royal coronation
วันที่ 18 ตุลาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

มาสด้า 3 ช่วงล่าง ยกนิ้วให้เลย

วันที่ 6 ตุลาคม 2562 - 00:00 น.
มาสด้า3
Shares :
เปิดอ่าน 24 ครั้ง

มาสด้า 3 ช่วงล่าง ยกนิ้วให้เลย คอลัมน์... ยานยนต์

 

 

          มาสด้า 3 เจเนอเรชั่นที่ 4 ตั้งเป้าการขายได้เดือนละ 600 คัน แต่ว่าช่วงแรกของการเปิดตัว ร้อนแรงทีเดียว 2 สัปดาห์แรกทำยอดจองได้กว่า 1,500 คัน

 

          มาสด้า 3 มี 2 ตัวถังให้เลือกเช่นเดิม คือซีดาน 4 ประตู และฟาสต์แบ็ค 5 ประตู โดยฟาสต์แบ็ค ซึ่งเน้นเรื่องของอารมณ์สปอร์ตมากกว่ามีตัวถังที่สั้นลงกว่ารุ่นเดิม 1 ซม. ส่วนซีดาน ซึ่งวางให้มีความหรูหรามากขึ้น ตัวถังยาวขึ้นกว่าเดิม 8 ซม.

 

 


          และทั้ง 2 รุ่น มีระยะฐานล้อยาวขึ้นกว่าเดิม 2.5 ซม. นั่นหมายความว่ามีส่วนในการยืดห้องโดยสารภายในอีกเล็กน้อย และโอเวอร์แฮงก์ที่สั้นลง โดยเฉพาะในรุ่นฟาสต์แบ็คที่ตัวถังสั้นลง

 

 

 

 


          การออกแบบโดยรวมยังมีแนวคิดของรุ่นเดิม แต่โฉบเฉี่ยวขึ้นอย่างชัดเจน และมีแนวทางที่เปลี่ยนไป จากแนวคิด Less is More ลดเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งรวมถึงรูปแบบตัวถังด้วยที่ลดเส้นสายต่างๆ ลง แต่ใช้รูปทรงที่มีทั้งเว้าทั้งนูน เป็นตัวทำให้เกิดมิติจากการตกกระทบและหักเหของแสงแทน


          แม้ว่าจะยืดระยะฐานล้อออกไป และรุ่นซีดานที่ยืดตัวถังออกไปอีก 8 ซม. เรียกว่ายาวที่สุดในตลาดตอนนี้ แต่ห้องโดยสารของมาสด้า 3 ที่เพิ่มพื้นที่มากขึ้น ก็ยังไม่เห็นชัดเจนนัก แต่ก็นั่นแหละ การออกแบบรถที่เน้นสปอร์ต ก็ต้องยอมรับให้ได้ในเรื่องนี้ และมันก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไป

 

 

 

 


          แต่สิ่งที่ได้มาก็คือ การออกแบบเบาะนั่งที่นั่งได้สบายขึ้น แม้จะดูแข็งๆ ขึ้น แต่รองรับสรีระได้ดี ช่วยให้นั่งนานๆ ได้สบาย และที่สำคัญคือมีผลต่อการควบคุมรถได้ดี


          การออกแบบภายในก็เป็นไปตามแนวคิดที่ว่า ยิ่งน้อยยิ่งดี แต่ต้องยิ่งน้อยและดูดู จะเห็นได้ว่าคอนโซลหน้าค่อนข้างเรียบ แม้แต่ช่องแอร์ก็เหมือนจะซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ปุ่มควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ลดน้อยลง เพื่อลดการรบกวนผู้ขับให้มากที่สุด ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบครับผมว่ามันดูดี ดูเรียบๆ ดี และน่าจะดูได้นานๆ

 



          มาสด้าบอกว่าเพิ่มในสิ่งที่ควรเพิ่ม เช่น การแสดงข้อมูลที่กระจกบังลมหน้า ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิมที่แสดงผ่านแผ่นพลาสติกใสหลังพวงมาลัย ซึ่งตำแหน่งอาจไม่ดีนัก แต่การแสดงบนกระจกหน้า ทำให้ผู้ขับสามารถมองเห็นเส้นทางได้ดี

 

 

 


          ใส่อุปกรณ์และระบบต่างๆ มากมาย โดยในรุ่นท็อป มาพร้อมยางขนาด 215/45 R18 แผงหน้าปัดและมาตรวัดดิจิทัล TFT แอลซีดีการเชื่อมต่อสื่อสาร มาสด้า คอนเน็คท์มาพร้อม แอปเปิ้ล คาร์เพลย์ แสดงข้อมูลผ่านหน้าจอ 8.8 นิ้ว ปุ่มควบคุมแบบเซ็นเตอร์ คอมมานเดอร์ เครื่องเสียงพร้อมลำโพงโบส 12 ตำแหน่ง คุณภาพเสียงดี


          ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง ระบบไฟหน้าอแดปทีฟ แอลอีดี ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ระบบแสดงภาพ 360 องศารอบทิศทาง ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน ระบบเตือนเมื่อเกิดความอ่อนล้าขณะขับขี่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติถุงลมคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง

 

 

 


          และจุดเด่นอีกอย่างที่ได้จากห้องโดยสารคือ ความเงียบ ที่เงียบจริง แม้จะใช้ความเร็วค่อนข้างสูงครับ


          เครื่องยนต์ยังเป็นบล็อกเดิม คือ สกายแอคทีฟ จี 2.0 ลิตร แต่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่าง กำลังสูงสุดไม่ได้เปลี่ยนแปลง ยังอยู่ที่ 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แต่แรงบิดเพิ่มขึ้นจาก 210 นิวตันเมตร เป็น 213 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงจาก 150 กรัม/กม. เหลือ 149 กรัม/กม. ส่งกำลังผ่านเกียร์ อัตโนมัติ 6 สปีด แอคทีฟเมติก


          สิ่่งที่เปลี่ยนแปลงหลัก ก็คือช่วงล่างด้านหลังที่หันมาใช้ ทอร์ชั่น บีม ส่วนด้านหน้าใช้ แมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ซึ่งมาสด้าบอกว่า การออกแบบยุคใหม่ทำให้ทอร์ชันบีมทำหน้าที่ได้ดีกว่าแมคเฟอร์สัน สตรัท เพราะทำให้หน้ายางสัมผัสกับผิวถนนได้เต็มที่มากกว่าตลอดเวลา นอกเหนือจากสิ่งที่ได้ตรงๆ ก็คือ น้ำหนักที่ลดลงกว่า 10 กก.

 

 

 


          หลังจากได้ขับรุ่นท็อป SP ทั้ง 2 ตัวถัง ในเส้นทางภูเก็ต-พังงา-ภูเก็ต ผ่านเส้นทางที่สวยงามและหลากหลายรูปแบบ รวมถึงทางเขาคดโค้ง ผมยืนยันว่าช่วงล่างทำได้ดีกว่า เจนเนอเรชั่น 3 รถนิ่งกว่า การขับขี่ในทางโค้งแบบรวดเร็ว รถนิ่งมาก การเกาะถนนยังเป็นจุดเด่นที่สำคัญ ความมั่นคงของตัวรถทำให้รู้สึกได้ว่าเรากับรถไปพร้อมๆกันในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะรถถ่ายทอดอารมณ์ สถานการณ์ มาให้ผู้ขับขี่ได้ล่วงรู้ในเวลาเดียวกันทำให้ง่ายต่อการประเมินสถานการณ์หรือว่าการแก้สถานการณ์หากรถเสียการทรงตัว


          พวงมาลัย น้ำหนักดี แม่นยำ ช่วยให้การขับขี่แบบสปอร์ตทำได้สนุก ขณะที่ จีวีซี พลัส ที่ยกระดับขึ้นมา ก็ทำงานได้ดีเช่นกัน ช่วยให้รถลดอาการโคลงตัว คนขับ คนนั่งก็ยังนั่งสบาย


          ส่วนเครื่องยนต์ ก็เพียงพอที่ช่วยให้มาสด้า 3 ใหม่ ขับได้สนุก แต่หากเทียบกับคู่แข่ง อาจจะไม่ได้เด่นออกมาชัดเจน ทำให้หลายคนบอกว่าเสียดาย ที่ช่วงล่างดีๆ อย่างดี เครื่องยนต์น่าร้อนแรงกว่านี้


          แต่ผมว่า แค่นี้ก็พอต่อการใช้งานแล้วครับ และคงหาหาในตลาดเดียวกันมาแหย่มันยาก เมื่ออยู่ในถนนคดโค้งหรือต้องซอกแซกไปมาครับ

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ