royal coronation
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562
ไลฟ์สไตล์

Hey, Mercedes  คำติดปากคำใหม่

วันที่ 27 สิงหาคม 2562 - 09:00 น.
คอมแพ็คคาร์,A200,ตระกูลเอ-คลาส,เบนซ์,Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic,เมอร์เซเดส-เบนซ์
Shares :
เปิดอ่าน 2,249 ครั้ง

มาพร้อม Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic เล็กพริกขี้หนู

อีกครั้งที่ เบนซ์ ส่งรถรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ ลงมาลุยตลาดรถไซส์เล็ก หวังอุดทุกช่องว่าง ดึงสาวกดาวสามแฉกรุ่นใหม่มาในตระกูลเอ-คลาส ซีดานสี่ประตู โดยเป็นเจนที่ 4 พร้อมดีไซน์ดูเฉียวคมชวนหลงเสน่ห์ ยิ่งไฟหน้าคู่นี้ชวนมองมากๆ  แน่นอนผมเองยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสตัวเป็นๆ กับเค้าแบบจริงจัง ก็คงต้องขอเล่าจากที่เห็นพร้อมกับผู้อ่านนะครับ  

รถยนต์ตระกูลเอ-คลาส   เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2540 นับเป็นเวลากว่า 20 ปี  ที่พัฒนาสมรรถนะในด้านต่างๆ รวมถึงปรับปรุงดีไซน์มาอย่างต่อเนื่อง  และที่หันมาลุยตลาดคอมแพ็คคาร์ เพราะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั่วโลก  และครั้งนี้ถือว่าคนไทยจะได้สัมผัสรถเล็กพริกขี้หนูคันนี้หลังรอว่าจะมีการทำตลาดไหม แต่ก็ต้องคิดหนักกับราคาที่ตั้งไว้ เพราะคู่แข่งก็มีให้เลือกหลากหลายอยู่เหมือนกัน  แต่เราจะได้ขับรถยนต์คันนี้ที่นำเข้าจากประเทศเยอรมันเลยครับ แต่ก่อนจะไปรู้ว่า Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic คันนี้มีอะไรบ้าง ก็ต้องรู้ว่ารถคันนี้มาขายใคร โดยกลุ่มเป้าหมายตั้งไว้ที่คนรุ่นใหม่ที่รักอิสระ และชื่นชอบดิจิทัลไลฟ์สไตล์ และให้ความสำคัญกับการสร้างบาลานซ์ให้กับการใช้ชีวิต และไปสอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่บริษัทฯ ยึดถือมาตลอด โดยเน้นความเรียบง่าย และให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนแรง และน่าดึงดูดใจ อีกด้วย

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง  1,332 ซีซี. 16 วาล์ว มีระบบอัดอากาศ  163 แรงม้า  5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620  รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 8.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่  230 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลือง 5.2-5.4 / 100 ลิตร/กิโลเมตร มีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 119-124 กรัม/กม. ระบบส่งกำลังเกียร์ 7G-DCT 7-speed automatic และมีความจุถังน้ำมันเพียง 43 ลิตร 

 ภายนอก

โครงสร้างภายนอกแบบ AMG โดดเด่นด้วยการตัดทอนเส้นสาย และช่องว่างให้มีน้อยที่สุด 

ผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิกของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์และความปราดเปรียวได้ลงตัว 

ด้านหน้าของตัวรถมีความล้ำสมัยรับกับช่วงกระโปรงหน้าที่ลาดตัวต่ำและทอดตัวยาว

ฝากระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ที่ประกอบด้วยเส้นเดี่ยวแนวนอน และตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง 

ด้านกว้างของตัวรถถูกออกแบบมาให้ดูทรงพลังและเร้าอารมณ์สอดรับเส้นสายด้านข้างที่ทอดตัวอยู่บริเวณช่วงล่างของตัวถังช่วยให้ตัวรถดูกว้าง 

ส่วนกระจกมองข้างนั้นอยู่ในระนาบเดียวกับขอบล่างของกระจกห้องโดยสารพอดี 

มีล้อขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ 

โคมไฟหน้าแบบ LED High Performance ที่มีความเพรียวบาง 

กรอบเคลือบโครเมี่ยมที่ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่ตอนกลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายคบเพลิง 

ภายใน

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูทันสมัย สไตล์สปอร์ตแบบ AMG  และกว้างขวางเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากที่สุด

โดยมีพื้นที่ว่างบริเวณช่วงไหล่ ข้อศอก  และเหนือศีรษะมากกว่าค่าเฉลี่ยของรถยนต์ประเภทเดียวกัน 

การออกแบบห้องโดยสารตอนหลังให้เข้าออกได้ง่าย 

ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีปริมาตร 420 ลิตร 

ช่องกระโปรงหลัง มีขนาดกว้าง 950 มิลลิเมตร และมีระยะเส้นทแยงมุมจากตัวล็อกถึงขอบล่างของกระจกหลัง ถึง 462 มิลลิเมตร 

พวงมาลัยของรถยนต์รุ่นนี้ตกแต่งแบบสปอร์ตท้ายตัดหุ้มด้วยหนัง nappa 

เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre ทั้งหมด โดยเบาะที่นั่งด้านคนขับมาพร้อมหน่วยบันทึกความจำ 

เบาะด้านหลังยังสามารถพับได้แบบ 40:20:40 

แผงหน้าปัดมีความล้ำสมัยด้วยฝาครอบทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้าผ่านคอนโซลกลางไร้รอยต่อ เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ที่

หน้าจอ Widescreen ขนาด 26 เซนติเมตร หรือ 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ 

โดยหน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ 

แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน 

อีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์ที่ใช้ระบบสัมผัส Touchscreen ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่นำหน้าจอมาใช้ในรถยนต์คอมแพ็คคาร์ 

ผู้ขับขี่สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad ดีไซน์ใหม่ 

ช่องลมของครื่องปรับอากาศออกแบบโดยใช้กังหัน turbine 

ส่วนล่างของคอนโซลกลางยังได้รับการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายปีกที่ดูแบนราบและไร้รอยต่อจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งของ          

ห้องโดยสารมีระบบไฟส่องสว่างในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี มากกว่ารุ่นก่อนหน้า   ยังสามารถผสมสีสันต่างๆ เพิ่มเป็นสีพิเศษ ได้อีก 10 สี

เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย 

มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีในรถยนต์รุ่นก่อนหน้ามากมาย เช่น 

ระบบช่วยหยุดรถ Active Brake Assist ที่สามารถ ลดความเสียหายหรือป้องกันการพุ่งชนกับรถยนต์ข้างหน้าที่ใช้ความเร็วต่ำกว่า  หรือจอดอยู่ข้างหน้า และช่วยป้องกันไม่ให้รถเฉี่ยวชนกับผู้ที่ข้ามถนนหรือผู้ใช้จักรยานได้อีกด้วย

ระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง (Parking package with reversing camera) ที่จะช่วยให้การถอยจอดง่ายขึ้นอีกด้วย ครั้งแรกของรถยนต์ในตระกูลคอมแพ็คคาร์จากทางเบนซ์

ระบบ Mercedes me connect ที่ความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ จะทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะล่า ระบบ MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience เป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ 

โดยผผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเพิ่มบริการ และฟังก์ชันต่างๆ ตามต้องการได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อาทิ

Mercedes-Benz emergency call system ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชน เซ็นเซอร์ของระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติและส่งตำแหน่งของรถยนต์ให้กับศูนย์ช่วยเหลือทันที

Vehicle Monitoring สามารถเช็คตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ได้

Vehicle Set-up ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกล ให้ทั้งผู้ขับขี่ และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดดูรายละเอียดข้อมูลสถานะต่างๆ ได้

Maintenance Management ช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ 

Remote Engine Start สามารถเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศทำความเย็นล่วงหน้า หรือการสั่งเปิด หรือล็อกประตูรถจากระยะไกล 

Online Booking สำหรับการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการต่างๆ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว

ระบบ MBUX นั้น เป็นระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รองรับการสั่งการผ่านจุดสำคัญ 2 จุด คือ 

หน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส (หน้าจอส่วนอินโฟเทนเมนต์) 

Touchpad ที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง 

ระบบมีจุดเด่นอยู่ที่สามารถจดจำความต้องการของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบ AI ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนตามลักษณะ การใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถได้ 

มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ๆ อาทิ

Navigation ระบบนำทางแบบมาพร้อมกับ GPS ที่แสดงผลแบบสามมิติ (3D) ด้วยกราฟิกที่มีความละเอียดสูง สามารถรายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์

Personal profiles จดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ โดยระบบนี้สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์

Linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียงทั่วโลก (natural speech recognition) ระบบนี้สามารถรับรู้และเข้าใจเกือบทุกคำที่ปรากฏอยู่ในระบบอินโฟเทนเม้นท์ของรถยนต์ โดยผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า “Hey, Mercedes” 

 

Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic 

จำหน่ายในราคา 2,490,000 บาท 

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย                                                                                                                                         

E-mail : [email protected] 

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ