Kom Lifestyle

ไต้หวัน...วันที่เกาะสีเขียว

ไต้หวัน...วันที่เกาะสีเขียว
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ชวนเที่ยว : ไต้หวัน...วันที่เกาะสีเขียว : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์

 
                    ไต้หวัน หรือ สาธารณรัฐจีน (Republic of China) เกาะใหญ่ในแปซิฟิกตะวันตก ที่มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา ความยาวเหนือจรดใต้ไม่เกิน 400 กิโลเมตร ความกว้างจากตะวันออกสุดตะวันตกราว 144 กิโลเมตร ทุกวันนี้ไต้หวันพัฒนาล้ำหน้าไปมากในด้านเทคโนโลยี มีตึกสูง เมืองใหญ่ ย่านอุตสาหกรรม แต่ขณะเดียวกัน ดูเหมือนว่าไต้หวันยังรักษาความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างกลมกลืน พร้อมกับความมุ่งมั่นจะพัฒนาไปสู่ความเป็นเกาะสีเขียว โดยใช้เทคโนโลยีพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ไปไต้หวันคราวนี้ ภายใต้คำเชิญชวนของกระทรวงต่างประเทศไต้หวัน จึงได้เห็นว่า เขากำลังพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองสีเขียวอย่างจริงจัง
 
                    เดินทางไปไต้หวันทุกวันนี้  ยังต้องขอวีซ่าเข้าประเทศ ผ่านสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย สนามบินไต้หวันอยู่เมืองเถาหยวน ห่างจากกรุงไทเปราวๆ 40 กม. คล้ายๆ กับสนามบินสุวรรณภูมิ ที่อยู่ อ.บางพลี สมุทรปราการนั่นแหละ
 
                    จากสนามบินเข้าสู่นครหลวงใช้เวลาเดินทางราวๆ 40 นาที ภาพของเมืองใหญ่ไม่ต่างจากกรุงเทพมหานครเท่าไหร่ ก็ปรากฏ จะต่างกันก็ตรงที่การจราจรแทบจะไม่ค่อยเจอรถติด ยกเว้นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่มีรถติดบ้างแต่ไม่มาก เพราะคนส่วนใหญ่ที่นี่ นิยมใช้รถจักรยานยนต์ รวมถึงรถสาธารณะที่สะดวกสบายต่อการเดินทางไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง              
 
                    ยิ่งถนนย่านกลางเมือง รวมถึงบริเวณด้าหน้า ทำเนียบประธานาธิบดี ยิ่งค่อนข้างจะโล่ง สบาย ส่งให้ตึกสวยงามของผู้บริหารประเทศโดดเด่นขึ้นอีกเท่าตัว อาคารทำเนียบประธานาธิบดีนี้อยู่ในเขตจงเจิ้ง สร้างเมื่อครั้งอยู่ใต้การปกครองของญี่ปุ่น ตัวอาคารเดิมถูกทำลายลงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการบูรณะใหม่เมื่อปี 2490 (ค.ศ.1947) โดยพรรคชาตินิยมของจีน รูปแบบสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลที่เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค นีโอคลาสสิก และเรอเนซองส์ และสะดุดตาด้วยหอคอยสูง 11 ชั้นเหนือห้องที่ทำงานของประธานาธิบดี ตื่นเต้นไปกว่านั้นเมื่อได้เข้าไปดูภายในบริเวณ (แม้จะห้ามถ่ายรูป) ด้านในเป็นสวนหย่อมตรงกลาง ดูร่มรื่น วันที่ไปยังเจอเด็กๆ มาทัศนศึกษา มีเจ้าหน้าที่พาเดินชมหลายกลุ่มทีเดียว บางมุมมีข้าวของเครื่องใช้รวมถึงจักรยานของประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว  มีภาพประวัติศาสตร์ แผนที่ความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ  ที่นี่ถือเป็นหน้าเป็นตาของไต้หวันจริงๆ  ไม่แพ้ตึกไทเป 101 (ที่เขียนถึงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) ซึ่งเป็นตึกที่ผสมผสานเทคโนโลยีวิศวกรรมสมัยใหม่ของไต้หวัน เคยเป็นตึกสูงที่สุดในโลก ก่อนจะโดนล้มแชมป์โดยตึกเบิร์จ ดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  
 
                    นอกจากไทเปแล้ว  ทุกวันนี้ยังมี นิวไทเป หรือไทเปใหม่ อยู่ที่แทมสุ่ย ใกล้ช่องแคบไต้หวัน ห่างจากไทเป ราวๆ 20 กม. มีแม่น้ำแทมสุ่ยสายยาวขวางกั้น ที่นี่ เป็นที่ตั้งของ ป้อมปราการ Hobe Fort   ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง หรือแมนจู ที่ทำสงครามกับฝรั่งเศส รัฐบาลไต้หวันสมัยหลิว หมิงฉวนเห็นว่าอาวุธสมัยราชวงศ์ชิงล้าสมัย หลังการสู้รบ จึงได้ให้วิศวกรชาวเยอรมันเข้ามาออกแบบก่อสร้าง  Hobe fort ขึ้น ใช้อิฐจากตะวันตก และติดตั้งปืนใหญ่ 4 ตัว ด้านตะวันตก และตะวันออก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ในการสงคราม ทุกวันนี้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญอีกแห่งในนิวไทเป
 
                    ไม่ไกลกัน เป็นโรงละคร ที่ชื่อว่า Cloud Gate Theater คำว่า Cloud gate หมายถึงการเต้นรำแบบเก่าแก่ของไต้หวันที่มีทั้งความสวยงามและพละกำลัง จากเแรกเริ่มมีแห่งแรก แต่เกิดไฟไหม้ จนต้องหาสถานที่ก่อสร้างใหม่ ก็คือ ที่ตั้งปัจจุบันซึ่งสมัยก่อนเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุกระจายเสียง สมัยเจียงไคเช็กกลับมาไต้หวันก็มาประกาศตัว ณ สถานีวิทยุแห่งนี้ Cloud gate แห่งใหม่ก่อตั้งโดยหลินเหวยหมิน ภายใต้การช่วยเหลือของภาคเอกชน 4,155 แห่ง ส่วนรัฐช่วยเหลือด้วยการให้ที่ดินแห่งนี้  ทุกวันนี้ การแสดงเต้นรำแบบดั้งเดิมยังได้รับความนิยมโดยในปี 2558 นี้ มีกำหนดจัดแสดง 251 ครั้งทีเดียว นักแสดงเองมีอายุน้อยลง สถานที่ตั้งก็เน้นการตกแต่งแบบเป็นมิตรและกลมกลืนไปกับกับสิ่งแวดล้อม มีการปลูกต้นไม้เพิ่มร่วม 200 ต้น  ใครมีโอกาสไปลองจองตั๋วเข้าไปชมตจะได้เห็นว่า การเต้นรำแบบ คลาสสิกคอลไชนิสแดนซ์  ไม่มีวันล้าสมัยจริงๆ 
 
                    นอกจากอาคารสถานที่ต่างๆ ที่มีความเป็นสีเขียวมากขึ้น เน้นการสร้างให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมแล้ว แม้คนไต้หวันจะอาศัยอยู่ในแฟลตสูง แต่พื้นที่ด้านล่างก็ยังเต็มไปด้วยต้นไม้ ไม่ว่าจะหมุนไปมุมไหนก็จะเห็นต้นไม้และตึกสูงคละเคล้ากันไป 
 
                    อ้อ มาถึงไต้หวันทั้งที  ต้องไปดูความเป็นเมืองจักรยาน จริงๆ การใช้จักรยานในเมืองใหญ่ ยังไม่มากเท่ากับรถจักรยานยนต์ หากแต่นอกเมืองแล้ว ไต้หวันมีเส้นทางปั่นจักรยานในสถานที่ธรรมชาติที่สวยงาม ส่วนหนึ่งเพราะไต้หวันเองผลิตจักรยานส่งขายไปทั่วโลก ที่บ้านเรารู้จักกันดีก็ยี่ห้อ Giant แต่งวดนี้ แวะไปเยี่ยม พิพิธภัณฑ์จักรยานแปซิฟิก ไซเคิลส์ ในเมืองเถาหยวน  ดูจักรยานแบบอื่นๆ บ้าง ที่นี่เป็นแหล่งรวมจักรยานรุ่นเก่าและใหม่ สไตล์ยูนีค ที่มีจักรยานและอุปกรณ์ที่ใช้กันทุกวันนี้มากถึง 150 อย่าง เอาเฉพาะแค่จักรยาน ตั้งแต่รุ่นเก่าเก็บ และรุ่นใหม่ราคาแสนแพง รวมถึงมีลานทดลองปั่นจักรยานก่อนเลือกซื้ออีกด้วย 
 
                    จอร์จ ลิน ประธานของแปซิฟิก ไซเคิลส์ บอกว่า กำลังมีโครงการปั่นจักรยานรอบโลกอีกครั้ง โดยกำลังจะทำรูทไปแอฟริกา ที่ผ่านมาจัดปั่นจักรยานรอบเกาะไต้หวันระยะทางประมาณพันโลมาแล้ว ซึ่งมีคนเกาหลีใต้มาร่วมปั่นด้วย ปีนี้ทางเกาหลีใต้จัดบ้างไต้หวันก็ไปร่วมปั่นกับเขา นอกจากจะส่งเสริมเรื่องการลดการใช้พลังงานแล้ว ยังได้สุขภาพที่ดีมาเป็นของแถม
 
                    นอกจากจักรยานที่ไต้หวันส่งเสริมแล้ว ยังมีรถแห่งอนาคตคือ รถสกูตเตอร์ หรือจักรยานยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อโกโกโร่ ที่ใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้า หลังลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และประหยัดพลังงาน แบตเตอรี่ที่ใช้วิ่งรถได้ทางไกลถึง 100 กิโลเมตรถึงจะเปลี่ยนครั้งหนึ่ง ใต้เบาะนั่งยังมีช่องเสียบชาร์จไฟโทรศัพท์ สตาร์ทก็แค่กดปุ่ม นับเป็นนวัตกรรมใหม่ของไต้หวันที่จะออกสู่ท้องตลาดปลายปีนี้ ขนาดราคายังไม่ได้ตั้งเลยด้วยซ้ำ 
 
                    นี่ถ้ามองไปถึงความเป็นไฮเทคโนโลยี ต้องบอกว่า ที่ไต้หวันกำลังจะสร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะซอฟแวร์ปาร์ก ที่เมืองไทจงในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่ขณะเดียวกันก็คิดค้นวิธีการที่จะลดการใช้พลังงาน หรือใช้มาใช้พลังงานจากธรรมชาติ และปล่อยของเสียสู่ชั้นบรรยากาศให้น้อยที่สุด โดยมี สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นแหล่งคิดค้นต้นแบบ อาทิ โรงงานกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่จะมีตัวจับก๊าซแล้วนำมาแยก ทำให้เหลือก๊าซเสียที่ปล่อยทิ้งน้อยมาก รวมถึงการสร้างระบบรีไซเคิล  บอกได้เลยว่า ถ้าในอนาคตทุกโรงงานนำสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาใช้ เมืองสีเขียวในอนาคตก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
 
                    ไปไต้หวันเที่ยวนี้ แม้ไม่ได้เที่ยวชมธรรมชาติป่าเขาที่รักษาไว้ได้มากถึง 20% ของเกาะ แต่ได้เห็นความพยายามใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบนี้แล้ว ต้องบอกว่า ไต้หวันกำลังจะเป็นเกาะสีเขียวที่น่าอยู่ น่าเที่ยวจริงๆ
 
 
 
 
 
 
---------------------
 
(ชวนเที่ยว : ไต้หวัน...วันที่เกาะสีเขียว : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)
 
 
 
 
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง