royal coronation
วันที่ 21 ตุลาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

กรมหลวงราชสาริณีฯ เสด็จเรือนจำกลาง นครศรีธรรมราช

วันที่ 5 สิงหาคม 2562 - 17:01 น.
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา,เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช,หลารวมใจ,เรือนจำ,นักโทษ,โครงการกำลังใจฯ,กรมหลวงราชสาริณีฯ
Shares :
เปิดอ่าน 2,386 ครั้ง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงติดตามโครงกำลังใจ-ทรงรับฟังปัญหา

       เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2562 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงติดตามงานการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ตำบลนาพรุ อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, ต.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, พ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช หัวหน้าหน่วยงานในจังหวัดนครศรีธรรมราช เฝ้ารับเสด็จ

 

       ในการนี้ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายอาคาร “หลารวมใจ” ทอดพระเนตรภายในอาคาร  จากนั้น เสด็จไปยังบริเวณด้านหน้าอาคารทรงปลูกต้นไม้ (ต้นรวงผึ้ง) จำนวน 1 ต้น แล้วเสด็จเข้าสู่แดนหญิง เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช จากนั้นเสด็จเยี่ยมชมห้องแม่และเด็ก ทอดพระเนตรการสาธิตฝึกวิชาชีพ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ต้องขังหญิงเพื่อสอบถามปัญหาและความต้องการ

     จากนั้น เสด็จเข้าสู่สถานพยาบาลแดนชาย ทอดพระเนตรสถานพยาบาล และเยี่ยมผู้ต้องขังที่ป่วย พระราชทานของเยี่ยมให้ผู้แทนผู้ต้องขังที่ป่วย ก่อนเสด็จเวทีกิจกรรม ประทับพระเก้าอี้ พระราชทานของที่ระลึกให้แก่ตัวแทนผู้ต้องขังชายและหญิง ทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขัง ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินในพื้นที่ สมควรแก่เวลา เสด็จกลับ

      ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เสด็จมาทรงเปิดโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2553 และทรงเปิดกิจกรรม “สร้างกำลังใจ...สู่เมืองคอน” ปัจจุบันเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เป็นเรือนจำที่ควบคุมผู้ต้องขังชายและหญิง มีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 7,129 คน แบ่งเป็นผู้ต้องขังหญิง จำนวน 1,073 คน ผู้ต้องขังชาย จำนวน 6,056 คน ผู้ต้องขังต่างชาติ 14 คน เด็กติดผู้ต้องขัง 6 คน และผู้ต้องขังตั้งครรภ์ 1 คน

    โดยในครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงติดตามโครงการกำลังใจฯ อันได้แก่ โครงการแม่และเด็ก ซึ่งในปัจจุบัน มีเด็กติดผู้ต้องขัง จำนวน 6 คน และผู้ต้องขังตั้งครรภ์ จำนวน 1 คน เด็กทุกคนมีพัฒนาการสมวัย และได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ โดยได้รับการสนับสนุนวัคซีนจากโรงพยาบาลมหาราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงให้ความสนพระทัยในการดูแลผู้ต้องขัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ต้องขังที่มีความเจ็บป่วย และสืบสานพระราชกรณียกิจ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ในการทรงเป็นทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ การดำเนินงานสถานพยาบาล ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มีผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ HIV/AIDS จำนวน 118 คน แบ่งเป็นผ้ต้องขังชาย จำนวน 84 คน และผู้ต้องขังหญิง จำนวน 34 คน ผู้ต้องขังที่ติดเชื้อได้รับบริการทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้หลักการ RRTTR ย่อมาจาก Reach Recude Test Treat Retrain โดยไม่ต้องการให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และลดจำนวนผู้เสียชีวิต ลดการตีตราจากสังคมในการเลือกปฏิบัติให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเสด็จติดตามผลการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ ในครั้งนี้ สร้างความปลื้มปีติให้กับผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก ที่มีโอกาสได้ชื่นชมพระบารมีทำให้มีกำลังใจและมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตต่อไป โดยทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ต้องขังที่ฝึกอาชีพด้วยความสนพระทัยพร้อมพระราชทานกำลังใจ ความบางตอนว่า “ผลงานมีความสวยงาม ยึดเป็นอาชีพได้ ขอให้ทำเรื่อยๆ” นอกจากนี้ยังทรงอุดหนุนผลิตภัณฑ์งานฝึมือของผู้ต้องขังหญิง จากนั้นทรงรับฟังปัญหาของผู้ต้องขังหญิงที่ กราบทูลถวายรายงานในเรื่องปัญหาความแออัดในโรงนอน,ขอเพิ่มห้องสมุดและหนังสือทางด้านกฎหมาย เทคโนโลยี โต๊ะ เก้าอี้ รวมถึงขอพระราชทานอาจารย์เฝ้าฝึกอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังเพิ่มมากขึ้น ซึ่งพระองค์ทรงรับไว้พิจารณาตามคำกราบทูล

    ทั้งนี้ พ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่สำคัญตามที่ได้รับมอบหมายจากกรมราชทัณฑ์ รวมถึงมีโอกาสต้อนรับผู้สนใจที่ประสงค์มาขอดูงานในหลายโอสกาส แต่สถานที่เก่าไม่อำนวย จึงได้มีดำริก่อสร้างอาคารหลารวมใจ ขึ้นเพื่อใช้ในการฝึกอบรมและการจัดประชุมรวมถึงรองรับผู้มาศึกษาดูงาน โดยเงินที่ใช้เป็นทุนในการก่อสร้างอาคารครั้งนี้ เป็นเงินบริจาคจากประชาชนส่วนหนึ่งและอีกส่วนเป็นเงินของร้านค้าอาคารสงเคราะห์ของเรือนจำรวมทั้งสิ้นกว่าเก้าแสนบาท ส่วนการก่อสร้างเป็นฝีมือแรงงานของผู้ต้องขังในเรือนจำ จึงตั้งชื่ออาคารนี้ว่า “หลารวมใจ” ซึ่งหมายถึง “ศาลารวมใจ” ที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนและผู้ต้องขัง

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ