประโยชน์ตามความเชื่อของโลกตะวันออกบอกว่าช่วยเสริมพลกำลังได้ดีนักเชียว ขณะที่ “มีท ลอฟ” น่าจะถูกใจชาวมีทเลิฟเวอร์ เพราะคุณจะได้เจอกับรสชาติละมุนลิ้นของเนื้อญี่ปุ่นและออสเตรเลียปรุงรสผสานด้วยกลิ่นหอมกรุ่นจากแบล็ค ทรัฟเฟิล...เด็ดมั้ยล่ะ???

"สตาช" อร่อยสไตล์ "แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง"

Granny Smith / Bee Pollen

"สตาช" อร่อยสไตล์ "แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง"

รถเข็นขนมหวาน

         อิ่มเอมกับจานหลักไปแล้ว ในส่วนของขนมหวานนั้นดูแลโดย “เชฟจ๋า” เรขา ลิมปิชาติ ซึ่งเมนูขนมหวานต่างๆ ในซีซั่นนี้ก็ได้แรงบันดาลใจและเน้นใช้วัตถุดิบที่สื่อถึงคอนเซปต์นอร์ดิกเช่นกัน อาทิ Granny Smith / Bee Pollen และขนมชิ้นเล็กๆ หลากเมนูที่สามารถเลือกได้จาก รถเข็นขนมหวาน (Dessert Trolley) ขนมหลากหลายชนิดที่ได้แรงบันดาลใจจากสไตล์นอร์ดิก พิเศษที่ทางร้านจัดทำขึ้น

        ทั้งนี้ “สตาช” จะเปลี่ยนแปลงเมนูทุก 2 เดือนตามวัตถุดิบที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้นๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเหมือนได้ลิ้มรสชาติอาหารใหม่ๆ ไม่จำเจในทุกครั้งที่กลับมา โดยร้านอยู่ในซอยเอกมัย เปิดบริการวันพุธ-วันจันทร์ 18.00–24.00 น. (เปิดรับจองโต๊ะถึงเวลา 21.30 น.) และปิดบริการทุกวันอังคาร โทร.0-2002-5253; อีเมล: [email protected]