อย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า สำนักตักศิลามหาเวทย์เขาอ้อ หรือ สำนักวัดเขาอ้อ แห่งเมืองพัทลุงนั้น เป็น ตักศิลามหาวิทยาลัยไสยศาสตร์มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลที่มีอายุยาวนานนับพันปี เรียกว่า เป็นสายสรรพวิชาที่สำคัญที่สุดของคาบสมุทรทะเลใต้ แม้ว่าทุกวันนี้หากใครไปเยือนอาจจะรู้แค่ว่า ที่นี่เป็นเพียง วัดวาอารามธรรมดาๆแห่งหนึ่งในพระพุทธศาสนา ที่มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ หลงเหลืออยู่ไม่มากมายนัก 

 

ความเชื่อและพิธีกรรมทำน้ำพระพุทธมนต์ แห่งสายสรรพวิชาไสยเวทย์สำนัก"เขาอ้อ"

อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ อาจารย์ฆราวาสเขาอ้อ
ขณะปลุกเสกน้ำพระพุทธมนต์สำหรับประพรมศิษย์

 


สิ่งที่เก่าแก่ที่สุดก็เห็นจะเป็นเพียงเขาอ้อ ซึ่งเป็นภูเขาโดดๆลูกเดียวอยู่ในวัดเท่านั้นที่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าที่นี่เก่าแก่เป็นตำนานจริงๆแต่ความจริงแล้ว สรรพวิชาต่างๆของสำนักนี้ไม่ได้สูญหายไปไหน ตำรับตำราสรรพวิชาต่างๆของสำนักเขาอ้อนั้นได้กระจัดกระจายไปอยู่ในความครอบครองของบรรดาศิษย์ที่ร่ำเรียนสรรพวิชาอาคมของที่นี่เป็นการคัดลอกจากต้นฉบับเดิม ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างต่อเนื่อง และอย่างที่ทราบกันว่า ศิษย์สำนักเขาอ้อที่ก้าวขึ้นมาเป็นครบาอาจารย์สืบทอดสืบสานสรรพวิชาของบูรพาจารย์นั้นก็มีอยู่ไม่น้อย  

 

ความเชื่อและพิธีกรรมทำน้ำพระพุทธมนต์ แห่งสายสรรพวิชาไสยเวทย์สำนัก"เขาอ้อ"

อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ อาจารย์ฆราวาสเขาอ้อ
ขณะปลุกเสกน้ำพระพุทธมนต์สำหรับประพรมศิษย์


มีทั้งที่เปิดเผยตัวและไม่เปิดเผยตัว เพราะตามหลักคำสอนสั่งของปรมาจารย์ตั้งแต่ครั้งโบราณนานมาของเขาอ้อคือ วิชามีไว้เพื่อใช้ป้องกันตัวและช่วยเหลือคนอื่น ไม่ได้มีไว้เพื่ออวดอ้างหรือว่า คุยโตโอ้อวด และหนึ่งในครูบาอาจารย์ที่รู้ลึกรู้จริงอีกท่านหนึ่งของสำนักนี้คือ อาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ ฆราวาสวัย ๙๔ ปีศิษย์คนสุดท้ายที่ พระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม หนึ่งในปรมาจารย์ของสำนักถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้ท่านที่ท่านจะปิดวาจายาวนานจนมรณภาพ ซึ่งทุกวันนี้ต้องยอมรับ อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ คือ หนึ่งในอาจารย์สายฆราวาสของเขาอ้อที่ได้รับเชิญจากบรรรดาศิษย์ให้เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้ว่าท่านจะอยู่ในวัยชราแล้ว แต่ท่านก็เมตตากับศิษย์ทุกคนเสมอมา

 

ความเชื่อและพิธีกรรมทำน้ำพระพุทธมนต์ แห่งสายสรรพวิชาไสยเวทย์สำนัก"เขาอ้อ"

 การปลุกเสกน้ำพระพุทธมนต์นั้นใช้เวลานานนับชั่วโมง
เพราะต้องสวดพระคาถาต่างๆตามตำรา

 


ซึ่งอีกหนึ่งสรรพวิชาสำคัญของสำนักเขาอ้อ ที่หลายคนอาจจะมองว่า ธรรมดา แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ธรรมดาเลย ทั้งก็คือ พิธีการทำน้ำพระพุทธมนต์ของสำนักวัดเขาอ้อ กล่าวโดยพอสังเขปสรุปได้ว่า การทำน้ำพระพุทธมนต์ของสำนักเขาอ้อนั้น แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ ๒ ประเภท คือ น้ำพระพุทธมนต์ทั่วไป และน้ำพระพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์ ซึ่งจะมีรายละเอียดขั้นตอนที่แตกต่างกันพอสมควร 

 

ความเชื่อและพิธีกรรมทำน้ำพระพุทธมนต์ แห่งสายสรรพวิชาไสยเวทย์สำนัก"เขาอ้อ"

น้ำพระพุทธมนต์สำหรับใช้ประพรมศิษย์ตามตำรับเขาอ้อ


สำหรับ น้ำพระพุทธมนต์ประพรมที่ใช้ประพรมทั่วไป  ซึ่งน้ำพระพุทธมนต์นี้ทางอาจารย์ท่านจะเป็นผู้ประกอบพิธีหรือปลุกเสกเดี่ยวโดยจะมีการนำน้ำจากสระ น้ำบ่อ และน้ำคลองมารวมกันในหม้อน้ำมนต์
ภายในหม้อน้ำมนต์ ประกอบด้วยขวานหินสีขาว ดำ และแดง ใบเงิน ใบทอง ใบนาค
หญ้าแพรก และหญ้าคา  ซึ่งสถานที่ประกอบพิธีกระทำภายในอุโบสถในวัดเขาอ้อหรือหน้าโต๊ะหมู่
บูชาภายในกุฏิหรือบ้านของอาจารย์ฆราวาส แล้วแต่ความเหมาะสม ท่านจะเริ่มพิธีโดยโยงสายสิญจน์จากพระประธานมาพันรอบหม้อน้ำมนต์ พระอาจารย์จะอ่านโองการหรือปลุกเสกคาถาศักดิ์สิทธิ์จนจบจึงนำไปใช้ประพรมเพื่อให้เกิดสิริมงคล

 

ความเชื่อและพิธีกรรมทำน้ำพระพุทธมนต์ แห่งสายสรรพวิชาไสยเวทย์สำนัก"เขาอ้อ"

อาจารย์เปลี่ยน ขณะประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้บรรดาศิษย์ผู้เชื่อมั่นศรัทธา


ส่วนประเภทที่สองคือ น้ำพระพุทธมนต์ใช้อาบ  ในการประกอบพิธี อาจารย์จะเป็นผู้กำหนดวันฤกษ์ยามส่วนใหญ่ใช้วันเสาร์ หรือวันอังคาร สถานที่ใช้ภายในอุโบสถหรือภายในกุฏิหรือบ้านของครูบาอาจารย์นั้นๆ เริ่มพิธีโดยพระอาจารย์จะโยงสายสิญจน์จากพระประธานมาพันรอบหม้อน้ำมนต์ ภายในหม้อน้ำมนต์มีดอกบัวขาว๑๐ดอก ลูกมะกรูด๗ลูกนำมาผ่าเป็นสองซีก ส้มปอย๗ฟัก ฝักละ ๗ เม็ด ,ใบเงินใบทอง,,ใบมะตูม, หญ้าแพรก และหญ้าเข็ดมอญ(ในภาษาใต้)หรือหญ้าขัดมอญ (ในภาษากลาง)จากนั้น อาจารย์จะลงอักขระเลขยันต์คาถาด้วยดินสอลงบนกลีบใบบัว ใบไม้และทุกอย่างด้วยคาถาแต่ละบทที่ไม่เหมือนกัน แล้งจึงจุดธูปเทียนและปลุกเสกจนเสร็จพิธี อาจารย์จะนำน้ำพระพุทธมนต์ผสมกับน้ำที่เตรียมไว้ ผู้ที่จะอาบน้ำพระพุทธมนต์ ศิษย์ที่เข้าทุกคนเสียค่าบูชาครูคนละหนึ่งบาท

 

ความเชื่อและพิธีกรรมทำน้ำพระพุทธมนต์ แห่งสายสรรพวิชาไสยเวทย์สำนัก"เขาอ้อ"

อาจารย์เปลี่ยน ขณะประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้บรรดาศิษย์ผู้เชื่อมั่นศรัทธา

 


ประเภทที่สามคือ น้ำพระพุทธมนต์พระจันทร์เพ็ญ เป็นน้ำพระพุทธมนต์ที่ทำขึ้นในวันเพ็ญขึ้น๑๕ค่ำ เดือน ๑๒ที่ตรงกับวันจันทร์ เรียกว่า “จันทร์เพ็ญ" การประกอบพิธีนั้นจัดทำที่หน้าอุโบสถหรือที่บ่านของอาจารย์(หากท่านเป็นฆราวาส) โดยใช้โอ่งน้ำหลายใบตั้งเรียงรายหน้าอุโบสถ ภายในโอ่งน้ำบรรจุสิ่งของเช่นเดียวกับน้ำพระพุทธมนต์ใช้อาบ แล้วโยงสายสิญจ์จากพระประธานพันรอบโอ่ง ปากโอ่งปักเทียน ๙ เล่ม อาจารย์ท่านจะนั่งปลุกเสกตั้งแต่ย่ำค่ำจนเที่ยงคืนผู้ประสงค์จะอาบน้ำพระพุทธมนต์จันทร์เพ็ญจะต้องอาบเวลาเที่ยงคืนโดยนำดอกไม้ธูปเทียนหมากพลูพร้อมเงินบูชาครู ๑๐๙ บาท ถวายบูชาครู
 

ความเชื่อและพิธีกรรมทำน้ำพระพุทธมนต์ แห่งสายสรรพวิชาไสยเวทย์สำนัก"เขาอ้อ"

อาจารย์เปลี่ยน ขณะประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้บรรดาศิษย์ผู้เชื่อมั่นศรัทธา

 

…......
ส่วนน้ำพระพุทธมนต์ใช้สะเดาะเคราะห์หรือพระเคราะห์นั้น ใน การทำน้ำพระพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์ กระทำแบบเดียวกับน้ำพระพุทธมนต์ใช้อาบ แตกต่างกันที่เครื่องบูชาและอาหารคาวหวานที่ใช้ประกอบพิธี ซึ่งจำนวนจะต้องเท่ากับกำลังวันเกิดของผู้อาบน้ำ เช่น ผู้อาบน้ำเกิดวันอาทิตย์กำลังวัน ๖ อาหารคาวหวาน๖ ห่อ ได้แก่ขนมแห้ง๒ห่อ ขนมสด๒ห่อ ข้าวสุก ๑ห่อ และแกง๑ถุง เป็นต้น เมื่ออาจารย์ปลุกเสกน้ำพระพุทธมนต์เสร็จแล้ว ผู้อาบน้ำก็จะใช้อาบส่วนใหญ่จะกำหนดเวลาประมาณ ๐๘.๓๐  น. ของวันเสาร์ และวันอังคาร โดยทุกคนเสียค่าบูชาครูคนละ ๑๐๐บาท


สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับน้ำพระพุทธมนต์ น้ำพระพุทธมนต์ตามตำราของวัดเขาอ้อนั้น บรรดาสานุศิษย์และประชาชนทั่วไปต่างมีความเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์สามารถดลบันดาลให้ได้ผลตามปรารถนา และเชื่อว่าน้ำพระพุทธมนต์แต่ละประเภทจะมีพุทธคุณหรือสรรพคุณที่แตกต่างกันไป เช่น น้ำพระพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์เชื่อว่าจะทำให้เคราะห์ด้วยหายเป็นดี เป็นการขับไล่เสนียดจัญไรทำให้เกิดสิริมงคล น้ำพระพุทธมนต์จันทร์เพ็ญเชื่อว่าจะทำให้ร่างกายคงทนต่ออาวุธทุกชนิด ทำให้เกิดโชคลาภเมตตาหานิยมและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง น้ำพระพุทธมนต์ใช้อาบเชื่อว่าจะทำให้เกิดสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เป็นต้น


และนี่คือตำนานแผ่นดินที่ถือว่า เป็นมรดกอันล้ำค่าจากบูรพาจารย์แห่งสำนักเขาอ้อ ที่ยังคงได้รับการสืบทอดมาจวบจนปัจจุบัน