royal coronation
11 ธันวาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

เที่ยววันธรรมดา@น่านงัย!!!

11 ตุลาคม 2562 - 04:00 น.
วันธรรมดาน่านน่าเที่ยว,เที่ยววันธรรมดา,น่าน,วัดศรีมงคล,ร้านกาแฟฮักน่าน,หมู่บ้านสะปัน​​​​​​​,บ้านสบปัน,น้ำตกสะปัน,โครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูง,บ้านสะจุก-สะเกี้ยง,ดอยขุนน่าน,ปลูกต้นชาแบบขั้นบันได,บ้านเปียงซ้อ
Shares :
เปิดอ่าน 396 ครั้ง

"ท่องเที่ยวในวันธรรมดา" จะพบว่ามีเสน่ห์และให้ความหรรษายิ่งไปกว่า

          ถึงมนุษย์จะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์สังคม แต่บางครั้งก็ไม่ได้ต้องการเดินทางไปไกลๆ เพียงเพื่อจะเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตาในทริปท่องเที่ยว จึงเป็นความโชคดีของคนที่ไม่ต้องฝังตัวเองอยู่ภายใต้กรอบ “วันหยุด” เพราะหากคุณได้ลอง “ท่องเที่ยวในวันธรรมดา” จะพบว่ามีเสน่ห์และให้ความหรรษายิ่งไปกว่า ประการแรกคือจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ และบ้านเมืองอันเงียบสงบตามวิถีชีวิตของชาวบ้านพื้นถิ่นนั้นๆ อย่างถ่องแท้ ประการต่อมาไม่ต้องแย่งที่กินที่นอน สำคัญที่สุดคือค่าใช้จ่ายถูกกว่าด้วย โดยเฉพาะค่าที่พัก

          ดังนั้น “วันธรรมดาน่าน..น่าเที่ยว” จึงเป็นแคมเปญหนึ่งที่โดนใจนักท่องโลกสายอินดี้ ประเภทอยากนั่งจิบชากาแฟริมระเบียงหลังบ้านพัก เฝ้ามองนกกาบินโฉบไปโฉบมาในนาข้าวเขียวไสว แบบไม่ต้องเกรงว่าจะมีใครมากดดันหากจะนั่งยาวไปสักหน่อย หรือจะเลือกเดินทอดน่องสะพายกล้องส่องวิถีชีวิตชาวไร่ชาวนา บันทึกภาพวิวทิวทัศน์เมืองซึ่งถูกโอบล้อมด้วยภูเขาก็ทำได้เท่าที่กำลังขาจะพาไปไหว ยิ่งในช่วงเวลานี้อุณหภูมิค่อยๆ ลดต่ำลงยิ่งให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสบายอย่างไม่ต้องแคร์ฝุ่น พีเอ็ม 2.5 แต่อย่างใด

ที่ “วัดศรีมงคล” มีซุ้มให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพที่ระลึก

สะพานไม้ไผ่เชื่อมจากวัด...หากไม่ใช่วันธรรมดาจะไม่ว่างแบบนี้

ทิวเขาเรียงรายสลับซับซ้อนเมื่อมองจากที่พัก

          ก่อนจะเที่ยวชม นา ป่า และ(ภู)เขา ในวันธรรมดาแบบนี้ขอแวะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดเก่าแก่แห่งหนึ่งใน อ.ท่าวังผา นามว่า “วัดศรีมงคล” หรือ “วัดบ้านก๋ง” ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างทั้ง วิหารหลวง, ภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม เลียนแบบการวาดของหนานบัวผันจิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์ และวัดหนองบัว ของ จ.น่าน รวมถึงพิพิธภัณฑ์มงคลธรรมรังสี ขณะเดียวกันทางด้านหลังวัด ได้จัดทำซุ้มและจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพไว้หลายจุด หนึ่งในนั้นคือทัศนียภาพอันงดงามของทุ่งนาและทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน นอกจากนี้ในบริเวณนาข้าวติดกับวัดยังมีที่พักอย่าง ร้านกาแฟฮักน่าน และสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากตัววัด ให้เดินลงไปถ่ายภาพได้ นับเป็นแม่เหล็กดึงให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปเช็กอินไม่ขาดสายในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์...แต่สำหรับวันธรรมดาแบบนี้ สบายไม่มีเพื่อนร่วมเฟรมให้ต้องลำบากใจ

ที่พักเล็กๆ ท่ามกลางทุ่งนา

บ้านพักเรียบง่ายริมสายน้ำสะปันให้ความรู้สึกสงบร่มรื่นย์

แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติภายในหมู่บ้านสะปัน

          ภูมิทัศน์ของ จ.น่าน ถูกห้อมล้อมโดยทิวเขา เมื่อผนวกเข้ากับวิถีชีวิตของชาวน่านซึ่งดำรงชีพด้วยอาชีพเกษตรกรทำไร่ทำนา เหตุนี้เองในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกจึงมีวิวท้องทุ่งนาขจี มีฉากหลังเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ในความรู้สึกว่าธรรมดาของชาวบ้านในพื้นที่ ทว่ากลับกลายเป็นจุดขายให้นักท่องเที่ยวจากป่าปูนพากันทะลักเข้าไปจับจองที่พักจนเต็มทุกแห่งในวันหยุด โดยเฉพาะที่ “หมู่บ้านสะปัน” ซึ่งแต่เดิมเรียก “บ้านสบปัน” เพราะเรียกตามสายน้ำว้าและสายน้ำปันมาบรรจบกันว่า “สบปัน” พอกาลเวลาผ่านไปจากการพูดหรือเขียนเพี้ยนจาก “สบปัน” เป็น “สะปัน”...ชุมชนเล็กๆ แสนสงบที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขามีลำธารไหลผ่าน อยู่ห่างจากตัว อ.เมืองน่าน ประมาณ 125 กิโลเมตร ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ่อเกลือประมาณ 12 กิโลเมตร ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รักษาแหล่งน้ำลำห้วยซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 40 แห่งด้วยกัน 

สะพานข้ามลำน้ำว้า หนึ่งในลำห้วยภายในหมู่บ้านสะปัน

แอ่งน้ำเล็กๆ แต่นี่คือ ต้นน้ำน่าน แม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย

          หนึ่งในลำห้วยนั้นคือ "ต้นน้ำน่าน" หากฝนไม่ตกนักท่องเที่ยวสามารถเดินฝ่าดงไม้เข้าไปชมจุดเริ่มต้นของแม่น้ำสายสำคัญของไทยได้ไม่ยาก แค่ออกแรงพอให้น่องตึงๆ ก็ถึงแล้ว หรือว่าในช่วงปลายฝนต้นหนาวอันเป็นฤดูทำนา นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทิวทัศน์ของนาข้าวเขียวขจี และบรรยากาศของหมู่บ้านได้ตามความถนัด ไม่ว่าจะด้วยสองขาหรือว่าปั่นสองล้อ หรือจะไปอิงแอบแนบชิดธรรมชาติอีกนิดที่ “น้ำตกสะปัน” ซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้านมี 3 ชั้น มีน้ำไหลตกตลอดทั้งปี

วันธรรมดาก็มีนักท่องเที่ยวแวะเช็กอินที่โครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูง

การปลูกชาแบบขั้นบันไดช่วยรักษาหน้าดินไม่ให้ถูกชะล้างไปกับกระแสน้ำ

          ถัดจาก “บ้านสะปัน” นักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อของชาวบ้านที่มีให้บริการ ขึ้นไปที่ ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ เพื่อชม “โครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูง ตามแนวพระราชดำริ บ้านสะจุก-สะเกี้ยง” เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพระราชดำริให้จัดสร้างโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงขึ้นในหมู่บ้าน เพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำบริเวณยอดดอยขุนน่านให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง อีกทั้งยังให้ความรู้เรื่องการทำนา การปลูกต้นชาแบบขั้นบันได และการเกษตรที่สูงที่ช่วยรักษาหน้าดินไม่ให้ถูกชะล้างไปกับกระแสน้ำช่วงหน้าฝน ช่วยเพิ่มผลผลิตและทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว 

จุดชมวิว “บ้านเปียงซ้อ” ในวันธรรมดาจะแอ็กชั่นยังไงก็ได้

          นอกจากนาข้าวขั้นบันไดที่ลาดไปตามเนินเขาบนโครงการ ท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อนแล้ว ยังมีแปลงผักปลอดสารพิษพืชผักผลไม้เมืองหนาว การทำปศุสัตว์ในครัวเรือน หากยังไม่เบื่อหน่ายวิวทิวทัศน์ และจากสถานีเกษตรที่สูงขึ้นไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร หากไม่ท้อต่อเส้นทางอันขรุขระนักท่องเที่ยวจะได้พบกับจุดชมวิว “บ้านเปียงซ้อ” ตรงนี้สามารถมองเห็นวิว บ้านสะจุก สะเกี้ยง ได้แทบจะ 360 องศา โอบกอดด้วยยอดเขาซึ่งเป็นจุดเชื่อมพรมแดนระหว่างไทย-ลาว สามารถเดินไปชมหลักเขตของประเทศไทยได้...จุดนี้ในช่วงวันหยุดเราจะได้เพื่อนร่วมเฟรมในภาพที่ระลึกอย่างยากจะหลีกเลี่ยง แต่สำหรับวันธรรมดา เต็มที่ไปเลยจ้า !!!

เรื่อง...กอบแก้ว แผนสท้าน

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ