เรื่องราวของกัญชาทางการแพทย์ ต้องบอกว่ายังคงมาแรงในหน้าข่าวสาร แซงทุกตำรับยาจริงๆ ทั้งๆ ที่ เจ้าพืชชนิดนี้มีผู้นำมาใช้รักษาโรค บำบัดโรคมาเนิ่นนานแล้ว

 

 

          นั่นเพราะเมืองไทยเพิ่งมี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ที่ทำให้กัญชาในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือต้องห้ามจนแตะไม่ได้ ความหวังของผู้ป่วยชาวไทยจึงสดใสขึ้นมาทันที


          โดยเฉพาะยังมีการเปิดการอบรมการปลูกกัญชาทางการแพทย์ โดยศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพบางเดชะ (ภูมิภูเบศร) โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับเสียงตอบรับล้นหลาม


          กัญชาคืออะไร
          ก่อนจะไปว่ากันที่หลักสูตรการอบรมดังกล่าว มาทำความรู้จักเจ้ากัญชากันอีกครั้ง

 

 

 

กัญชา ยาทางเลือก ข่าวดีคนไทย อบรมระยะสั้น

ไร่กัญชา 


          กัญชา หรือต้นกัญชา เป็นพืชชนิดหนึ่ง ลักษณะใบมนแฉกลึกเข้าไปทางก้านหลายแฉก ดอกสีเขียว ช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ใบและช่อดอกเพศเมียที่แห้งใช้สูบมีสรรพคุณทำให้มึนเมา เปลือกลำต้นใช้ทำเชือกป่านและทอผ้า


          จากประวัติศาสตร์พบว่าการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคนั้นเริ่มขึ้นในประเทศจีนเมื่อ 2600 ปีก่อนคริสตกาล (BC) จักรพรรดิเสินหนิงของจีน ซึ่งเป็นผู้ค้นพบวิธีการชงชาและการดื่มชา เป็นผู้อธิบายสรรพคุณทางยาของพืชกัญชาในตำรายาสมุนไพรจีนเป็นครั้งแรก และริเริ่มให้มีการเพาะปลูกพืชกัญชาเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคนับจากนั้นเป็นต้นมา


          ต่อมาการปลูกกัญชาได้ขยายไปในประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชีย และประเทศอินเดีย จนปี 2382 นายแพทย์ชาวอังกฤษ William O'Shaughnessy ขณะนั้นกำลังปฏิบัติงานอยู่ในอินเดีย ได้ทดลองและค้นพบว่ากัญชานั้นมีสรรพคุณทางการแพทย์ สามารถใช้ระงับอาการปวด เพิ่มความอยากอาหาร ลดการอาเจียน คลายกล้ามเนื้อ และลดอาการชักได้

 

 

กัญชา ยาทางเลือก ข่าวดีคนไทย อบรมระยะสั้น

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร



          จากนั้นได้มีการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์กันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศอังกฤษและในกลุ่มประเทศตะวันตก ตลอดจนมีการซื้อขายกัญชาในร้านยาทั่วไปได้โดยไม่ผิดกฎหมาย


          จนกระทั่งในปี 2480 ประเทศอเมริกาได้มีการรายงานว่าการใช้กัญชามีผลทำให้ผู้ใช้ขาดสติ เกิดอาการประสาทหลอน และก่อให้เกิดอาชญากรรมขึ้นได้ จึงมีการถอนกัญชาออกจาก United States Pharmacopoeia และยกเลิกการใช้กัญชาในการรักษาโรค มีการห้ามใช้กัญชาในการรักษาโรคในอังกฤษและยุโรปในตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2514 เป็นต้นมา


          สำหรับบ้านเรา กัญชาเคยถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522


          จนกระทั่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับใหม่ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 ได้อนุญาตให้สามารถนำมาใช้ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนาการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้

กัญชา ยาทางเลือก ข่าวดีคนไทย อบรมระยะสั้น

โรงเรือนกัญชา

 

 

          สรรพคุณ
 
        อย่างที่ว่าไปกัญชาจัดว่าเป็นสารเสพติดที่่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แต่ก็เป็นยารักษาโรคด้วย โดยตำรายาไทยจะใช้เมล็ดกินเป็นยาชูกำลัง ช่วยเจริญอาหาร แต่ถ้ากินมากจะมีอาการหวาดกลัวและหมดสติ


          ข้อมูลจาก https://medthai.com รายงานถึงสรรพคุณของกัญชาไว้ละเอียดตั้งแต่ยอดใบจนถึงทั้งลำต้น ดังนี้


          ยอดอ่อนกัญชา เมื่อนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ จะได้สารที่เรียกว่า “ทิงเจอร์แคนเนบิสอินดิคา” ซึ่งเป็นน้ำยาสีเขียว เมื่อกินเข้าไปประมาณ 5-15 หยด จะมีสรรพคุณเป็นยาช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท เป็นยาสงบเส้นประสาท ทำให้นอนหลับ เคลิ้มฝัน แก้โรคสมองพิการ เป็นยาระงับปวด และเป็นยาแก้อักเสบ


          ดอกใช้เป็นยาแก้โรคเส้นประสาท เช่น นอนไม่หลับ คิดมาก หรือใช้กับผู้ป่วยที่เบื่ออาหาร โดยนำมาปรุงเป็นอาหารให้กิน

 

 

กัญชา ยาทางเลือก ข่าวดีคนไทย อบรมระยะสั้น

 


          ใบใช้เป็นยาแก้ไข้ผอมเหลือง ไม่มีกำลัง ตัวสั่น เสียงสั่น และยังรักษาโรคหอบหืด ช่วยขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหลอดลม ด้วยการนำใบสดมาหั่นให้เป็นฝอย แล้วเอาไปตากแห้ง จากนั้นจึงนำมาสูบเป็นยารักษาโรค


          ส่วนดอก นำมาผสมกับยาฉุนพญามือเหล็ก หั่นแล้วสูบเป็นยาช่วยกัดเสมหะในลำคอ ส่วนเมล็ดใช้เป็นยาแก้กระหายน้ำ และยังมีสรรพคุณเป็นยาแก้ท้องผูกในคนสูงอายุได้ดี โดยใช้เมล็ดซึ่งมีน้ำมัน 30% ให้ใช้ร่วมกับตัวยาอื่นๆ ในตำรับยา


          สำหรับยาพื้นบ้านล้านนาจะใช้เมล็ดกัญชาจำนวน 3 เมล็ด นำมาผสมกับพริกไทย 3 ผล บดให้เป็นผง ใช้ผสมกับน้ำกินทุกคืนเป็นยาคุมกำเนิดสำหรับสตรี และยังช่วยแก้ประจำเดือนไม่ปกติของสตรีอีกด้วย


          น้ำยาสีเขียวที่สกัดได้จากยอดอ่อนด้วยแอลกอฮอล์ มีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคบิด แก้ปวดท้อง และโรคท้องร่วง (ยอดอ่อน) ส่วนเมล็ดก็มีสรรพคุณเป็นยาแก้บิดเช่นเดียวกับยอด


          ทั้งต้นใช้ภายนอกเป็นยาแก้โรคผิวหนังกลากเกลื้อน ใช้เป็นยาแก้กล้ามเนื้อกระตุก ช่วยลดอาการเจ็บปวดจากโรคไขข้ออักเสบ


          นอกจากสรรพคุณที่กล่าว ในทางการแพทย์ยังใช้ประโยชน์จากกัญชาในการรักษาโรคและบรรเทาอาการอย่างหลากหลาย เช่น ใช้แก้ปวดหัวไมเกรน แก้อาการสั่นเพ้อ แก้อาการไอ อ่อนล้า ปวดประจำเดือนของสตรี โรคข้อ หรือกระทั่งโรคมะเร็งบางชนิด

 

 

กัญชา ยาทางเลือก ข่าวดีคนไทย อบรมระยะสั้น

ชมกรรมวิธีการปลูก

 


          หลักสูตรที่ต้องบอกต่อ
          ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวดีสำหรับคนไทย เมื่อศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพบางเดชะ (ภูมิภูเบศร) โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี จะมีการจัดอบรม “การปลูกกัญชาทางการแพทย์แบบเกษตรอินทรีย์สำหรับประชาชนและเกษตรกร” รุ่นที่ 1 ปี 2562 ภาคบรรยายและปฏิบัติการไปแล้ว


          ล่าสุด ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า จากครั้งนั้นมีเสียงตอบรับดี


          มาหนนี้จึงได้เปิดให้บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจได้เข้ามาเรียนรู้ โดยคิดค่าใช้จ่ายท่านละ 200 บาท ซึ่งรวมเป็นค่าอบรม เอกสารและอาหารกลางวันด้วย เป็นรูปแบบจะเป็นการอบรมระยะสั้น 1 วัน


          เริ่มตั้งแต่ข้อกฎหมายที่ควรรู้ การใช้ประโยชน์จากกัญชา ทั้งแบบพื้นบ้านดั้งเดิม และการใช้ในระบบบริการสุขภาพ รวมทั้งระบบการปลูกเทคนิคการปลูก/การเก็บเกี่ยวตามมาตรฐาน นอกจากนี้ยังได้เข้าชมระบบการปลูกจากสถานที่จริงที่แปลงปลูกกัญชาของอภัยภูเบศรด้วย

 

 

กัญชา ยาทางเลือก ข่าวดีคนไทย อบรมระยะสั้น

ดูงานในสถานที่ปลูกกัญชา

 


          สามารถสอบถามหรือลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่โทร.0-3721-1289 (ในวันเวลาราชการ) หรือเฟซบุ๊กสมุนไพรอภัยภูเบศร เริ่มเปิดอบรมครั้งแรกวันนี้ (6 ธ.ค. 2562) รับจำนวนไม่เกิน 40 คน


          แต่ถ้าใครพลาดรอบแรก สามารถติดตามสอบถามในรอบอื่นถัดไปตลอดเดือนธันวาคม 2562 นี้