"ผมเล่นพระมาตั้งแต่ยศร้อยตรีโน่น เล่นแบบสะเปะสะปะไม่มีหลักอะไร จากนั้นขึ้นเป็นนายพันก็เล่นแบบเป็นเรื่องเป็นราว มีการซื้อขายบ้างโดยเฉพาะเมื่อเห็นพระที่สวยๆ ก็จะซื้อเข้ามาและก็ขายพระองค์ที่สวยน้อยกว่าออกไป ส่วนองค์ที่เรียกว่าสวยซึ้งนั้นไม่มี เพราะเป็นคนที่เห็นพระมามาก เมื่อขึ้นเป็นนายพลแรกๆ ก็ซื้ออยู่ แต่ปัจจุบันนี้ไม่ได้ซื้อพระมานานแล้ว ส่วนใหญ่จะมีคนมาแบ่งออกไปมากกว่า"

               นี่คือชีวิตในวงการพระเครื่องจากคำบอกเล่าของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา หรือ “บิ๊กแป๊ะ” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.)

               “บิ๊กแป๊ะ” ยอมรับว่า สะสมไว้มากมายหลายสำนัก และหลายพระเกจิอาจารย์ดัง ทั้งพระเนื้อดิน ชิน ว่าน รวมถึงพระเหรียญ แต่ที่แขวนติดตัวมาโดยตลอดชนิดไม่เคยห่างกาย ตลอดเส้นทางการรับราชการตำรวจทั่วประเทศทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ ออก ตก นั่นคือ “พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง พิมพ์นะหัวเข่า เนื้อตะกั่ว” รวมถึง “พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า” ซึ่งทั้ง ๒ องค์นี้หามาได้ด้วยความรู้และดูด้วยตัวเอง นับเป็นพระที่รักและหวงแหนมาก เนื่องจากมีประสบการณ์ล้นเหลือ

               ส่วนการสะสมพระเครื่องของนั้น "บิ๊กแป๊ะ” มักจะให้น้ำหนักคือ พระสายเหนียว เช่น สายเขาอ้อ พระหลวงปู่แผ้ว วัดรางหมัน และการมาทำหน้าที่ในปักษ์ใต้คราวนี้ ตั้งใจจะศึกษา “พระหลวงพ่อทวด” ให้แตกฉาน เพราะที่นี่มีผู้รู้ตัวจริงมากมาย ทั้งนี้ทุกครั้งที่เดินทางไปปฏิบัติราชการที่ใด จะหาเวลาเข้าวัดในพื้นที่นั้นๆ เพื่อทำบุญทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในฐานะพุทธมามะกะคนหนึ่ง และมักจะบูชาพระที่วัดเป็นผู้สร้างติดตัวอยู่เสมอ เพราะถือเป็นการช่วยวัดทางหนึ่ง

                ด้วยความสามารถและเชี่ยวชาญในการส่องพระระดับที่เรียกว่า "เซียนพระ" มักจะมีผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา นำพระมาให้ส่องบ่อยๆ พร้อมกับคำถามที่ว่า "เก๊ แท้ ใช่ หรือ ไม่ใช่" ทั้งนี้ “บิ๊กแป๊ะ” จะตอบไปตรงๆ ว่า "ผมไม่ได้เป็นพระทุกวัดนะ จะให้ดูแบบเอาใจ เกรงใจ หรืออยากได้คำตอบตรงๆ" โดยคำตอบหนึ่งที่ยอดฮิตฟังแล้วไม่มีใครว่าสักคน คือ "พระองค์นี้หลวงพ่อไม่ได้ปลุกเสก" ซึ่งหมายถึงพระปลอมนั่นเอง และทุกวันนี้จะแนะนำว่า "เราต้องเล่นและแขวนพระที่ปลุกเสกเท่านั้น!" นอกจากมีพุทธคุณแล้ว ที่แน่นอนที่สุดคือเมื่อยามเราต้องใช้เงินพระที่ปลุกเสกจะช่วยเราได้จริงๆ

               แต่เมื่อคราวใดถึงเทศกาลการแต่งตั้งโยกย้ายและเลื่อนตำแหน่ง “บิ๊กแป๊ะ” บอกว่า จะนิมนต์พระขึ้นคอ ๓ องค์ และทุกวันนี้ยังแขวนอยู่ คือ หลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูง เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น เลื่อนสมณศักดิ์ และจตุคามรามเทพ เนื้อทองคำ รุ่นเหนือดวง วัดพุทไธสวรรค์ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะหลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูงที่มีคำร่ำลือว่า "นึกอะไรไม่ออก มีทุกข์ร้อนอะไร ให้เอ่ยชื่อหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง" ส่วนเหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ก็ขึ้นชื่อด้านเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งอยู่แล้ว

               "พระหลวงปู่เอี่ยมและพระหลวงปู่ศุข คือ สิ่งที่ติดตัวแล้วเชื่อมั่นในพุทธคุณชนิดไร้ข้อกังกา และไม่เคยคิดให้ห่างกายแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนเหรียญจตุคามรุ่นเหนือดวงตั้งแต่ได้มาเมื่อหลายปีก่อนมักปรากฏเหตุการณ์ในด้านดีเหนือความคาดหมายกับชีวิตมาโดยตลอด ดังนั้นทั้ง ๓ องค์นี้ คือสิ่งที่คู่กายผมทุกวัน “บิ๊กแป๊ะ”  กล่าว

               เมื่อถามถึงเรื่องการทำบุญ “บิ๊กแป๊ะ” บอกว่า บุญอย่างหนึ่งที่ทำมาตั้งแต่เป็นนายร้อยแล้ว คือ ทุกๆ ต้นเดือนจะปล่อยปลา ๔ ชนิด อย่างน้อย ๑๐๐ ตัว คือ ปลาดุก ปลาหมอ ปลาช่อน และปลาไหล ทั้งนี้จะไปซื้อเองที่ตลาดสดย่านสี่เสาเทเวศร์ และทุกวันนี้แม้ว่าตำแหน่งจะใหญ่ขึ้น รวมทั้งหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น อาจจะทำให้มีเวลาน้อยลง แต่เมื่อถึงต้นเดือนก็ต้องหาเวลาไปปล่อยปลา โดยส่วนตัวแล้วมีความเชื่อว่า "ไม่มีบุญใดเท่ากับบุญให้ชีวิต"

               ทั้งนี้  “บิ๊กแป๊ะ” พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า “การแขวนพระดี ย่อมเป็นสิริมงคลกับทุกคน แต่จะให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุดนั่นคือ ต้องทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยการรู้จักทำบุญ และรู้จักปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบในศีล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้บารมีพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองตัวเราตลอดไป”