royal coronation
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562
ไลฟ์สไตล์

วัตถุดิบทั่วไทยปรุงใหม่ในแบบ "ธาน"

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 - 17:30 น.
ธาน,กำไร,เชฟเทพ มนต์เทพ กมลศิลป์,โรงแรมสยามแอ็ทสยาม,กรุบกริบ-หยิบกิน,อาหารไทยพื้นถิ่นสไตล์อินโนเวทีฟ,หมูสะเต๊ะ,หมูกับสะตอผัดกะปิ,ปลาเค้าแกงคั่วปากน้ำตาปี,เนื้อน่องลายกอและ,ต้มโคล้งน้ำกะทิเล้งเผา,ไอศกรีมชาไทยนมวัว,รีรีข้าวสาร,อำแดง,ริมวารี,อร่อย,วัตถุดิบทั่วไทย,เนื้อวากิว,หมูหลุม,แม่น้ำตาปี
Shares :
เปิดอ่าน 811 ครั้ง

"อาหารไทยพื้นถิ่นสไตล์อินโนเวทีฟ" ผสมผสานหลายวัฒนธรรมโดยใช้วัตถุดิบนานาชนิดที่สืบเสาะหามาได้จากทุกทิศทั่วไทย

     ต้องเรียกว่าเป็น “กำไร” ของคนกิน สำหรับการรังสรรค์อาหารแต่ละชาติให้ออกมามีรูปแบบหลากหลาย ดูอย่างอาหารไทยของห้องอาหาร “ธาน” (TAAN) โรงแรมสยามแอ็ทสยาม ที่มีโอกาสเข้าไปทำความรู้จักเมื่อวันก่อน เชฟหนุ่มไฟแรงไอเดียบรรเจิด “เชฟเทพ” มนต์เทพ กมลศิลป์ วางคอนเซ็ปต์ให้สำรับไทยในแบบของเขาออกมาแนว “อาหารไทยพื้นถิ่นสไตล์อินโนเวทีฟ” ผสมผสานหลายวัฒนธรรมโดยใช้วัตถุดิบนานาชนิดที่สืบเสาะหามาได้จากทุกทิศทั่วไทยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหมูหลุมจากน่าน เนื้อวากิวจากแหล่งผลิตชื่อดังสุพรรณบุรี ไก่เลี้ยงอิสระและไข่ไก่อินทรีย์จากแทนคุณออร์แกนิกฟาร์ม หรือจะเป็นซีฟู้ดจาก “Fisherfolk” ที่เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มชาวประมงท้องถิ่นทะเลไทย หรือที่เรียกว่า “ทำประมงอย่างประณีต” เป็นต้น ว่ากันว่าเทรนด์นี้กำลังมาแถมได้ช่วยเกษตรกรท้องถิ่นไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วย

 เชฟเทพ บรรจงจัดแต่งจานอร่อย

     สำคัญว่านอกจากการบรรจงคัดสรรวัตถุดิบไทยชั้นดีแล้ว เชฟเทพยังนำความเชี่ยวชาญเรื่องเทคนิคการทำอาหารสากลสมัยใหม่ โดยเฉพาะอาหารฝรั่งเศสมาใช้กับอาหารไทยและกล้าที่จะเลือกนำเสนอให้มีรสสัมผัสแปลกใหม่ไม่ยึดติดขนบเดิมๆ ทำให้หน้าตาและรสชาติดูน่าสนใจไม่น้อย ว่าแล้วไปลองลิ้มชิมรสกันเลย เริ่มจากอาหารชุดเรียกน้ำย่อยชื่อน่ารัก “กรุบกริบ-หยิบกิน” ที่เสิร์ฟมาบนต้นไม้จิ๋ว มาจากแนวคิดที่เชฟอยากเล่นกับอาหารข้างทางที่มีชื่อหรือมาจากต่างประเทศอย่างขนมจีน เครป และขนมโตเกียว ให้ออกมาเป็นคำเล็กๆ เคี้ยวกรุบกริบเพลินๆ อย่าง “เครปเนื้อปู” 

เครปเนื้อปูกรุบกรอบ

หมูสะเต๊ะ

     หรือจะเป็นของกินคุ้นเคยอย่าง “หมูสะเต๊ะ” ที่เชฟปิ๊งไอเดียเห็นคนชอบกินหมูสะเต๊ะแล้วมีเครื่องเคียงหลายอย่างจิ้มไปจิ้มมาหกเลอะเทอะ นำมาจัดเป็นคำแบบแซนด์วิช เด็ดตรงที่หมักหมูด้วยผงขมิ้นพร้อมสมุนไพรหลายชนิด แนมด้วยมะละกอดองแทนแตงกวา พริกสด และผักแพว อร่อยแถมสะดวกสบายกินง่ายขึ้นเห็นๆ

หมูย่างกับสะตอผัดกะปิ

     อย่างที่บอกว่าทุกจานเปี่ยมล้นด้วยวัตถุดิบเด่นดังจากท้องถิ่นนั้นๆ ใครชอบหมูย่างอยากให้ลอง “หมูย่างกับสะตอผัดกะปิ” ผสมผสานหลายวัฒนธรรม หมูสามชั้นออร์แกนิกจากขอนแก่นย่างให้กรอบแบบหมูย่างเมืองตรัง ส่วนสะตอผัดใช้กะปิระนองอย่างดี ใส่พริกขี้หนูสดช่วยเพิ่มรสและความหอม ความเผ็ดร้อนจัดเต็มช่วยแก้เลี่ยนหมูสามชั้นย่างอยู่หมัด ใครไม่กินเผ็ดแจ้งพนักงานให้ลดทอนลงได้ เตือนแล้วนะ! อีกรสจัดจ้านตีคู่กันมายกให้ “ปลาเค้าแกงคั่วปากน้ำตาปี” ใช้ปลาเค้าดำที่เลี้ยงในแม่น้ำตาปี สุราษฎร์ธานี อารมณ์แนวแกงคั่วปักษ์ใต้เพราะใส่ขมิ้นด้วย แล้วก็มีใบชะครามรวมถึงไข่แมงดาและมะละกอดองเพิ่มรสชาติ กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเหาะ

ปลาเค้าแกงคั่วปากน้ำตาปี

เนื้อน่องลายกอและ

      มาถึงจานเด็ดที่ถือเป็นไฮไลท์ก็พอจะได้กับ “เนื้อน่องลายกอและ” เชฟเทพบอกว่าแรงบันดาลใจมาจากไก่ย่างกอและของดีของพี่น้องชาวใต้ เพียงเปลี่ยนจากไก่มาใช้เนื้อวัววากิวจากโคราชที่เลี้ยงด้วยเมล็ดทานตะวันแทน นำเนื้อส่วนน่องที่มีเอ็นแทรกไปหมักขมิ้นและกระเทียมกับซอสกอและที่เคี่ยวเอง ใส่เนื้อลำไยแห้งจากลำพูนไปด้วย รับประทานกับยำสับปะรดภูเก็ตย่างซอสปลาแห้งและข่าดอง เพิ่มลูกเล่นด้วยการจัดเสิร์ฟเป็นชิ้นพอคำบนถ่านไม้แล้วก็มีไม้ซี่เล็กๆ ปักมาด้วย สะท้อนวิถีชาวประมงในทะเลสาบสงขลาที่ปักยอนับร้อยหาปลา เป็นภาพที่ใครๆ ก็คุ้นชิน ส่วนรสชาติต้องบอกว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ เนื้อส่วนเอ็นเปื่อยนุ่มกำลังดีเข้ากับซอสกอและอย่างละมุนละไม   

 

 

     

ต้มโคล้งน้ำกะทิเล้งเผา

กะเพราเต้าหู้ยูนนานดอกดาหลา

     เช่นเดียวกับประเภทต้มยำทำแกงอย่าง “ต้มโคล้งน้ำกะทิเล้งเผา” ลืมภาพต้มโคล้งหรือเล้งแซบเดิมๆ ไปเลย เพราะสร้างสรรค์โดยนำจุดเด่นของอาหารที่ว่ามาผสมผสานอย่างลงตัว เชฟเอาต้มโคล้งปลาแห้งไปเคี่ยวกับน้ำกะทิเพื่อให้มีความนัว พอมาบวกกับซุปต้มแซบเปรี้ยวๆ กลายเป็นความอร่อยที่ต่างออกไป เวลาเสิร์ฟเขาจะเทซุปเล้งแซบลงในจานที่จัดวางหมูเล้งที่เลาะกระดูกมาเรียบร้อยกับหมูสามชั้นตุ๋น เนื้อนุ่มแถมซุปก็คล่องคอดี ยังมี กะเพราเต้าหู้ยูนนานและเห็ดชิ้นดอกดาหลา, กะหล่ำปลีน้ำปลา, พล่ากุ้งก้ามกรามย่าง, ต้มจืดสาคูใบเตย ฯลฯ เด็ดๆ ทั้งนั้น

ไอศกรีมชาไทยนมวัว

ลอดช่องอารมณ์ใหม่

   ใช่แค่จานคาวที่เปี่ยมด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ทว่าในส่วนของจานหวานก็ตื่นตาไม่แพ้กันอย่าง “ไอศกรีมชาไทยนมวัว” ไอศกรีมเนื้อเนียนกินคู่กับฝอยทองรสละมุน ส่วนเครื่องดื่มก็คิดแล้วคิดอีกจนได้ความต่าง ถ้าชอบกลมกล่อมไร้แอลกอฮอล์ต้องลอง “อำแดง” เครื่องดื่มชาไทยผสมน้ำทับทิมคล้ายๆ ชามะนาวเย็น ชื่นใจดี เพิ่มดีกรีอีกนิดกับ “รีรีข้าวสาร” ส่วนผสมมีรัม น้ำมะพร้าวสด น้ำเชื่อม และข้าวออแกนิกคั่วพร้อมใบกะเพราเพิ่มกลิ่นหอม จัดเสิร์ฟแบบครีเอทสุดๆ มาพร้อมสุ่มไก่เล็กๆ ที่ครอบข้าวเหนียวแดง กินและจิบไปพร้อมกัน

อำแดง

ริมวารี

รีรีข้าวสาร

บรรยากาศไทยร่วมสมัย

    สนใจชิมรสไทยในอารมณ์แตกต่างจากที่คุ้นเคย “ธาน” ตั้งอยู่บนชั้น 25 โรงแรมสยามแอ็ทสยาม ดีไซน์ โฮเต็ล ถนนพระราม 1 กรุงเทพฯ ร้านบรรยากาศไทยร่วมสมัยออกแบบและตกแต่งชวนมอง รับลูกค้าได้ราว 40 ที่นั่ง เปิดให้บริการมื้อกลางวัน จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 12.00-14.30 น. และมื้อค่ำทุกวัน เวลา 18.30-23.00 น. สอบถาม โทร.06-5328-7374

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ