บีเอ็มดับเบิลยู “เอ็ม” เป็นรถในฝันของหลายๆ คน ด้วยชื่เสียงและสมรรถนะอันล้ำลึกของมันและที่สำคัญเป็นตัวโหดที่สามารถขับขี่ได้ทุกวัน เช่นเดียวกับรถทั่วไป

 

 

          ปัจจุบันตระกูลเอ็มในบ้านเรามีให้เลือกหลากหลายตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นเอ็ม 2 เอ็ม 3 เอ็ม 4 เอ็ม 5 เอ็ม 7 ไปจนถึงตระกูลเอสยูวี อย่าง เอ็กซ์ 3 เอ็ม เอ็กซ์ 4 เอ็ม เป็นต้น

 

 

 

บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5

 


          ส่วนคันเหลืองสดๆ ที่ทุกท่านเห็นอยู่นี้คือเอ็ม 5 เจ้าของค่าตัว 13.299 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 ในโชว์รูมบีเอ็มดับเบิลยู รองจากเอ็ม 760 แอลไอ เอ็กซ์ไดรฟ์


          สีเหลืองสดสะดุดตากับตัวตัวหนังสือสีดำตัวใหญ่ๆ TOWN TAXI ไม่ได้เป็นสีที่แท้จริงของมันนะครับ เป็นสติกเกอร์ แต่มันติดพันในกิจกรรมในแทร๊ก จึงไม่ได้ลอกสติกเกอร์เผยสีแท้จริงออกมา รถในตระกูลเอ็มสร้างมาให้ดูกลมกลืนกับรถที่ไม่ใช่เอ็ม จะมีบ้างบางจุดที่แตกต่างกัน
   

          เอ็ม 5 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 8 สูบ ทวินเพาเวอร์ เทอร์โบ ขนาด 4,395 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้าที่ 5,600-6,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,600 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุดล็อกเอาไว้ที่ 250 กม./ชม.
  

 

บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5

 

          เครื่องยนต์พร้อมตอบสนองในทุกจังหวะที่ต้องการ ทั้งการออกตัว การเร่งไม่มีอาการอิดออดในทุกย่านความเร็ว แต่ที่ชอบมากว่าคือความลงตัว เพราะเครื่องยนต์แรงๆ เชื่อว่าใครก็ทำได้ไม่ยากนัก แต่แรงแล้วโครงสร้างอื่นๆ รองรับได้หรือไม่ แต่สำหรับเอ็ม 5 ต้องบอกว่ามันมีความลงตัวสูง ช่วงล่างรองรับการขับขี่ได้ในทุกรูปแบบ แม้แต่ช่วงที่ผมลองจะเจอกับสายฝนแทบจะตลอดเวลาแต่ทำให้รู้สึกมั่นใจในการขับขี่ควบคุม ตลอดเส้นทางก็แค่กุมพวงมาลัยเบาๆ แบบผ่อนคลาย เจอทางตรงก็ตรงไป เจอทางโค้งก็เข้าและออกได้อย่างเนียนๆ


          จังหวะการเปลี่ยนความเร็วเป็นเรื่องที่เด่นของเอ็ม 5 และอย่างที่บอกแล้วว่า มองข้ามเครื่องยนต์ไปได้เลย ไม่มีอะไรติดค้างกับมัน แต่ผมหมายถึงการตอบสนองของตัวรถด้านอื่นๆ ในจังหวะเปลี่ยนความเร็วไม่ว่าจะเปลี่ยนขึ้น หรือความเร็วลดลงจากการถอนคันเร่งหรือใช้เบรกก็ตาม
  

 

 

บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5

 



          เพราะแม้ว่าเราจะกดคันเร่งลงไปแบบรุนแรงจนรู้สึกได้ถึงแรงกระชากชนิดที่ใครไม่แข็งแรงอาจหน้ามืดได้ แต่รถไม่มีอาการวอกแวกส่อแววสูญเสียการทรงตัว ท้ายดิ้นท้ายปัดแต่อย่างใด ต้องชื่นชมการออกแบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน M xDrive ซ่ึ่งเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ซึ่งจะบริหารการส่งกำลังไปยังล้อต่างๆ ตามความเหมาะสม แต่โดยหลักๆ จะเน้นการส่งไปยังล้อหลัง
  

          หรือช่วงการเบรกลดความเร็วอย่างรวดเร็ว จากความเร็วสูงๆ รถก็มีอาการนิ่งๆ ไม่มีอะไรให้ต้องรู้สึกกังวล จุดต่างของรถอยู่ที่ตรงนี้ครับ ย้ำอีกครั้งว่าเครื่องยนต์แรงๆ คงทำกันได้ไม่ยาก แต่การทำให้ขับสนุกและควบคุมได้ง่าย ไม่ใช่เรื่องง่าย

 

 

บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5

 


          การทรงตัวที่ดีของรถยังน่าจะเป็นผลมาจากหลักอากาศพลศาสตร์ที่ทำได้ดี ซึ่งส่วนหนึ่งแสดงออกมาทางเสียงลมที่ปะทะตัวถัง ซึ่งมีเข้ามาน้อยมาก แม้แต่ด้านบนที่เป็นหลังคาซันรูฟซึ่งจะเป็นจุดที่เสียงเล็ดลอดเข้ามาได้ง่ายที่สุดก็ยังเงียบน่าพอใจที่ความเร็วสูงจะมีเสียงจากยางซึ่งเป็นยางสปอร์ต ด้านหน้า 275/35 R20 ด้านหลัง 285/35 R20 บ้าง แต่ไม่มากนัก การเก็บเสียงทำได้ดี
  

          การขับขี่อย่างที่ผมบอกว่าแค่กระโดดขึ้นรถแล้วขับไปเลยก็สนุกแล้ว แต่ว่าจริงๆ แล้ว บีเอ็มดับเบิลยูเอาใจลูกค้าให้เลือกระบบขับขี่ได้อีก รวมถึงการกำหนดเอง ซึ่งจะมีปุ่มให้เลือกตั้งการตอบสนองของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และน้ำหนักพวงมาลัย ที่ข้างๆ คันเกียร์ ตั้งแล้วก็ขับไปตามนั้น หรือว่ารู้สึกว่าลงตัวแล้วก็กดปุ่มแดงๆ 2 ปุ่ม ที่พวงมาลัย ที่เขียนว่า M1 กับ M2 ใหัมันบันทึกรูปแบบที่เราตั้งไว้ก็ได้ เมื่อขับครั้งต่อไปก็แค่กดปุ่มเท่านั้นเอง
   

 

บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5

 

 

          เกี่ยวกับการขับขี่อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบใจก็คือระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้าที่เรียกกันว่าเฮดอัพดิสเพลย์ เพราะนอกจากจะมีเรื่องของความเร็วหรือว่าระบบนำทางแล้วยังแสดงตำแหน่งเกียร์ และรอบการทำงานของเครื่องยนต์ด้วย ซึ่งผู้ขับรถแรงๆ บางทีเขาก็อยากรู้รอบมากกว่าความเร็วครับ และด้วยการเป็นรถแรงๆ การที่มันแสดงบนกระจกหน้าทำให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนนเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น
   

          อยู่กันหลายวันต้องบอกว่าเอ็ม 5 สี่ห้าวันหาเรื่องติยาก สรุปง่ายสั้นๆ ว่าใครมีกำลังซื้อเลือกเอาไปใช้ ไม่ผิดหวังครับ