royal coronation
คมชัดลึกออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ไลฟ์สไตล์

ท่องทะเลเจดีย์ชมวิถีแห่งศรัทธา@"พุกาม"

14 กุมภาพันธ์ 2563 - 00:05 น.
พุกาม,เจดีย์ชเวสิกอง,วัดสัพพัญญู,วัดอนันดา,วิหารธรรมยันจี,เมืองแห่งทะเลเจดีย์
ไลฟ์สไตล์

Shares :
เปิดอ่าน 302 ครั้ง

เรื่อง โดย วันวิสา โรจน์แสงรัตน์


          ทุกครั้งที่มีโอกาสไปเที่ยวเมียนมาร์ ไม่ว่าจะเป็นเมืองใดก็ตามเราจะสัมผัสได้ถึงแรงศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าของผู้คนที่นั่น “พุกาม” ก็เช่นกันเป็นอีกเมืองสำคัญที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นแหล่งมรดกโลก พุกามได้ชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งทะเลเจดีย์” หรือ “ดินแดนแห่งเจดีย์” นั่นเพราะในสมัยที่อาณาจักรพุกามรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากถึง 4,446 องค์ถูกสร้างขึ้นบนที่ราบแห่งนี้ โดยธรรมเนียมการสร้างเจดีย์ เจดีย์องค์ใหญ่สุดจะเป็นเจดีย์ที่กษัตริย์ทรงสร้าง และองค์ที่มีขนาดเล็กถัดมา เป็นการสร้างโดยเหล่าขุนนาง อำมาตย์ ลดหลั่นลงมาตามบรรดาศักดิ์ แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียง 2,217 องค์ แต่ก็ยังไม่ลบสถิติของเมืองโบราณที่มีเจดีย์มากที่สุดในโลก

เจดีย์ชเวสิกอง

องค์เจดีย์ชเวสิกองกลับหัว

           จากจำนวนเจดีย์ที่ยังมีมากมายนี้เองหากจะให้เดินชมทัั้งหมดคาดว่าจะต้องใช้เวลาหลายวันจึงจะทั่วถึง วันนี้จึงอยากพาไปชมเฉพาะจุดไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมายังพุกามแล้วไม่ควรพลาด ก่อนอื่นต้องพาไปสักการะเจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวซีโกน หรือ เจดีย์ชเวสิกอง ซึ่งชาวเมียนมาร์เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เป็นสถูปดั้งเดิมของพม่าโดยแท้ สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม ในปี พ.ศ.1602–1603 และเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ.1645 เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุจากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ใช้เป็นทั้งที่ประชุมสวดมนต์และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกาม ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาพระเจดีย์ได้รับความเสียหายจากการเกิดแผ่นดินไหวและภัยพิบัติทางธรรมชาติจำนวนมากและได้รับการบูรณะใหม่หลายครั้ง ในการบูรณะเมื่อเร็วๆ นี้ มีการบูรณะโดยใช้แผ่นทองแดงกว่า 30,000 แผ่น อย่างไรก็ตามฐานระเบียงเจดีย์ระดับล่างยังคงอยู่ในรูปแบบเดิม ส่วนบริเวณด้านข้างองค์เจดีย์ตรงจุดที่วางดอกไม้สักการะ จะมีแอ่งน้ำขนาดเล็ก จากจุดนี้เมื่อมองลงไปจะเป็นองค์เจดีย์กลับหัว สวยงามไปอีกแบบ

วัดสัพพัญญู 

          จุดถัดมาถือเป็นเจดีย์ที่สูงสุดภายใน วัดสัพพัญญู ซึ่งมีความสูงประมาณ 61 เมตร พระเจ้าอลองสิทธูทรงสร้างวัดนี้ขึ้นกลางศตวรรษที่ 12 ตัววิหารชั้นบนสร้างเป็นทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ด้านในวิหารกลวงซ้อนอยู่ บนวิหารชั้นล่างที่มีขนาดใหญ่กว่านับเป็นเอกลักษณ์ของวัดพม่าโดยเฉพาะต่างจากวัดมอญที่นิยมสร้างเป็นวิหารชั้นเดียว วัดสัพพัญญูแบ่งเป็น 5 ชั้น เดิมทีเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปด้านบนได้ นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาชมพระอาทิตย์ตกกันอย่างคับคั่งเพราะสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรวมของเมืองพุกาม เราจึงมักคุ้นตากับภาพทิวทัศน์ของเมืองพุกามที่ถ่ายจากลานเจดีย์สัพพัญญูแห่งนี้ แต่เมื่อปี พ.ศ.2559 เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ทางตอนกลางของพม่าสร้างความเสียหายครั้งใหญ่แก่พุกาม วัดเกือบ 400 แห่งได้รับความเสียหาย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทางการเมียนมาร์จึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวปีนขึ้นไปถ่ายรูปบนองค์เจดีย์อีกต่อไป

เจดีย์วัดอนันดา

อีกมุมของวัดอนันดา 

          ส่วนเจดีย์ที่สวยงามอลังการสุดๆ ต้องยกให้ เจดีย์วัดอนันดา เป็นวัดในเขตเมืองเก่าพุกามที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากทางด้านสถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์มากที่สุด มีลักษณะเด่นคือตัวเจดีย์ที่เป็นสีขาว มีพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส และมีซุ้มประตูยาวสี่ด้านขนาดเท่ากันเชื่อมไปสู่ตัววิหาร ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายกับไม้กางเขนในรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ภายในวิหารมีพระพุทธรูปยืนที่แกะสลักด้วยไม้สักโดยช่างศิลป์ชั้นสูงชาวพม่าประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ทิศ และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือที่ช่องหลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระให้มีแสงสว่างอย่างน่าอัศจรรย์

วิหารธรรมยันจี

ประตูก็ก่ออิฐเป็นวงโค้ง

         อีกหนึ่งไฮไลท์คือ วิหารธรรมยันจี เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างโดยพระเจ้านะระตู่เพื่อไถ่บาปที่ฆ่าพระบิดาของตัวเอง แต่บาปกรรมของพระองค์ทำให้ไม่มีศรัทธาที่สามัญและบริสุทธิ์ของประชาชนมาร่วมสร้าง การสร้างวิหารแห่งนี้จึงต้องใช้วิธีเกณฑ์แรงงานมาอย่างกดขี่ข่มเหงจนประชาชนล้มตายไปมากมาย และได้รับความเดือดร้อนกันไปทั่วทั้งแผ่นดิน วิหารแห่งนี้มีชื่อเสียงที่สุดในการเรียงอิฐ แม้แต่ประตูก็ก่ออิฐเป็นวงโค้งจนแทบไม่เห็นรอยต่อ มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า อิฐพวกนี้เวลาช่างเรียงเสร็จแล้วจะประกบกันสนิทแน่น เวลาที่กษัตริย์เสด็จมาตรวจงาน พระองค์จะทดสอบโดยเอาเข็มสอดเข้าไปในระหว่างแผ่นอิฐ ถ้าสอดเข็มเข้าไปได้ช่างคนนั้นจะถูกตัดแขน ซึ่งปัจจุบันยังมีร่องรอยของแท่นหินที่ใช้ตัดแขนตั้งไว้ให้เห็นด้านในวิหารด้วย

บอลลูนลอยล่องบนท้องฟ้าเมืองพุกาม

          นอกจากการชมไฮไลท์แต่ละจุดที่แนะนำมานั้น อีกหนึ่งวิธีที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมมุมสูงของเมืองทะเลเจดีย์แห่งนี้อย่างทั่วถึงแนะนำให้นั่งบอลลูนล่องลอยไปบนท้องฟ้าก็เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ซึ่งทุกๆ วันจะมีไว้คอยบริการตั้งแต่รุ่งสาง สนนราคาที่หัวละ 350 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถ้าเทียบกับความประทับใจที่ได้รับกลับมาก็นับว่าคุ้มค่าทีเดียว


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended