royal coronation
8 ธันวาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

"ฝากไข่"เทรนด์สาวรุ่นใหม่เตรียมมีลูกในอนาคต

21 กรกฎาคม 2562 - 09:00 น.
ฝากไข่,นพพัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย,คลินิกอินสไปร์ ไอวีเอฟ,มีบุตรยาก
Shares :
เปิดอ่าน 12,622 ครั้ง

นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้สาวๆ อุ่นใจมีลูกได้แม้อายุมากขึ้น

          ชีวิตสาวยุคใหม่ที่ปัจจุบันกว่าจะเรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท หรือบางคนเรียนต่อปริญญาเอกเข้าไปอีก บวกกับเวลาทำงานสร้างฐานะจนมั่นใจว่าพอจะดูแลสมาชิกตัวน้อยได้อย่างไม่ลำบาก อายุก็เรียกได้ว่าเลยไปไกลจนหลักสี่.. ดอนเมือง.. รังสิต.. วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับการ “ฝากไข่” นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้สาวๆ อุ่นใจมีลูกได้แม้อายุมากขึ้นกับ นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมีบุตรยากคลินิกอินสไปร์ ไอวีเอฟ โดยคุณหมออธิบายว่าก่อนอื่นเราต้องเข้าใจธรรมชาติของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์กันก่อน

นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย

          ผู้หญิงจะเกิดมาพร้อมกับจำนวนเซลล์ไข่ที่มีจำกัด ซึ่งช่วงหลังจากที่เซลล์ไข่หมดก็คือวัยที่เราเรียกกันว่าวัยทอง (อายุเฉลี่ย 50-51 ปีในคนไทย) เนื่องจากเซลล์ไข่ทั้งหมดจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการแบ่งเซลล์ตั้งแต่เราอยู่ในครรภ์มารดาแต่จะแบ่งเซลล์จนเสร็จสิ้นเป็นเซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีไข่ตกในแต่ละรอบเดือน และไม่เหลือเซลล์ต้นกำเนิดหรือที่เรียกว่าสเต็มเซลล์ของเซลล์ไข่เลย ดังนั้นสิ่งที่อายุกระทำต่อผู้หญิงนอกจากริ้วรอยบนใบหน้าแล้วยังมีผลกับการเจริญพันธุ์ดังนี้ ข้อแรกคือ จำนวนเซลล์ไข่ลดลง ข้อถัดมาคือคุณภาพของเซลล์ไข่ลดลง ทั้งความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมที่เพิ่มขึ้น และความไม่สมบูรณ์ขององค์ประกอบอื่นๆ ของเซลล์ไข่ ข้อต่อมาคือระดับและสัดส่วนของฮอร์โมนเพศ ระดับฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะเอสโตรเจนจะค่อยๆ ลดลงตามอายุ และอาจมีสัดส่วนของฮอร์โมนเพศชายกลุ่มแอนโดรเจนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และข้อสุดท้ายคือโครงสร้างของระบบสืบพันธุ์ เช่น เนื้องอกในมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ช็อกโกแลตซีสต์ที่รังไข่ มีโอกาสเกิดเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ทำให้โอกาสการฝังตัวของตัวอ่อนสูงขึ้น

          คำถามต่อมาคือ เมื่อไหร่จะเริ่มเสื่อม ผู้หญิงมีโอกาสตั้งครรภ์สูงสุดระหว่างอายุ 20-30 ปี คุณภาพไข่จำนวนจะเริ่มลดลงที่อายุเฉลี่ย 32 ปี และจะเริ่มร่วงอย่างรวดเร็วหลังจากอายุเฉลี่ย 37 ปี โดยทั่วไปหลังจากอายุ 40 ปีแล้วโอกาสตั้งครรภ์ประมาณร้อยละ 2.5 ต่อรอบเดือนเท่านั้น 

          ปัจจุบันยังไม่มียาหรืออาหารเสริมอะไรที่ทำให้คุณภาพไข่ไม่แย่ลง จำนวนไข่ไม่ลดลงได้ ซึ่งถ้าตอนนี้ยังไม่พร้อมจะมีลูก ทางเลือกที่มีปัจจุบันก็คือแช่แข็งเซลล์ไข่เก็บไว้ก่อน การ “ฝากไข่” ต้องผ่านกระบวนการกระตุ้นไข่และเก็บไข่เหมือนคนไข้ทำเด็กหลอดแก้วทุกประการ ไข่ที่เราเก็บออกมาก็จะผ่านกระบวนการแช่แข็งเก็บไว้ในไนโตรเจนเหลวอุณหภูมิ-196 องศาเซลเซียส ซึ่งเก็บไว้ได้นานหลายปี โดยหลักการเมื่อละลายออกมาคุณภาพไข่ก็จะใกล้เคียงกับวันที่เราแช่ตราบใดที่ยังมีการรักษาระดับไนโตรเจนเหลวในถังตลอดเวลา มีรายงานเมื่อปีที่แล้วว่าตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้ถึง 25 ปี เมื่อละลายออกมาก็สามารถตั้งครรภ์ให้กำเนิดเด็กที่ปกติได้ อย่างไรก็ตามเซลล์ไข่ 1 ฟอง ไม่ได้แปลว่าเราจะได้ลูก 1 คน เพราะปกติการแบ่งตัวอ่อน การฝังตัว ฯลฯ มีขั้นตอนอีกมาก โอกาสตั้งครรภ์จากไข่แช่แข็ง 1 ฟองประมาณร้อยละ 6.5 หรือคิดง่ายๆ ว่าต้องมีไข่แช่แข็งไว้ 15 ฟองถึงจะมั่นใจได้ว่าน่าจะได้ลูก 1 คน

          แต่การแช่แข็งเซลล์ไข่ก็มีข้อเสียเช่น การฉีดยาก็เจ็บ อาจมีภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นเยอะเกินไป ความเจ็บปวดจากการเก็บไข่ ซึ่งปกติมักจะไม่รุนแรง และอีกอย่างคือ มีค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ