ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ในฐานะ หัวหน้าเสรีไทยสายสหรัฐอเมริกา ได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ ๖ ต่อจากนายทวี บุณยเกตุ ที่นั่งเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ๑๗ วัน เพื่อเจรจากับประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับสถานะของประเทศไทย ที่เป็นฝ่ายเดียวกับฝ่ายสัมพันธมิตร ภายหลังการประกาศสันติภาพ โดยรัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ เมื่อวันที่๑๖  สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ และพยายามทำให้คำประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร ของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นโมฆะ 

 

พระแก้วมรกตขณะที่ทรงเครื่องประจำฤดูกาล

 


ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช  จึงเดินทางกลับมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครั้งแรก เมื่อวันที่๑๗ กันยายน พ..ศ. ๒๔๘๘(ต่อมาท่านกลับมาเป็นอีก ๒ ครั้ง คือในปี ๒๕๑๘และ๒๕๑๙)


ในระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่๖ ของประเทศไทย  ซึ่งเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ท่านได้ใช้ความรู้ความสามารถทางภาษา ตลอดจนความเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณี และระบบกฎหมายตะวันตก เจรจากับฝ่ายสัมพันธมิตรที่ในครั้งแรกทางฝ่ายอังกฤษได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ประเทศไทย เป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษ 


แต่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช สามารถเจรจาให้ไทย หลุดพ้นจากการเป็น เมืองในอาณัติอังกฤษได้สำเร็จ โดยอังกฤษและไทยได้ลงนามใน"ความตกลงสมบูรณ์แบบเพื่อยุติภาวะสงคราม ระหว่างไทยกับบริเตนใหญ่และอินเดีย"ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙ โดยมีใจความสำคัญคือ ไทยต้องคืนดินแดนในมลายู (ประเทศมาเลเซียในปัจจุบัน) และรัฐฉาน (ดินแดนในประเทศเมียนมาร์ ในปัจจุบัน)ที่ได้มาระหว่างสงครามให้แก่อังกฤษ และต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ทรัพย์สินของอังกฤษ ที่ถูกไทยยึดครองระหว่างสงคราม เป็นข้าวสาร ๑.๕ ล้านตัน

 

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกฯ ผู้ใช้ลิ้นนักการฑูตสู้ศึกฝรั่งเศสชิงพระแก้วมรกต

พระเเแก้วมรกตทรงเครื่องตามฤดูกาล


จากนั้น ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ในฐานะนายกรัฐมนตรีของไทยได้ทำการตกลงกับฝรั่งเศส ซึ่งไทยมีจุดประสงค์เพื่อขอเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ แต่มีเงื่อนไขว่า ไทยจะต้องยกคืนดินแดนที่ได้มาจากกรณีพิพาทอินโดจีน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ให้กับฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมอินโดจีน
 

แต่ที่ฝรั่งเศสแสบมันเรียกร้องมากกว่าดินแดน คือยังเรียกร้องให้ไทยมอบพระพุทธรูปสำคัญคือ "พระแก้วมรกต"และ "พระบาง"คืนกลับให้แก่ฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสอ้างว่าเคยอยู่ในลาวมาก่อนถึง ๒๐๐กว่าปี ก่อนจะมาอยู่ที่กรุงเทพฯ และในเมื่อลาวเป็นดินแดนในอาณัติของฝรั่งเศสแล้ว ไทยก็ควรคืนพระแก้วมรกตให้แก่ลาวด้วย 


งานนี้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ไม่ยอม ต้องใช้ความสามารถในการเจรจาแบบนักการฑูตอย่างเต็มกำลังความสามารถ ในฐานะ นักกฏหมาย, เคยเป็นผู้พิพากษา และเคยดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทย ประจำสหรัฐอเมริกา ในนามของฝ่ายไทย ท่านได้ยกเหตุผล เอกสารหลักฐานมากมายมาพิสูจน์และยืนยันว่า  พระแก้วมรกต  หรือพระมณีมหาปฏิมากรณ์ ค้นพบครั้งแรกในประเทศไทยมาก่อน เพราะมีเอกสารหลักฐานที่ตรงกันระบุว่าพบครั้งแรก ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์วัดป่าญะ ต.เวียง เมืองเชียงราย  (ปัจจุบันคือวัดพระแก้ว ในเขต อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย )ในปี พ.ศ.๑๙๗๗ ฟ้าได้ผ่าลงองค์พระเจดีย์จนพังทลายลง จึงพบพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทอง จึงได้นำไปไว้ในวิหาร ต่อมาปูนบริเวณพระนาสิก(จมูก)เกิดกระเทาะออก เห็นเป็นเนื้อมรกต จึงกระเทาะปูนออกทั้งองค์ เห็นเป็นเนื้อหยกสีมรกตทั้งองค์

 

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกฯ ผู้ใช้ลิ้นนักการฑูตสู้ศึกฝรั่งเศสชิงพระแก้วมรกต

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช 


หลังจากนั้นพระเจ้าสามฝั่งแถนแห่งเชียงใหม่ทราบข่าวการค้นพบพระพุทธรูปนี้ จึงเชิญมาประดิษฐานที่นครพิงค์เชียงใหม่ แต่ช้างทรงพระแก้วมรกตกลับไม่เดินทางไปยังเชียงใหม่ แต่ไปทางเมืองลำปาง ซึ่งทางเชียงใหม่เห็นว่าลำปางก็อยู่ในอาณาจักรล้านนา เขตอำนาจของตน จึงนำไปประดิษฐานไว้ที่วัดพระแก้วดอนเต้า 


ถึงสมัยพระเจ้าติโลกราช ผู้ครองนครพิงค์เชียงใหม่ ได้เชิญพระแก้วมรกตมายังเชียงใหม่ อีกครั้ง คราวนี้ได้สร้างปราสาทขึ้นมาเพื่อประดิษฐานโดยเฉพาะ แต่ถูกฟ้าผ่าหลายครั้ง ครั้นเมื่อพระเจ้าไชยราชา แห่งอาณาจักรล้านช้าง ซึ่งเป็นญาติกับราชวงศ์ล้านนามาครองเมืองเชียงใหม่ เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาเสด็จกลับนครหลวงพระบางก็เชิญพระแก้วมรกตไปด้วยพร้อมกับพระพุทธสิหิงส์ ต่อมาทางเชียงใหม่ขอคืนก็ได้แต่พระพุทธสิหิงค์ 


เมื่อล้านช้างย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางมานครเวียงจันทร์ ก็เชิญพระแก้วมรกตลงมาด้วย ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนาอาณาจักรกรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวง แทนกรุงศรีอยุธยา พระองค์ได้ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกต และพระบาง มาจากนครเวียงจันทร์(ลาว) ในครั้งนั้นประดิษฐานไว้ที่วัดอรุณราชวราราม 


ต่อมาเมื่อสิ้นรัชสมัยของพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้น  ทรงอัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรลงบุษบกในเรือพระที่นั่ง เสด็จข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มาประดิษฐานยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการที่ฝรั่งเศสมาอ้างว่า เป็นของลาวไม่ได้ (นี่ถ้าแพ้คดีสมัยนั้น ไม่แน่ว่า พระแก้วมรกตอาจจะไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ในฝรั่งเศสได้ได้...ใครจะไปรู้!?!) ดีนะที่ว่า ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช สู้ความจนชนะ ทำให้ข้อเรียกร้องของฝรั่งเศสข้อนี้ต้องตกไป ส่วนพระบางนั้นไทยได้ส่งคืนไปตามข้อเรียกร้อง


ซึ่งจะว่าไปแล้ว...พระแก้วมรกต พระบาง และพระพุทธรูปหลายองค์ของไทยเรา
 มักมีตำนานเกี่ยวเนื่องกันมากมาย เล่ากันสามวันเจ็ดวันก็ไม่จบ-เอาเป็นว่า จบที่ตอนนี้อยู่ประเทศไทยไม่ได้ไหนแล้วอย่างแน่นอน


แต่ถึงแม้ว่า ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช จะเป็นอดีตนักการฑูต นักเจรจา แต่ท่านเป็นนายกฯที่มีแต่ความวุ่นวายในรัฐบาลและในพรรคประชาธิปัติย์ที่ท่านเป็นผู้นำ เพราะสมาชิกพรรคแต่ละตัว...เอ๊ย....แต่ละคนมักสร้างปัญหาโดยการต่อรองขอตำแหน่งทางการเมือง และบางส่วนก็จะออกจากพรรคไปตั้งพรรคใหม่ จนเกิดความวุ่นวาย ไม่สามารถควบคุมพรรคได้

 

ท่านจึงได้ฉายาจากสื่อมวลชนว่า"ฤๅษีเลี้ยงลิง"หรือ "พระเจ้าตา"เพราะถูกมองว่าอ่อนแอ ไม่เด็ดขาด ไม่สามารถควบคุมบริหารพรรคและรัฐบาลได้ จนบ้านเมืองวุ่นวาย นำไปสู่เหตุการณ์วันฆ่านกพิราบ  ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ที่มีการเข่นฆ่านักศึกษาผู้บริสุทธิ์กลางท้องสนามหลวง