royal coronation
19 มกราคม 2563
ไลฟ์สไตล์

มิตซูบิชิ เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดขายดีที่สุดในโลก

29 ตุลาคม 2562 - 10:50 น.
มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี,มิตซูบิชิ,mitsubishi,DENDO DRIVE HOUSE,รถปลั๊กอิน,ปลั๊กอินไฮบริด,CHAdeMO,พีเอชอีวี,SUV,รถเอสยูวี
Shares :
เปิดอ่าน 746 ครั้ง

เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าสู่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในโลก 

ย้อนหลังไป 49 ปี ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคมปี 2514 หลังที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ก่อตั้งไม่นาน ได้ทำการส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไทพ์อี12 ในรูปแบบมินิกาแวน Minica Van จำนวน 10 คันให้แก่ โตเกียว อิเล็กทริค ซึ่งพัฒนาขึ้นจากรถมินิกา แวน รุ่นมาตรฐาน ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้และสามารถทำความเร็วได้ 80 กม.ต่อชม. ไม่เพียงเท่านั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังได้เดินหน้านำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าซึ่งพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ มินิกา แวน Minica Van มินิแค็บ แวน Minicab Van กระบะมินิแค็บ Minicab Truck และเดลิกา แวน Delica Van ให้แก่บริษัทพลังงานไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานสู่การบุกเบิกตลาดและก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จึงได้ทำการเปิดตัว มิตซูบิชิ ไอ มีฟ Mitsubishi i-MiEV รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่จำหน่ายในเชิงพาณิชย์ มิตซูบิชิ ไอ มีฟ ขับเคลื่อนโดยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ สามารถคว้ารางวัล “รถยนต์ที่มีนวัตกรรมเทคโนโลยีดีเด่น” (Most Advanced Technology) จากการประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2552 – 2553 ของญี่ปุ่น 2009-2010 Car of the Year Japan พร้อมกับกวาดรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย 

มิตซูบิชิ เองยังพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เข้ากับประสบการณ์ในการพัฒนารถออฟโรดและรถอเนกประสงค์ ที่เคยสร้างชื่อ โดยพัฒนาที่เมืองโอกาซากิ เพื่อพัฒนารถอเนกประสงค์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นยนตรกรรมต้นแบบ มิตซูบิชิ คอนเซ็ปต์ พีเอ็กซ์ มีฟ Mitsubishi Concept PX-MiEV  เผยโฉมครั้งแรกที่ โตเกียว มอเตอร์โชว์ ปี 2552 และตามมาด้วย มิตซูบิชิ คอนเซปต์ พีเอ็กซ์ มีฟ 2 Mitsubishi Concept PX-MiEV II

จนกระทั่งถึงงานปารีส มอเตอร์โชว์ ในปี 2555  มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี  รถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลกที่ผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ มาพร้อมกับเทคโนโลยีมอเตอร์คู่  หัวใจสำคัญของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คือเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน Super-All Wheel Control S-AWC พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีระบบขับเลื่อน 4 ล้อ ที่มีพัฒนาการมากว่า 80 ปี ตั้งแต่ มิตซูบิชิ พีเอ็กซ์33 ปี 2479 ไปจนถึง มิตซูบิชิ ปาเจโร ปี 2525 รวมถึงชัยชนะจากการแข่งขันแรลลี่ระดับโลกอีก 12 สมัย S-AWC ควบคุมการขับขี่และแรงเบรกของแต่ละล้อผ่านการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง รวมถึงล้อซ้ายและล้อขวา ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว ติดตั้งที่ด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อส่งเสริมการทำงานของระบบขับเคลื่อน S-AWC

มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ คือ โหมด “EV” ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและพลังงานจากแบตเตอรี่เท่านั้น โหมด “Series Hybrid” ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน และโหมด “Parallel Hybrid” ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และมีมอเตอร์ช่วยทำงาน 

และสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ 2 ประเภท คือการชาร์จไฟฟ้าแบบปกติด้วยระบบไฟ 230V 10A ใช้เวลา 5.5 ชั่วโมงสำหรับการชาร์จไฟให้เต็มแบบปกติ แบบที่สองการชาร์จไฟแบบควิกชาร์จ CHAdeMO ใช้เวลา 25 นาทีเท่านั้น สำหรับการชาร์จไฟให้ถึงระดับร้อยละ 80 และยังผ่านการทดสอบการขับขี่ระยะะทางรวมกว่า 300,000 กิโลเมตร ในสภาพอากาศทั้งร้อนและหนาวจัดเพื่อทดสอบความทนทานของแบตเตอรี่และมอเตอร์ 

และเป็นรถปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในโลกเมื่อสิ้นเดือนธันวาคมปี 2561 และ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ประกาศว่า มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มียอดจำหน่ายมากกว่า 200,000 คันแล้วทั่วโลก นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก ในปี 2556 จนถึงเดือนมีนาคมปี 2562 อีกทั้งยังครองตำแหน่งรถปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในยุโรปเป็นระยะเวลาถึง 4 ปีติดต่อกันตั้งแต่ปี 2558  

 

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นล่าสุดนี้โดดเด่นด้วยกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ รวมไปถึงส่วนของกระจัง ไฟหน้า กันชนหลัง และล้ออัลลอย พร้อมความประณีตอีกขั้นของภายในห้องโดยสาร พร้อมกันนี้เทคโนโลยีระบบปลั๊กอินไฮบริดยังได้รับการยกระดับด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แบบ Atkinson Cycle ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าและการทำงานของมอเตอร์หลังให้มีกำกลังมากขึ้น อีกทั้งยั้งมีการเพิ่มประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ และพัฒนาระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC ที่มีเทคโนโลยีมอเตอร์คู่ให้มีศักยภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มอีกสองโหมดการขับขี่ใหม่ คือ ”Sport” และ ”Snow” ขณะที่การกระจายแรงบิดล้อหน้าและล้อหลัง ตลอดจนการควบคุมมอเตอร์หน้าและหลังยังได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น 

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังตอบโจทย์ต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมได้แม้ขณะจอด ด้วยฟังก์ชั่นชาร์จและปล่อยประจุไฟฟ้า มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าสู่บ้านเรือน (V2H) และกลับคืนสู่โครงข่ายไฟฟ้า (V2G) ได้อีกด้วย โดยการจ่ายพลังงานไฟฟ้าดังกล่าวสามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง และยังช่วยลดค่าไฟฟ้าในครัวเรือนอีกด้วย ทั้งนี้ที่งาน เจนีวา อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ปี 2562 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้นำเสนอ เดนโด ไดร์ฟ เฮาส์ DENDO DRIVE HOUSE นวัตกรรมเพื่อการใช้พลังงานไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี V2X ที่ใช้พาหนะเป็นแหล่งจ่ายพลังงานได้สำหรับทุกสิ่ง

เทคโนโลยีอันก้าวล้ำจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพให้ขับขี่ได้เป็นระยะทางที่ไกลยิ่งขึ้น ตลอดจนนำมาซึ่งความยั่งยืนด้านพลังงานสำหรับที่พักอาศัยและชุมชนอีกด้วย

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย                                                                                                                                         

E-mail : [email protected] 

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-อนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
-'ลีฟ' ยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่กลัวดอย
-EVAT ชง 8 ข้อ เเนะรัฐควรจริงจัง!!! ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า
-นิสสัน ยกให้มนุษย์และเทคโนโลยีคือหัวใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ