royal coronation
16 ธันวาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

เชฟโรเลต แคปติวา  กว้างนั่งสบาย เครื่องยนต์

29 กันยายน 2562 - 00:20 น.
เชฟโรเลต แคปติวา,ยานยนต์
Shares :
เปิดอ่าน 131 ครั้ง

เชฟโรเลต แคปติวา  กว้างนั่งสบาย เครื่องยนต์ คอลัมน์... ยานยนต์

 

 

          หลังจากลดจำนวนรุ่นรถไปพักใหญ่เหลือทำตลาดหลักๆ แค่ปิกอัพ โคโลราโด และพีพีวี เทรลเบลเซอร์ เชฟโรเลต กลับมาทำตลาดเอสยูวีอีกครั้งด้วยการฟื้นตลาดแคปติวา ขึ้นมา แต่ดูกันจริงๆ จังๆ แล้ว บุคลิกของแคปติวาใหม่กับแคปติวาในอดีตไม่ค่อยจะเหมือนกันสักเท่าไร โดยรุ่นใหม่ มีความโดดเด่นกว่าคือพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง โปร่งโล่งกว่า และอารมณ์ออกไปทางรถสำหรับครอบครัวเสียมากกว่า

 

 

          แคปติวา ใหม่ พัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยบริษัทร่วมทุนที่จีน ซึ่งประกอบไปด้วยจีเอ็ม, เอสเอไอซี และวู่หลิง ส่วนรถที่ขายในบ้านเราผลิตที่โรงงานในอินโดนีเซีย นำเข้ามาโดยใช้สิทธิพิเศษทางภาษีจากเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือว่า อาฟตา แม้พื้นฐานรถจะไม่เกี่ยวกันนักแต่เชฟโรเลตก็ตัดสินใจที่จะเลือกใช้ชื่อเดิม ซึ่งเป็นชื่อที่ติดหูคนอยู่แล้ว อาจจะคิดว่าง่ายต่อการจดจำ


          ตัวถังขนาดใหญ่ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด รูปทรงก็ถือว่าใช้ได้ มีความโฉบเฉี่ยว ดุดัน แต่ในมุมมองผมถ้าหากเพิ่มความกว้างของหน้ายางที่ใช้ขนาด 215/60 R 17 อีกสักหน่อยจะดูสมส่วนกว่านี้

 

 

 


   

          ตัวถังใหญ่กว่ารถในซี-เซ็กเมนต์ เอสยูวี อย่างมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ฮอนด้า ซีอาร์วี หรือว่า นิสสัน เอ็กซ์เทรล แต่เครื่องยนต์เล็กกว่า ราคาต่ำกว่า


          ตัวถังมีความยาว 4,655 มม. กว้าง 1,835 มม. สูง 1,760 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 175 มม. ภายในห้องโดยสารที่นั่งแถวกลางโปร่งสบาย พื้นที่เข่า พื้นที่วางเท้า หรือพื้นที่เหนือศีรษะเหลือๆ เป็นสิ่งที่หลายคนชอบ ส่วนแถวที่ 3 ก็นั่งได้ แม้จะไม่กว้างนัก แต่คนตัวเล็กหรือว่าเด็กๆ นั่งได้ไม่มีปัญหาอะไร
   

 

 

 

 



          เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ซีวีที พร้อมโหมดชิฟท์ คอนโทรล พลัส 8 สปีด ลากรถที่มีน้ำหนัก 1,520-1,630 กก.


          กำลังเครื่องยนต์เพียงพอไหม ผมตอบได้ว่ารองรับการใช้งานได้ แน่นอนไม่กระฉับกระเฉงนักในช่วงออกตัว การเร่งแซงอาจต้องมีเค้นกำลังบ้าง แต่ไม่ใช่ตะบี้ตะบันกดคันเร่งแบบคิกดาวน์ หากทำแบบนั้นจะรู้สึกได้ว่ามันเติมความเร็วได้ช้ากว่าการเพิ่มน้ำหนักคันเร่งอย่างนุ่มนวลซึ่งเป็นอารมณ์ของซีวีที ครับ

 

 

 

 


          เส้นทางการทดสอบเริ่มจากกรุงเทพฯ ย่านราชเทวี ขึ้นทางด่วนไปเจอเพื่อนรถยนต์มากมายบนถนนพระราม 2 จากนั้นเข้าเพชรเกษมที่วังมะนาว แล้วตัดออกทางสายรองที่หนองหญ้าปล้อง มุ่งหน้าไปทางยางชุม ไปโผล่ถนนเส้นห้วยมงคล ป่าละอู มีความหลากหลาย ทั้งทางหลวง ทางรอง ทางขึ้นเขา ทางโค้ง


          เราเดินทางกัน 3 คนพร้อมกระเป๋าสัมภาระคนละใบ ซึ่งตลอดเส้นทางเครื่องยนต์ก็สามารถรองรับการเดินทางได้ไม่ว่าจะเป็นการขับแบบซอกแซกไปมาเพื่อแซงรถคันอื่นที่เกะกะบนถนนพระราม 2 การเร่งแซงบนถนน 2 เลนสวนทางในเส้นทางสายรองแต่ย้ำอีกครั้งว่ามันไม่ได้ร้อนแรง แต่ก็รองรับการใช้งานเดินทางในชีวิตจริงได้ หากเรารู้จักอารมณ์ของรถเพียงพอ


          ส่วนความเร็วสูงสุดเท่าที่มีโอกาสช่วงทางโล่งๆ ไปได้ถึง 170 ก่อนที่จะต้องยกคันเร่ง เพราะเริ่มมีรถอยู่ด้านหน้า แต่ก็คาดว่าคงขึ้นกว่านี้ได้อีกไม่มากเท่าไร

 

 

 


          แต่ไม่แนะนำให้ใช้ความเร็วสูงๆ เช่นนั้น เป็นแค่การลองช่วงสั้นๆ ดูสมรรถนะรถเฉยๆ อีกทั้งถ้าหากขับเร็วมากๆ เหมือนจะต้องเค้นเครื่องยนต์มากเกินไป การใช้ความเร็วปกติในการเดินทางสัก 120 กม./ชม. ไม่มีปัญหาอะไร หรือจะเผลอๆ ขึ้นไปมากกว่านี้อีกเล็กน้อยก็ได้เช่นกัน


          แต่หากจะต้องผ่านเส้นทางโค้งจะต้องประเมินความเร็วให้เหมาะสม เพราะแคปติวา ตั้งช่วงล่างมาค่อนข้างนุ่มเกินไป การใช้ความเร็วสูงๆ ในทางโค้งอาจจะไม่เหมาะนัก เพราะตัวถังโยนตัวค่อนข้างมาก รวมถึงการเปลี่ยนช่องทางอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเรียนรู้อารมณ์ของรถ เพื่อปรับรูปแบบการขับขี่ให้เหมาะสม ส่วนการขับขี่ทางตรงไม่มีปัญหาอะไร แต่ความนุ่มจะมีประโยชน์ที่การดูดซับแรงสั่นสะเทือน ทำให้นั่งสบายในเส้นทางขรุขระ หรือการขับบนทางลูกรังบางช่วงของเส้นทางทดสอบ


          พวงมาลัยไฟฟ้าเบาๆ ขับสบายๆ แต่ผมว่าถ้าเพิ่มน้ำหนักให้มากกว่านี้อีกเล็กน้อย จะรองรับการขับขี่เร็วๆ ได้ดีขึ้น

 

 

 

 


          และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำได้ดี คือการเก็บเสียงในห้องโดยสารที่ค่อนข้างเงียบแม้จะอยู่ในช่วงที่ความเร็วค่อนข้างสูงก็ตาม
  

          ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นวัสดุต่างๆ ให้ความรู้สึกในสัมผัสที่ดี และที่เด่นสุดคือจอแสดงผลระบบสัมผัสขนาด 10.4 นิ้ว ติดตั้งไว้ในแนวตั้ง ซึ่งรองรับการทำงานหลายอย่าง โดยมี Chevrolet Link ระบบเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง แสดงหน้าจอมือถือบนจออินโฟเทนเมนท์ รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ซึ่งมีให้ทุกรุ่น
   

          ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานสำคัญๆ ในรุ่นเริ่มต้น ก็เช่นระบบช่วยเหลือการทรงตัว เบรกเอบีเอส ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรก ระบบช่วยออกตัวบนเนิน ระบบป้องกันการลื่นไถล ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติหรือเบรกโฮลด์ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ระบบปรับอากาศเบาะแถว 2 ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ ฮาโลเจนหน่วงเวลาปิดไฟตัดหมอกหลัง ถุงลมคู่หน้า

 

 

 

 


          ส่วนรุ่นแอลทีที่ผมขับในวันนี้ก็เพิ่มเติมเบาะเข้าไปเป็น 7 ที่นั่ง เพิ่มถุงลมด้านข้างคู่หน้า ไฟขับขี่กลางวันแอลอีดี ไฟตัดหมอกหน้า กุญแจรีโมทระบบเครื่องเสียง Infinity by Harman ลำโพง 9 ดอก กระจกมองข้างพับเก็บด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว ยูเอสบี 4 จุด


          ขณะที่ตัวท็อปก็เพิ่มล้ออัลลอยสปอร์ตทูโทน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ กล้อง 360 องศา หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ แอลอีดี พวงมาลัยหุ้มหนัง แผงหน้าปัด DIC มัลติฟังก์ชัน 7 นิ้วแบบฟูล ทีเอฟที ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหน้า เป็นต้น
  

          ถ้าเทียบกับราคาและสิ่งที่จะได้จากรถโดยเฉพาะผู้ที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการรถที่มีพื้นที่ใช้สอยมากๆ หรือว่าเป็นรถที่รองรับครอบครัว รองรับการเดินทางของคนจำนวนมาก เพราะนั่งได้ 7 คน (แอลทีกับพรีเมียร์) ก็คงชดเชยได้กับกำลังเครื่องยนต์ที่อาจจะไม่ทันใจในบางอารมณ์ครับ


 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ