อีกตัวอย่างหนึ่ง ผู้ป่วยหญิงอายุ 75 ปี หัวใจไม่ดีมาตลอดแต่ตรวจไม่พบว่าเป็นโรคหัวใจ จนวันหนึ่งไปกำเริบที่โรงพยาบาล หมอรีบตรวจทันทีจึงพบว่าเป็นโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว เมื่อตอนอายุ 70 ปี กินยาหัวใจ ยาลดไขมัน ยาต้านเกร็ดเลือดเป็นต้น กินนานหลายปี

 

ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

        ทั้งยังกินธัญพืชเป็นอาหารเช้าแทนข้าวนานเป็นปี เมื่อปลายปี 2561 ตรวจเลือดพบค่าอีจีเอฟอาร์ เหลือ 69 บัน ประมาณ 22 แต่คริเอตินินยังปกติ อีก 1 เดือน ค่าอีจีเอฟอาร์ ลดเหลือ 59 อย่างอื่นยังปกติ อีก 1 เดือนต่อมาตรวจค่าอีจีเอฟอาร์ เหลือ 44 ตอนนี้บันขึ้นเป็น 24 คริเอตินิน ขึ้นมาเป็น 1.2 ไตวายเรื้อรังเริ่มต้นขึ้นแล้ว ถ้านับความเสื่อมตามอายุ อีจีเอฟอาร์เธอต้องอยู่ที่ 63 แต่เธอเหลือแค่ 44 อีก 19 หายไปไหน

 

 

 

          ผ่านการกินยาจีนฟื้นฟูไตไป 88 ห่อ อีจีเอฟอาร์ขึ้นมาถึง 80 บันลดเหลือ 17 คริเอตินิน ลดเหลือ 0.7 จากนั้นเธอกินยาบ้างไม่กินบ้างชะล่าใจไปหน่อย ผ่านไป 3-4 เดือนทั้ง 3 ตัวลงมาเท่าเดิมคืออีจีเอฟอาร์เหลือ 44 คริเอตินิน 1.2 บัน 24 เลยต้องกลับมากินยาต้มต่อ
   

          อีกตัวอย่างหนึ่งชายอายุ 82 ปี เป็นโรคถุงน้ำในไตมานาน กินยาแผนปัจจุบันค่อนข้างมากตรวจพบว่าอีจีเอฟอาร์ 54 แต่ค่าบันกับคริเอตินินปกติ พอกินยาจีนฟื้นฟูอีจีเอฟอาร์ขึ้นมา 78-80  เลยต้องกินตลอด
  

          อีกตัวอย่างสตรีอายุ 76 ปี เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภูมิแพ้ กินยามาตลอดหลายสิบปีไม่เคยตรวจหาค่าการทำงานของไตเลย พออายุ 75 เริ่มตรวจพบ อีจีเอฟอาร์เหลือแค่ 42 แต่บันและคริเอตินินปกติ หากเธอไม่ฟื้นฟูอีจีเอฟอาร์ให้สูงกว่านี้ค่าคริเอตินินที่เป็นค่าของเสียในไตต้องเพิ่มขึ้นในเวลาอีกไม่นาน ถึงตอนนั้นเธอก็เข้าข่ายเป็นโรคไตวายแล้วหลังกินยาจีนฟื้นฟูไตอีจีเอฟอาร์สามารถขึ้นถึง 80 เลยต้องกินเป็นประจำ แสดงว่าค่าการทำงานของไตสามารถฟื้นฟูได้ขอแต่ให้ตรวจพบเร็วรักษาถูก รักษาเร็ว ต่อเนื่องอย่างมีวินัย
   

          จากตัวอย่างเหล่านี้จึงอยากให้ท่านผู้อ่านใส่ใจเวลาไปตรวจเลือดขอให้คุณหมอช่วยคำนวณค่าอีจีเอฟอาร์ให้บ้างเราจะได้รู้ว่าไตเราเสื่อมมากน้อยแค่ไหน และรับรู้ว่าอีจีเอฟอาร์สามารถฟื้นฟูได้ ถ้ารู้เร็วหรือหากเป็นโรคไตแล้วก็ยังชะลอให้รับการฟอกไตช้าลงได้


          นอกจากโรคประจำตัวการกินยามาก นานและความเสื่อมตามวัยที่ส่งผลให้ไตเสื่อมเร็วแล้ววิถีชีวิต เช่นความเครียดกดดันมาก โหมงานหนักพักผ่อนน้อย นอนน้อย ออกกำลังกายน้อย ใช้สารเคมีมากๆ เช่นการย้อมผมทำสีผมและเครื่องสำอางชนิดต่างๆ ล้วนเป็นตัวเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องอาหารการกินพืชผักผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารสำเร็จรูป ล้วนมีการปนเปื้อนร่างกายรับสารพิษเข้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไตต้องทำงานหนักในการขับพิษออกเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งไม่เฉพาะผู้ที่เป็นโรคไต ต้องใส่ใจแม้ยังไม่เป็นก็ต้องสนใจป้องกันเช่นเดียวกัน


    
          ไพรเวชคลินิก สาขาตลิ่งชัน เปิดให้บริการแล้วสอบถามได้ที่ 09-4636-6195 และ 08-6423-9535 หรือเว็บไซต์ไพรเวชคลินิก ค่ะ