เมื่อวันที่ 1พฤศจิกายน2563ที่ผ่านมา ภายหลังจากเสร็จสิ้นการทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)เพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูหนาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ จากบริเวณหน้าศาลาสหทัยสมาคม เสด็จออกเพื่อทรงทักทายประชาชนที่มาเฝ้าฯรับเสด็จอย่างใกล้ชิด ทุกพระองค์แย้มพระสรวลและโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนไปถึงด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง แล้วทรงพระดำเนินเลี้ยวขวาไปบนถนนหน้าพระลานถึงหน้าศาลหลักเมือง ไปจนถึงหน้าศาลฎีกา

 


โดยมีพสกนิกรมารอเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดเส้นทาง ต่างโบกธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย วปร ธงพระนามาภิไธย สท ปลิวไสว พร้อมเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญดัง” กึกก้อง


บางคนชูพระบรมฉายาลักษณ์ พระฉายาลักษณ์ไว้เหนือศีรษะ บางคนกอดแนบอก ด้วยความรักความศรัทธาและความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสุดหัวใจ โดยมีพสกนิกรจำนวนมากได้นำสิ่งของมาทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อถวายเป็นกำลังพระทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาทิ นายถวัลย์ เมืองช้าง เจ้าของโรงหล่อเอเซียไฟน์อาร์ต ที่ได้นำพระรูปหล่อเหมือนจริงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขนาด 1 ฟุต พระรูปหล่อเสมือนจริงพระสุพรรณกัลยา ขนาดความสูง 5 นิ้ว พระสุนทรีวาณี ซึ่งเป็นเทวดาประจำวัดสุทัศน์เทพวราราม มาทูลเกล้าฯถวาย 


และหนึ่งในพสกนิกรผู้จงรักภักดีต่อสถาบันฯคือ นพ.ดนัย โอวัฒนาพานิช ซึ่งเป็นนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้ป่วยด้านโรคมะเร็งเม็ดเลือดและขณะเดียวกันก็เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในศาสตร์สรรพวิชาวิทยาคมและเป็นผู้ที่ดำเนินการจัดสร้างพระเครื่อง,วัตถุมงคลถวายวัดวาอารามต่างๆเพื่อการกุศลมายาวนาน ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่10 ด้วย เพื่อทูลเกล้าถวายพระพุทธรูปสำคัญที่จัดสร้างขึ้นมา ด้วยความเชื่อมั่นพุทธานุภาพช่วยบ้านเมืองสงบได้ 

 

"นพ.ดนัย" เข้าเฝ้าในหลวง ร.10 ทูลเกล้าถวายพระพุทธรูปสำคัญ เชื่อพุทธานุภาพช่วยบ้านเมืองสงบได้

นายแพทย์ดนัย โอวัฒนาพานิช เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯถวายพระพุทธรูปอิติปิโสปางสมาธิ
ตะกรุดมหาระงับเนื้อเงิน ผ้ายันต์พระเจ้านิโรธสมาบัติ 


นั้นคือพระพุทธรูปอิติปิโสปางสมาธิ ตะกรุดมหาระงับเนื้อเงิน ผ้ายันต์พระเจ้านิโรธสมาบัติ มาทูลเกล้าฯ ถวายด้วยความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ


นายแพทย์ดนัย โอวัฒนาพานิช กล่าวภายหลังเหตุการณ์แห่งความปลาบปลื้มผ่านไปว่า "ผมพยายามใช้เวลาที่จำกัด และช่วงที่ทุกคนเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ผมพยายามทำสมาธิช่วงที่ทุกคนกำลังใช้เสียงและประกอบกับความตื่นเต้น ผมต้องการกราบทูลในหลวงว่า ประชาชนทุกคนที่จงรักภักดี ต่างมาเพื่อให้กำลังใจพระองค์ท่าน ผมเลยกล่าวประโยคที่สั้นที่สุดว่า


"มาถวายพระกำลังใจพระองค์ และหวังว่าด้วยอำนาจของพุทธานุภาพของพระพุทธคุณให้บ้านเมืองเราสงบสุข"

ปรากฏว่า พระองค์ทรงประทับยืนนิ่งแล้วหลับพระเนตรลงอึดใจ เป็นวินาทีที่ทรงพลังมาก แล้วทรงเปล่งพระสุรสิงหนาทอันมีพลังที่ประหลาดใจทำให้เสียงของพระองค์วิ่งเข้าสู่ใจของกระผม


ท่านมีพระราชดำรัส ที่เรียบง่าย ทรงพลัง และ สั้น ได้ใจความที่สุด และทรงธรรมที่สุดว่า


"บ้านเมืองเราจะสงบสุขได้ ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องของเราคนเดียวแต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันนะ บ้านเมืองจะสงบสุข"

 

"นพ.ดนัย" เข้าเฝ้าในหลวง ร.10 ทูลเกล้าถวายพระพุทธรูปสำคัญ เชื่อพุทธานุภาพช่วยบ้านเมืองสงบได้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแย้มพระสรวลและตรัสกับนายแพทย์ดนัย โอวัฒนาพานิช


ก่อนที่พระองค์จะแย้มพระโอษฐ์ยิ้มพิมใจที่สุดและมีคนสอบถามผมเรื่องความตื่นเต้นของผมก็ต้องบอกว่า
 

"การได้ถวายของมหามงคลที่เราสร้างเอง และ การถวายกำลังใจในหลวง ถือเป็นเกียรติประวัติและเป็นวาสนาในชีวิตของตนเองและตระกูล และ รอยยิ้มของพระโอษฐ์ ทำให้ผมหัวใจพองโตที่สุด ปีติใจที่สุด ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไปครับบ้านเมืองที่สงบสุขคือความสุขของในหลวงคือความสุขของพระราชาและผมขอกระจายความสุขนี้แด่ประชาชนชาวไทยทุกคนครับ"


นอกจากนี้นายแพทย์ดนัย ยังกล่าวอีกว่า หลังจากช่วงเวลามหามงคลของชีวิตผ่านไป ตนได้มีโอกาสดูภาพถ่ายในช่วงเวลาขณะนั้น ซึ่งมีคุณปารภัทร โศภารักษ์ เป็นผู้บันทึกภาพนาทีประวัติศาสตร์นี้เอาไว้ ถือว่า เป็นสุดยอดภาพถ่ายมาก คือองค์ประกอบครบถ้วน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

 

"นพ.ดนัย" เข้าเฝ้าในหลวง ร.10 ทูลเกล้าถวายพระพุทธรูปสำคัญ เชื่อพุทธานุภาพช่วยบ้านเมืองสงบได้

ห้วงเวลามหามงคลแห่งชีวิตของเหล่าพสกนิกรผู้จงรักภักดีที่ได้เข้าเฝ้าฯ


และรอยยิ้มแย้มพระโอษฐ์ ถือเป็นนิมิตรหมายดี เป็นมหามงคลของแผ่นดิน 

 

"ผมจึงขออำนาจของคุณพระรัตนตรัยและพระสยามเทวาธิราชและอดีตบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอำนวยถวายพระพรชัยมงคลให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เป็นพระร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน


และจะเป็นภาพแห่งความทรงจำของข้าพระพุทธเจ้าตลอดไป"นายแพทย์ดนัย โอวัฒนาพานิช กล่าวทิ้งท้าย