royal coronation
9 ธันวาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

คนดังร่วมปลุกพลังการใช้ชีวิตให้สำเร็จ

23 พฤศจิกายน 2562 - 02:00 น.
ประนัปดา พรประภา,ดราก้อนฟลาย 360 ซัมมิท,เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์,ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต,วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา,แม็กกี้ คิว,ลิน่า คาลิเฟ่  ลิน่า คาลิเฟ่
Shares :
เปิดอ่าน 224 ครั้ง

เรื่องราวหลากหลายรสชาติจากบรรดาเหล่าคนดังแถวหน้าของเมืองไทย

      เพราะว่าศักยภาพในการทำงานด้านต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นผู้ชายเท่านั้นที่สามารถเป็นผู้นำได้ เพราะทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานะ ย่อมมีสิทธิในความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ล่าสุด ประนัปดา พรประภา นักธุรกิจสาวผู้ก่อตั้งโครงการ “ดราก้อนฟลาย 360” (Dragonfly 360) ได้ตอกย้ำแนวคิดดังกล่าว ด้วยการจัดสุดยอดงานบรรยายครั้งยิ่งใหญ่ “ดราก้อนฟลาย 360 ซัมมิท” (Dragonfly 360 Summit) โดยนำเสนอเรื่องราวหลากหลายรสชาติจากบรรดาเหล่าคนดังแถวหน้าของเมืองไทย และต่างประเทศที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่วิธีคิดและวิถีการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคลได้อยู่เสมอ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน

   

ประนัปดา พรประภา-แม็กกี้ คิว

    ในงานได้รับเกียรติจากเหล่าคนดังเข้าร่วมเผยประสบการณ์และแนวคิดด้านการใช้ชีวิต อาทิ “ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต, “วู้ดดี้” วุฒิธร มิลินทจินดา, “แพร” อมตา จิตตะเสนีย์, “ซินดี้” สิรินยา บิชอพ, ประณิธาน พรประภา, ชุดารี เทพาคํา, ดวงพร ทรงวิศวะ รวมถึงคนดังจากต่างประเทศ อาทิ แม็กกี้ คิว, จามีลล่า จามีล, แมดิสัน เมห์ทา, สุนิตา คริสแนนท์, ซีย่า คู่แก้วเกษม, มารินา มาฮาเตอ, ลิน่า คาลิเฟ่รวมถึงเหล่าเซเลบริตี้ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ประกาสิทธิ์-ประธานวงศ์ พรประภา, นภัสนันท์ พสวงศ์, ณชา จึงกานต์กุล, รวิวัลย์ ทานาก้า, อลิสา อัศวโภคิน, สุทัตตา อุดมศิลป์ และอีกมากมาย

อารยา เอ ฮาร์เก็ต-อมตา จิตตะเสนีย์

    งานนี้เหล่าคนดังต่างร่วมเผยถึงแง่มุมความคิดในการดำเนินชีวิต เริ่มจากนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทย “ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต เล่าว่า ตอนเด็กไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาเป็นดารา จนกระทั่งวันที่ได้มีโอกาสเราก็ทำมันอย่างดีที่สุด เพราะแม่มักจะสอนให้เป็นตัวของตัวเอง และทำในสิ่งที่รัก อย่างเรื่องการออกกำลังกาย เราทำเพราะเรารักสุขภาพ เราก็แค่เป็นอีกคนที่อยากมีเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเอง แต่เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเชี่ยวชาญไปทุกอย่าง อย่างตอนแรกก็ไม่คิดว่าเรื่องราวในชีวิตของตัวเองจะน่าสนใจจนสามารถนำมาแชร์ให้ใครฟังได้ แต่เราก็แค่อยากออกจากคอมฟอร์ทโซน แล้วก็รู้สึกดีมากด้วยที่เรื่องราวนี้จะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนได้

มารินา มาฮาเตอ- แมดิสัน เมห์ทา

    คนถัดมาสาวนักอนุรักษ์ “แพร” อมตา จิตตะเสนีย์ เล่าว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเราหายไปจากวงการบิวตี้ที่เคยทำมา 9 ปี เพราะรู้สึกว่าหาเป้าหมายของชีวิตไม่เจอ เคยถามตัวเองว่าแล้วเรามีชีวิตเพื่ออะไร เพื่อเงิน หรือเพื่อชื่อเสียง ซึ่งมันก็ยังไม่ใช่คำตอบ จนมีโอกาสได้ไปสัมผัสวิถีการใช้ชีวิตของชาวภาคอีสาน ทำให้ได้รู้จักกับอาชีพทอผ้าอย่างจริงจัง ได้เห็นความรักและความตั้งใจในการทำผ้าของชาวบ้าน จึงอยากช่วยอนุรักษ์และถ่ายทอดเรื่องราวของผ้าไทยให้คนได้รู้จักมากขึ้น และสิ่งนี้กลับสร้างความสุขให้เราได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนไม่อยากปล่อยให้ความสุขเหล่านี้ต้องหลุดลอยไป

   

วุฒิธร มิลินทจินดา

    ด้านพิธีกรฝีปากกล้า “วู้ดดี้” วุฒิธร มิลินทจินดา เผยว่า เราเคยไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น เคยคิดว่าจะสามารถกลับมาเป็นผู้ชายได้ ซึ่งตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ทำรายการมา ไม่เคยชวนแขกรับเชิญที่เป็น LGBTQ มาเลย เพราะกลัวคนสงสัยเรื่องเพศสภาพ กระทั่งวันหนึ่งที่ตัดสินใจเปิดใจ ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ผู้คนก็มองภาพของเราดีขึ้น จากเมื่อก่อนภาพจำก็แค่เป็นพิธีกรแรงๆ คนหนึ่ง สำหรับชีวิตตอนนี้รู้สึกรักและภูมิใจในตัวเองมาก เราวางแผนจะลงมือทำรายการทีวีอีกครั้ง ซึ่งเป็นงานที่เรารัก และจะให้พื้นที่กับ LGBTQ ได้มีโอกาสได้แสดงบทบาทอย่างแน่นอน

 แม็กกี้ คิว

    สำหรับนักแสดงสาวชื่อดังระดับโลก แม็กกี้ คิว เล่าว่า ผู้หญิงเอเชียมักถูกสอนมาให้อดทนรับกับความทุกข์ยาก ที่ไม่ยอมลุกขึ้นสู้และยืนหยัดด้วยตัวเอง อาจเป็นเพราะเสียงของผู้หญิงยังไม่ดังเท่าผู้ชาย ดังนั้นในฐานะที่เราทำงานตรงนี้จึงอยากสร้างแรงขับเคลื่อนให้ผู้หญิงทุกคนลุกขึ้นมาแสดงศักยภาพของตนเองออกมาให้ได้ ถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งที่กำลังเผชิญมันไม่ถูกต้อง และไม่ยุติธรรม เพราะในความเป็นจริงไม่มีใครที่เหนือกว่าคุณ ไม่มีใครที่คุณต้องอิจฉา มีเพียงคนที่มีความเป็นผู้นำ และกล้าที่จะแสดงออกมาอย่างแข็งแกร่งเท่านั้นเอง

ลิน่า คาลิเฟ่  

    ปิดท้ายที่ ลิน่า คาลิเฟ่  ผู้ก่อตั้งชีไฟท์เตอร์ (SheFighter) สตูดิโอสอนศิลปะป้องกันตัวสำหรับผู้หญิง เล่าว่าอยากให้ผู้หญิงรู้จักการป้องกันตัวเอง และเล่นกีฬามากขึ้น เพราะเหตุการณ์ความรุนแรงเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร ดังนั้นเราต้องรู้จักการรับมือกับมัน รวมทั้งทางกายภาพด้วย เพราะถ้าคุณอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ไม่ว่าเพศไหนก็ต้องแข็งแกร่งเหมือนกัน ไม่ได้แปลว่าเป็นผู้หญิงแล้วจะต่อสู้ไม่ได้ เราต้องเข้าใจจิตใจของตัวเองว่าต้องการอะไร และตั้งเป้าหมายในชีวิตให้ชัดเจน ไม่เก็บเรื่องแย่ในอดีตมากวนใจ ทุกคนสามารถเลือกได้ว่าจะจมอยู่กับอดีต หรือสู้เพื่ออนาคต และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่กำลังลงมือทำ มันจะต้องเป็นไปได้

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ