royal coronation
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562
ไลฟ์สไตล์

'ลีฟ' ยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่กลัวดอย

วันที่ 13 ตุลาคม 2562 - 14:55 น.
นิสสัน มอเตอร์,นิสสัน,nissan,Nissan,นิสสัน ลีฟ,ลีฟ,ดอยอินทนนท์,เชียงใหม่,สูงสุดในสยาม,NISSAN LEAF,LEAF
Shares :
เปิดอ่าน 252 ครั้ง

นิสสัน ท้าพิสูจน์ความสามารถพิชิตยอดดอยอินทนนท์ที่สูงที่สุดในสยาม 

นับเป็นความกล้าของทาง ทีมงาน นิสสัน ประเทศไทย ที่อาจหาญกล้าจัดทดสอบรถไฟฟ้าของตัวเองวิ่งไปขึ้นดอยที่สูงที่สุดในประเทศ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,565 เมตร กับเส้นทางที่คดเคี้ยวเฉพาะขึ้นเขากว่า 50 กิโลเมตร โดยระยะทางที่ต้องใช้เดินทางทั้งไปทั้งกลับประมาณกว่า 208 กิโลเมตร ความท้าทายมาอยู่ตรงที่มีการชาร์จไฟเต็มเพียงครั้งแค่เดียวตรงจุดเริ่มต้น!!!

ทาง คมชัดลึก ของเราได้เคยมีโอกาสสัมผัส นิสสัน ลีฟ ครั้งแรก ช่วงทดสอบวิ่งในเมือง ทดสอบฝ่าการจราจรที่ติดอย่างบ้าคลั่งในย่านใจกลางกรุงเทพฯ และปริมณฑลย่านศาลายานิดหน่อย การทดสอบครั้งแรกนั้นดูธรรมดาชนิดที่รถไฟฟ้าค่ายอื่นๆ ก็ทำได้สบายๆ เหมือนกันอยู่แล้ว...

แต่กลับมาครั้งนี้ นิสสัน ชวนไปขับขึ้นดอยที่สูงที่สุดอีกด้วย ระยะทางที่ขับไกลขึ้น โดยขับออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ ระยะทางแค่นี้ถ้าขับรถยนต์ปกติใช้เครื่องยนต์ระบบสันดาปคงไม่ต้องกลัวอยู่แล้ว จะรถอะไรไซส์ไหนยุคนี้ก็ขึ้นได้หมดแล้ว!   แต่การทดสอบของเราครั้งนี้ข้อแม้ต้องใช้รถ นิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้า 100% เท่านั้นนะ? นี่ล่ะที่ต้องคิดหนัก!!!  

เพราะระยะทางที่ นิสสัน เคลมไว้ว่า นิสสัน ลีฟ วิ่งได้ระยะทางประมาณ 311 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ดูแล้วก็น่าจะขับไปขับกลับได้สบายๆ แต่รถยนต์ไฟฟ้าทุกชนิดจะดูจากตรงระยะทางอย่างเดียวไม่ได้ เพราะตัวแปรของทริปนี้ คือการวิ่งขึ้นเขาที่ทั้งสูง ทั้งชัน และทั้งไกล มอเตอร์เองก็ต้องทำงานเยอะ ย่อมต้องใช้กำลังไฟเยอะด้วยเช่นกัน  แต่สุดท้ายก็ตอบตกลงขอร่วมทริปทดสอบครั้งนี้ด้วย อย่างมากเราก็แค่กินข้าวลิงตรงยอดเขานี่ล่ะ!!!! 

ก่อนจะต้องใช้ดวงและฝีมือการขับรถคันนี้ มาขอเล่าสเปก นิสสัน ลีฟ กันก่อน ตัวรถเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2  พร้อมระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า e-powertrain ส่งกำลังมากถึง 110 กิโลวัตต์ 150 แรงม้า ที่ 3238- 9795 รอบต่อนาที มากกว่า ลีฟ  เจนเนอเรชั่นก่อนหน้าถึง 38 เปอร์เซ็นต์ มีแรงบิดเพิ่มขึ้น 26 เปอร์เซ็นต์ มากถึง 320 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม/ชม ด้วยเวลาเพียง 7.9 วินาที ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ขนาด 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง kWh ให้ระยะทางขับขี่ตามมาตรฐานการวัดค่าไอเสียและอัตราสิ้นเปลือง NEDC New European Driving Cycle ที่ 311 กิโลเมตร  และนิสสัน เซฟตี้ ชิลด์ Nissan Safety Shield และหัวใจสำคัญอีกระบบ คือเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ อี-เพดัล e-Pedal ที่เป็นส่วนสำคัญมากที่จะขอเฉลยช่วงท้ายว่าสำคัญมากๆ ขนาดไหน!!!

ก่อนจะเริ่มทดสอบจริง  เราได้ชาร์จไฟ นิสสัน ลีฟ เต็ม 100% โดยเราจะใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองสันป่าตองหางดง  ระยะช่วงแรกเป็นถนนสองเลนวิ่งสวนทางได้และสลับถนนสี่เลนในช่วงถนนหมายเลข 108 การทดสอบแตกต่างจากครั้งตอนที่วิ่งในเมืองอย่างสิ้นเชิง ลีฟ ตอบสนองการขับได้เยี่ยมมาก การวิ่งผ่านถนนหลวงต่างจังหวัดที่มีลอน มีคลื่นตลอดเส้นทาง

ทำได้ดีเกินคาด สามารถเก็บอาการสะเทือนของช่วงล่างดี ชนิดรู้สึกเข้ามาในห้องโดยสารไม่มาก มอเตอร์ไฟฟ้าตอบสนองคันเร่งได้เฉียบ มีกำลังให้แซงรถบรรทุกใหญ่หรือต้องการเร่งแซงทำความเร็วก็ตอบสนองคันเร่ง ตอบสนองใจที่อยากไป ดั่งใจนึก ตามน้ำหนักเท้าที่ค่อยๆ กดลงแป้นคันเร่งได้เยี่ยมยอด ทำให้นึกคิดไปว่านี่คือรถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ถึง 2.5 ลิตร บวกเทอร์โบ มาด้วย ซะแล้ว

และ นิสสัน ลีฟ ทำให้ประหลาดใจรถคันนี้ก็เหมาะสมสำหรับใช้เดินทางไกลซะมากกว่าเป็นรถที่ใช้ในเมืองซะมากกว่า  ความเร็วที่ใช้ได้ทดลองวิ่งประมาณ 90-120 และมีช่วงลองดูว่าทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ง่ายดายมากๆ  สุดท้ายก็ต้องเซฟพลังงานไฟฟ้าไว้ก่อน เพราะเรายังไม่คุ้นเคยกับการขับรถยนต์ไฟฟ้าแบบนี้มากนัก ยิ่งต้องขับให้พลังงานลดระยะทาง?  และความสนุกกำลังจะเริ่มเมื่อเลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่ถนนหมายเลข 1009 จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 น้ำตกแม่กลาง 

มีด่านจุดตรวจที่ทาง นิสสัน ตั้งไว้เพื่อวัดพลังไฟฟ้าของตัวรถว่าลดลงเหลือที่เท่าไร โดยคันที่ขับมายังลดอยู่ที่ 73 เปอร์เซ็นต์  และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางที่เหลืออีก 49.8 กม  การขับขึ้นเข้าเป็นเรื่องที่ง่าย จากทฤษฎี ตัวเลขแรงบิดของ นิสสัน ลีฟ มากถึง 320 นิวตันเมตร และพอเราได้ขับขึ้นเขาที่ต้องไต่ระดับ บอกเลยครับรถยนต์ไฟฟ้า คือ รถที่ดีที่สุดในการขับขึ้นลงเขา อย่างมากๆ และความปลอดภัยสูงมาก

เพราะตัวรถมี e-Pedal ตัวช่วยชะลอความเร็วมากถึง 0.2G แค่ยกเท้าออกจากคันเร่งเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องแตะแป้นเบรก ช่วยในการลงเขาหรือเนิน  และไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเกียร์ต่ำ  ไม่ต้องกลัวว่ารถเบรคแตก หรือ น้ำมันเบรคร้อนจนเดือดจากการคอยเหยียบเบรคตลอดเส้นทางลงดอย จนครั้งนี้น่าจะเป็นการขับรถขึ้นดอยอินทนนท์ ที่เร็วที่สุดในชีวิต จนลืมเลยว่าเปอร์เซ็นต์ของพลังงานเหลือที่เท่าไร? 

เราขับมาถึงจุด ยอดดอยอินทนนท์  จุดที่สูงสุดแดนสยาม โดยถึงเป็นคันแรก ได้อย่างง่ายดาย กับพลังไฟฟ้าที่ลดลงจนตกใจ เพราะเหลือแค่ 20 เปอร์เซ็นต์  เท่านั้น? กับระยะทางที่โชว์ ว่าวิ่งได้อีกเพียง 38 กิโลเมตร เท่านั้นงานเข้าสิครับ!!! ระยะทางที่จะต้องขับกลับจนถึงที่พักยังเหลือกว่า 100 กิโลเมตร ได้มีกินข้าวลิงจริงๆ ซะแล้วสิ!!  และเราก็ได้ยินเสียงน้องๆ ทีมงานบอกให้ลองใช้  B Mode  ที่ตรงปุ่มกดเลื่อนตรงการ เพื่อ สามารถฟื้นฟูพลังงานจากการเบรคสูงสุด ให้แรงเบรคจากการเหยียบมีประสิทธิภาพสูง

และที่สำคัญช่วยเพิ่มระยะทางในการวิ่ง ไม่รอช้ากดเข้าโหมด B อย่างด่วน และถึงเวลาขับลง อย่างที่เกริ่นมาแล้วว่านี่ คือ รถที่ขึ้นและลงเข้าดีที่สุด ตลอดระยะเวลาขับลง การเหยียบใช้เบรค โดยไม่จำเป็นน้อยมากๆ ครับ  แต่ครั้งนี้ต้องใช้เบรคเพื่อให้  B Mode ชาร์จไฟกลับให้มากที่สุดเพราะระยะทางยังไม่พอจะถึงที่พัก   จนเราขับลงมาถึงจุดด่านตรวจด้านล่าง และวัดพลังงาน สามารถที่กลับเข้ามาได้ 37 เปอร์เซ็นต์ และระยะทางเพิ่มขึ้นมาเป็น 100 กิโลเมตร รอดแล้วครับ สามารถขับกลับได้แล้ว โดยขากลับเราขับในโหมด  B Mode สลับ  D Mode  เป็นบางครั้ง ลดการแซงที่ไม่จำเป็น เพราะต้องการหาค่าว่า สุดท้ายเราจะเหลือ พลังงานไฟฟ้ากี่เปอร์เซ็นต์???

 

 

บทสรุป จากการสัมผัสถึง สองครั้ง ทั้งขับในเมือง และขับทางไกล แถมขึ้นดอยที่สูงสุดแบบนี้ จากที่เคยปรามาสไว้ครั้งก่อนหน้า ครั้งนี้ต้องยอมใจ นิสสัน ลีฟ จริงๆ และนี่คือรถที่สามารถเดินทางไกลได้ทั้งสะดวกสบาย อาการรถเกาะถนนการเร่งแซงแทบจะลืมรถยนต์สันดาปทุกชนิด  และการใช้งานเมื่อเราเดินทางมาถึงจุดหมาย พลังงานไฟฟ้าของเรายังมีเหลือ ถึง  12 เปอร์เซ็นต์

กับระยะทางที่ยังวิ่งได้อีก 20 กว่ากิโลเมตร  ต้องขอคาระวะ หนึ่งจอก นี่น่าจะเป็นรถที่ดีที่สุดที่เคยสัมผัสมา ถ้าไม่นับราคาค่าตัวที่แสนจะสูง และออปชั่นความสะดวกในยุคคนไทย 4.0 ที่ให้มาน้อยไป และที่สำคัญ สถานนีชาร์จ จะหาจากไหน และเวลาการชาร์จที่ยังต้องรอนานแสนนาน ถ้าสองข้อหลังมีการพัฒนาจากทุกภาคส่วน พวกเราคนไทยจะได้ใช้รถที่มีคุณภาพ และปากที่รักษ์โลก จะได้จริงจังซะที!

ลูกค้าที่จอง นิสสัน ลีฟ  จะได้รับการประกันคุณภาพรถยนต์เป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และการรับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตร อีกด้วย

ขอบคุณ  นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ท้าให้เราไปลอง 

ราคาเริ่มต้น 1,990,000 บาท

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย                                                                                                                                         

E-mail : [email protected] 

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ