royal coronation
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562
ไลฟ์สไตล์

ภูมิคุ้มกันบำบัดพิชิตโรคภูมิแพ้จากไรฝุ่น

วันที่ 18 ตุลาคม 2562 - 20:28 น.
ภูมิแพ้,ไรฝุ่น,ศพญอรพรรณ  โพชนุกูล,ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหืด โรคภูมิแพ้ และโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ,ภูมิคุ้มกันบำบัด,สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย
Shares :
เปิดอ่าน 341 ครั้ง

ภูมิแพ้ในไทยน่าหวั่นใจ แพทย์ชูแนวทางภูมิคุ้มกันบำบัดพิชิตโรคภูมิแพ้จากไรฝุ่น

       แพทย์ระบุสถานการณ์โรคภูมิแพ้ในไทยน่าหวั่นใจ เพิ่มขึ้น 4 เท่า ในรอบ 40 ปี พบอัตราคนไทยป่วยภูมิแพ้จากไรฝุ่นสูงถึง 80% พร้อมเผยวิวัฒนาการรักษา แนวทาง “ภูมิคุ้มกันบำบัด” สามารถพิชิตโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจจากไรฝุ่น ส่งผลอาการทุเลา-หายขาด ย้ำ วิธีป้องกันประชาชนควรเร่งกำจัดไรฝุ่น ภัยเงียบภายในบ้าน หลีกเลี่ยงพื้นที่ PM 2.5 และให้ใช้ชีวิตตามทฤษฎี 4 Es “กินดี ออกกำลังดี สภาพแวดล้อมดี อารมณ์ดี”

   

   

       ศ.พญ.อรพรรณ  โพชนุกูล นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหืด โรคภูมิแพ้ และโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่าปัจจุบันสถานการณ์คนไข้โรคภูมิแพ้ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนโดยคนไทยเป็นภูมิแพ้เพิ่มขึ้น 4 เท่า ในรอบ 40 ปี โดยเฉพาะโรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ประมาณ 40-50 %   โรคหอบหืด 10-15% ซึ่งมีภูมิแพ้อากาศร่วมด้วยอีกประมาณ 80% ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีสารก่อภูมิแพ้ คือ ไรฝุ่น

      พร้อมกันนี้ยังมีจำนวนผู้ป่วยใน (Hospitalization) โดยผู้ป่วยโรคหืด 115,577 รายต่อปี และมีจำนวนผู้ป่วยใน 2,204 ราย และมีอัตราผู้ป่วยอาการหนักถึง 21.7 % และป่วยรับการรักษาที่โรงพยาบาล 15 %

     

    ขณะนี้คนไทยเป็นโรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ซึ่งปัจจัยที่ทำให้มีคนไข้โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจมากขึ้น พบว่า ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ และการกินอาหารที่มีผลมากกว่าพันธุกรรม เนื่องจากคนไข้ส่วนใหญ่ครอบครัวไม่มีใครเป็นโรคภูมิแพ้  

     “สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้นั้น เริ่มตั้งแต่แม่ตั้งครรภ์ที่อาจจะสัมผัสมลพิษ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี มีฝุ่น PM 2.5  มลพิษจากสูบบุหรี่หรือควันจากการหุงต้ม จุดธูปสัมผัสไรฝุ่นมากเกินไปซึ่งพบว่าคนไทยแพ้ไรฝุ่นประมาณ 80%  แม่ตั้งครรภ์ที่รับประทานไขมันชนิดดีน้อย ความอ้วนของแม่ที่ตั้งครรภ์ การใช้ยาปฎิชีวนะมากเกินไป  และลักษณะการคลอด อย่าง การผ่าคลอด ซึ่งการใช้ยาปฎิชีวนะและการผ่าคลอดมีผลต่อจุลินทรีย์สุขภาพ ทำให้จุลินทรีย์นี้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทำให้เสี่ยงเกิดโรคภูมิแพ้ หอบหืดได้ และเมื่อคลอดออกมาไม่ได้กินนมแม่ รวมถึงการใช้ชีวิตของคนเมือง ภาวะโลกร้อน อากาศที่เปลี่ยนแปลง และการใช้ชีวิตไม่ติดดิน” ศ.พญ.อรพรรณ กล่าว

     

  ศ.พญ.อรพรรณ กล่าวต่อว่าด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้แนวทางการรักษาโรคภูมิแพ้มีนวัตกรรม เทคโนโลยี แนวทางใหม่ๆ อีกมากมาย  โดยการรักษา ที่เหมาะกับคนไข้แต่ละราย (personalized treatment) จะรักษาโดยการป้องกันและทำให้หายขาดแบบไม่เน้นการใช้ยา เพราะธรรมชาติการใช้ยาเป็นเพียงการคุมอาการไม่ให้เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถหยุดใช้ยาได้

      การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดโดยมีไรฝุ่นเป็นภูมิที่แพ้ เราจะรักษาด้วยวิธีการเปลี่ยนธรรมชาติของโรคได้ แต่อย่างไรก็ตามการป้องกันก็สำคัญโดยแบบเดิมเป็นวิธีฉีดใต้ผิวหนังซึ่งคนไข้ต้องมาหาหมอเพื่อฉีดยาเป็นระยะเวลาห้าปี ปัจจุบันมีรูปแบบใหม่ ชนิดแบบอมใต้ลิ้นจะทำให้สะดวกขึ้น ใช้ได้ง่าย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดที่ประเทศไทยถือเป็นอันดับต้นๆของเอเชียที่มีความล้ำหน้าในการรักษา โดยการเปลี่ยนภูมิคุ้มกันของร่างกายหรือภูมิคุ้มกันบำบัดจะทำให้คนไข้สามารถหายขาดจากโรคได้ ซึ่งเริ่มต้นก็ต้องตรวจเช็คคนไข้ว่าแพ้อะไร และใช้วิธีการรักษาตามโรคที่เป็น ยกตัวอย่างเช่น หากคนไข้แพ้ไรฝุ่นก็จะมียาที่พัฒนาจากไรฝุ่นมาทำการรักษา เป็นต้น

      ส่วนการป้องกันนั้น จะเป็นการปรับการใช้ชีวิตโดยใช้ทฤษฎี 4 Es  หลักการดูแลภูมิแพ้ นั้นก็คือ  Eating หรือ การกิน โภชนาการ ต้องกินอาหารที่มีแอนตี้ออกซิแดนท์สูง มีไขมันชนิดดี เช่น จะเป็นพวกไขมันจากพืช ไขมันจากปลาทะเลน้ำลึก หรือวิตามินดี  Exercise การออกกำลังกาย  Environment ปรับสภาพแวดล้อม  และ Emotion ปรับสภาวะทางอารมณ์

   ศ.พญ.อรพรรณ กล่าวปิดท้ายอีกว่าคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จากไรฝุ่นมีประมาณเกือบครึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นโรค จึงอยากให้ทุกคนสังเกตตัวเองว่าเป็นหรือไม่โดยแพทย์ต้องตามให้ทันและคนไข้ต้องตื่นตัว

     “โรคนี้มีการเปลี่ยนแปลงทุกปี แพทย์ต้องตามให้ทันและคนไข้ต้องตื่นตัว เพราะโรคภูมิแพ้เกิดขึ้นได้คนทุกเพศ ทุกวัย ต้องเน้นการรักษาให้หาย  และเน้นให้แพทย์เข้าใจแนวทางการวินิจฉัยโรค รักษาให้ถูกต้อง” ศ.พญ.อรพรรณกล่าวปิดท้าย

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ