"เสน่ห์ของเจ็ตสกีคือการที่ขับไปบนน้ำเรารู้สึกฟรี อิสระ รอบตัวมีแค่ตัวเรา ไม่ติดเหมือนขับรถยนต์เลย ไปไหนก็ได้และขับง่ายปลอดภัยกว่ารถยนต์ค่ะ"
 
            สองมือจับคันเร่งพร้อมบิด เบื้องหน้าคือผืนแม่น้ำกว้างสุดลูกตา นับเป็นจุดสตาร์ทสู่ความอิสระที่สาว "แพร" แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ  ผู้ก่อตั้งอาณาจักรของเล่น เพลย์ เฮ้าส์ และนำเข้าเครื่องประดับแบรนด์ "กะรัต ลอนดอน" พร้อมจะวางงานทุกอย่างในเวลาสั้นๆ มาอยู่ในโลกของกีฬาเจ็ตสกีสุดรัก ที่แทบไม่ต้องคิดอะไรนอกจากความเร็ว คลื่นน้ำ และวิวสวยก่อนพระอาทิตย์ตกดินตรงหน้า เป็นเวลาคุณภาพที่เจ้าตัวชักชวนเราผ่อนคลายหลังเลิกงานเหมือนเข้าไปอยู่โลกแห่งความสุขใบหนึ่งในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำของโรงแรมบัดดี้  ออเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ พร้อมเพื่อนๆ นักบิดที่มากันครบทีม
 
            ก่อนที่จะกระโดดขึ้นเจ็ตสกี สาวแพรมาในชุดทำงานหลังจากการประชุมงานใหญ่พร้อมรอยยิ้มตื่นเต้นบ่งบอกว่า "รอเวลานี้มานานแล้ว" จากนั้นจึงแปลงกายอยู่ในชุดเสื้อแขนยาวและกางเกงขาสั้นทะมัดทะแมง แล้วขึ้นคร่อมเจ็ตสกีที่ตรวจเช็กครื่องยนต์เรียบร้อย สตาร์ทเครื่องออกตัวเบาๆ เป็นการวอร์มหลังจากร้างมือมานาน
 
            "ตอนนี้โอกาสเจอเพื่อนน้อยถึงน้อยมากเลยค่ะ แพรพยายามแบ่งเวลาอยู่เพราะธุรกิจเดินทางบ่อยมาก ไปต่างประเทศถี่เลย ชีวิตประจำวันถ้ามีเวลา 2-3 ชั่วโมงช่วงบ่าย- เย็น ก็จะพยายามนัดรวมตัวเพื่อนๆ มาขับเจ็ทสกีริมแม่น้ำเจ้าพระยากัน บางทีว่างปุ๊บก็ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่ที่ตลาดปากซอย หรือมาในกางเกงยีนเสื้อยืดก็ขึ้นไปขับเล่นเลย ขอแค่มีเวลาจริงๆ เท่านั้น แพรไม่ได้เล่นนานหลายเดือนเลยเพื่อนก็มีงานรัดตัวเหมือนกัน แต่พอโทรนัดปุ๊บหลายคนก็ลางานมาเพื่อเล่นเจ็ตสกีกันเลยค่ะ ถึงทิ้งห่างแต่ทักษะก็เหมือนขับรถเราไม่ลืมอยู่แล้ว" ผู้บริหารสาวยิ้มเมื่อมองเห็นเพื่อนๆ มาพร้อมหน้า
 
            กว่าจะได้ออกตัวจริงๆ ทุกคนก็นัดแนะเส้นทางกันซึ่งวันนี้ตั้งใจจะขับเลยเส้นสะพานพระราม 4 ไปเล็กน้อย ก่อนวกกลับมาผ่านเจดีย์มุเตา วัดปรมัยยิกาวาส อันเป็นสัญลักษณ์ของ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ด้วยพื้นที่อยู่ไกลจากการสัญจรหลักของเรือในแม่น้ำโดยรอบจึงไม่พลุกพล่าน พร้อมจะให้นักบิดทางน้ำได้โชว์ลีลาสนุกสนานเต็มที่
 
            "กีฬาที่ได้เล่นแรกๆ เลยคือขับเจ็ตสกีค่ะ ตอนเด็กๆ คุณอาของแพรจะชอบเล่นเจ็ตสกีกันหมดทุกคน จะไปพัทยากันตลอดรวมตัวกันครบทุกบ้าน แล้วคุณอาจะสอนเด็กๆ เล่นด้วย ตอนนั้นแพรก็น่าจะ 6 ขวบ นั่งข้างหน้าคุณอาอยู่ด้านหลังจับมือสอนให้บิด ทั้งตระกูลจะเล่นเป็นกันหมดเลยก็ว่าได้ เป็นอะไรที่ผูกพันมาตังแต่เด็ก จนอายุ 8 ขวบ ผู้ใหญ่ก็ปล่อยให้เราขับเองคนเดียว แต่จะขับไปพร้อมๆ กันนะคะ เป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 5-6 คัน มีผู้ใหญ่นำทาง ยิ่งโตก็ยิ่งพาขับไปไกลค่ะกางแผนที่ดูว่าไปเกาะนี้ต้องขับไปทิศไหนแล้วพากันขับไป แต่ละคนจะมีวิทยุสื่อสารคุยกัน ว่าไปทางไหน ถึงไหนแล้ว ใครเป็นอย่างไรบ้าง  แต่ก็เคยหลงทางกันนะ แบบว่าขับไปตั้งนานแล้ว อ้าว...มีแต่ทะเล ไม่เห็นเจอเกาะเลยก็ต้องกลับมาทิศเดิม ตั้งหลักใหม่ โชดดีว่าทุกคนเป็นโรคพารานอยด์กลัวน้ำมันหมด ก่อนออกทะเลจะเช็กเครื่องยนต์กับน้ำมันกันทุกลำ เช็กหลายๆ รอบ จนมั่นใจว่าจะไม่เสี่ยงน้ำมันไม่หมดกลางทะเลแน่นอน " สาวนักบิดเล่าความผูกพันกับกีฬาเจ็ตสกีให้ฟัง ขณะที่เพื่อนร่วมทางอีก 3 ลำ ยกมือพร้อมลุย ว่าแล้วทั้งหมดก็ออกตัวทะยานไปบนผิวน้ำตามเส้นทางที่วางไว้
 
            ดูแล้วนักบิดสาวของเราจะรีบไปไกลกว่าใคร เพราะเจ้าตัวบอกก่อนว่าอัดอั้นการใช้ความเร็วมานานมาก ซึ่งส่วนตัวขอใช้ความเร็วกับการขับเจ็ตสกีเท่านั้นเพราะเชื่อว่าเวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วล้มลงบนผิวน้ำ หากว่ายน้ำแข็งและใส่เสื้อชูชีพตลอดก็จะได้รับอันตรายน้อยกว่าการขับรถเร็วแล้วล้มกระแทกพื้นคอนกรีตหรือฟุตบาทแน่นอน
 
            "เสน่ห์ของเจ็ตสกีคือการที่ขับไปบนน้ำเรารู้สึกฟรี อิสระ รอบตัวมีแค่ตัวเรา ไม่ติดเหมือนขับรถยนต์เลย ไปไหนก็ได้และขับง่ายปลอดภัยกว่ารถยนต์ค่ะ จริงๆ โอกาสล้มมียากมากแต่จะต้องระวังเรื่องส่วนรวมมากกว่า เช่น ขับเข้าชายหาดจะไปชนใครไหม ต้องดูดีๆ บางทีเขาว่ายน้ำอยู่มีแค่หัวโผล่มานิดเดียวเอง เรามาแรงไม่มองอะไรเลยก็มีโอกาสชนคนได้ และระวังเรือเร็วที่ขับเล่นบานาน่าโบ๊ทกัน  เวลาแพรเล่นทีจะชอบไปห่างๆ ชายฝั่ง ยิ่งไปไกลคลื่นก็ยิ่งแรง เวลาแล่นให้ไปกระแทกคลื่นสนุกดี นานสุดเคยขับไปกลับ 4 ชั่วโมง จากพัทยา-ไปเกาะล้าน ขับแรงๆ ก็ 30 นาที ไปพักเที่ยวแล้วเลยไปอีกหลายๆ เกาะโดยรอบ เหมือนขับมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวนั้นแหละ ถ้าน้ำมันมากพอจะไปไหนก็ได้ เคยไปไกลสุดก็ออกไปปทุมธานี ซื้อเนื้อฝอยตลาดริมแม่น้ำกลับบ้านด้วย แม่ค้างงกันใหญเลยค่ะ ไม่เคยเห็นผู้หญิงเดินตัวเปียกๆ มาซื้อหมูฝอยกลับบ้านฝนก็ไม่ได้ตก นี่แหละอยู่บนน้ำจะไปไหนก็ได้ค่ะสนุก สะดวกดี" สาวแพร เล่าประสบการณ์สนุกๆ และยิ้มอย่างมีความสุขตลอดเวลา
 
            ถามถึงเรื่องลงแข่งลูกสาวคนเก่งของ เทอดชัย ธรรมวัฒนะ และ จินตนา สมัครการ บอกทันควันว่า ไม่เคยคิดลงแข่งเพราะอยากเล่นเพื่อความสนุก เพื่อได้พบปะกับเพื่อนและญาติๆ มากกว่า แอบบอกว่าช่วงที่เรียนปริญญาตรีและโท ในมหาวิทยาลัยคิงส์ตัน คอลเลจ ด้านบริหารธุรกิจ ที่ประเทศอังกฤษ เคยขอซื้อเจ็ตสกีส่วนตัวมาหลายครั้งแต่คุณแม่ยังไม่ยอม เพราะเป็นห่วงและอยากให้หันมาทำกิจกรรมแบบผู้หญิงๆ บ้าง
 
            "กีฬาที่ผู้หญิงนิยมเล่นอย่างเขาฟิตเนส โยคะ แพรเคยลองแล้วไม่รอดค่ะ ไม่ชอบเท่าไหร่ ก็มีเจ็ตสกีกับต่อยมวยที่ยังเล่นได้อยู่ ยังไม่เบื่อ รู้สึกเป็นอิสระ ไม่ช้าเกินไป แพรเคยเรียนยิงปืนด้วยนะตอนนี้ยิงเป็นแต่ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะเราเป็นคนไม่ชอบเสียงดัง จนคิดว่าจริงๆ เจ็ตสกีเหมาะกับแพรที่สุดแล้ว การได้ขับเจ็ตสกีได้บนผืนน้ำโล่งๆ เราก็ขับเร็วได้ไม่เดือดร้อน  ไม่ชนใคร จะเจ็บก็ที่เราล้มเองนี่แหละ อีกความสนุกคือปกติเกมกีฬานี้เวลาล้มเราต้องลุกขึ้นมาเองค่ะ ถึงไปกันเยอะพอมีใครล้มปุ๊บทุกคนก็จะรีบขับมาหาเราเลย มาหัวเราะเยาะเรานี่แหละ ว่าขับอีท่าไหนถึงล้ม ในกรณีที่ตกน้ำเฉยๆ ไม่เป็นอะไรมากนะคะ สุดท้ายเราล้มต้องลุกเอง มาเริ่มขับใหม่ เจ็บนิดหน่อยไม่เป็นไรพอหายเจ็บกลับมาสนุกสนานอีกครั้งค่ะ" นักธุรกิจของเล่น บอกเล่าหลังพักรอบแรก และเริ่มวางแผนการเดินทางอีกรอบก่อนพระอาทิตย์จะลาลับเป็นสัญญาณสิ้นสุดเวลาพักผ่อนแสนสุข