ข้อมูลที่ผมไปอ่านเจอในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม โดย ส.สีมา เขียนเล่าเอาไว้อ้างจากคำบอกเล่าของลูกสาวอาจารย์เทพ สาริกบุตร คือ คุณพรทิพย์ สาริกบุตร ที่ให้สัมภาษณ์ คุณชัยวัฒน์ ตรีวิทยา เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ได้ความว่า อาจารย์เทพ ผู้เรืองเวทเคยพยากรณ์ จอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์ ครั้งมียศเป็นเพียงพันตรี เป็นนายทหารจนๆบ้านนอก ว่าจะได้เป็นใหญ่ในบ้านเมือง ซึ่งคงจะเป็นที่ถูกใจท่านจอมพล หลังจากท่านจอมพลได้กระทำรัฐประหารสำเร็จเมื่อปี ๒๕๐๒ อันน่าจะส่งผลให้อาจารย์เทพได้เป็น ส.ส. ประเภท ๒ ในทันที ขณะนั้นอายุ ๔๐ ปี

 

"พระร่วงรางปืน" พระเครื่องคู่บารมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

 


ก่อนหน้านั้น เคยมีข่าวว่า ครั้งหนึ่งอาจารย์เทพย์เคยมีปัญหาเรื่องการให้ฤกษ์ยามแก่คณะรัฐประหารคณะหนึ่งจนต้องไปบวชอาศัยร่มเงาสมณเพศ ณ วัดสีหไกรสร บางกอกน้อยนั้นและจำพรรษาอยู่ที่นั่นนานพอควร จนสถานการณ์บ้านเมืองเป็นปกติจึงลาสิกขาในที่สุด (คณะรัฐประหารคณะนั้น อาจเป็นคณะเมื่อปี ๒๔๙๒ ซึ่งอาจารย์เทพมีอายุโดยประมาณ ๓๐ ปีเท่านั้น)


จอมพล สฤษดิ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๑๑ เมื่อ9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๒ ท่านได้รับฉายาจากผู้หญิงและคนสนิทของจอมพลสฤษดิ์ ว่า ฉายา "จอมพลผ้าขาวม้าแดง"เพราะท่านจอมพลสฤษดิ์ มักนิยมนุ่งผ้าขาวม้าแดงไม่สวมเสื้อ เดินอยู่ในบ้านพักส่วนตัว ส่วนจะเกี่ยวกับรสนิยมของท่านที่มีปฏิสัมพันธ์กับสาวๆ ที่มีการบันทึกเอาไว้ว่า ท่านมีอนุภริยาอย่างเป็นทางการถึง ๘๑ คนหรือไม่...ก็มิอาจทราบได้!?!


แต่จากข้อมูลอีกด้านที่ได้มารับทราบว่า เวลา ฯพณฯท่านจะรับขวัญสาวๆหน้าใหม่ ท่านจะรับขวัญด้วยเครื่องเพชรน้ำงาม แล้วท่านจะเป่ากระหม่อมสาวเจ้า ๓ ครั้ง เรียกว่า พ่อค้าเพชรสมัยนั้นหน้าบาน เพราะขายเพชรได้ราคาดีมาก ผมเคยอ่านเจอว่า ท่านจะซื้อเพชรตั้งแต่สองกะรัตขึ้นไปมีเป็นร้อยๆ เม็ด เพื่อไว้แจกรับขวัญสาวๆ 


ก่อนที่จะคัดเลือกผู้หญิง หรือคุณหนูๆ ส่งตัวให้กับจอมพลสฤษดิ์ ลักษณะเด่นที่สำคัญคือ ต้องมีใบหน้าหวานสวยขนตายาวงอนเด้ง หากใครที่สวยผ่านการคัดเลือก แต่ขนตาไม่ยาว ต้องหาขนตาใส่ให้ยาว นอกจากนี้คุณหนูๆ ยังถูกดูแลแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยช่างเสริมสวยร่วม 200 คน และคุณหนูๆ ของจอมพลสฤษดิ์ ต้องผ่านการคัดสรร แต่งองค์ทรงเครื่องให้สวยดูดีทุกครั้งก่อนร่วมห้องกับจอมพลผ้าขาวม้า

 

 

"พระร่วงรางปืน" พระเครื่องคู่บารมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

 


ช่วงเสริมสวยรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า คุณหนูๆ ของจอมพลสฤษดิ์มีหลายประเภท ตั้งแต่บริสุทธิ์ผุดผ่องจริงๆ รวมไปถึงคนที่ถูกย้อมแมวมา ช่างเสริมสวยจะเห็นทุกซอกทุกมุมเรือนร่างของคุณหนูๆ ทุกคนที่จะผ่านมือจอมพลสฤษดิ์ และแน่นอนว่า ต้องสวยระดับนางงาม สวยระดับประเทศ ดารา ดาวยั่ว ดาวโป๊ นางงามตุ๊กตาทอง นางงามออมสิน นางงามราชบุรี แม้กระทั่งนักเรียนนาฏศิลป์ ก็ล้วนแล้วแต่ตบเท้าเข้ามาเป็นอนุภรรยาของ จอมพลผ้าขาวม้าแดงอย่างเต็มอกเต็มใจ 


แต่สาวบางคนนั้นแทบไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางกายกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว  เพียงแค่เรียกมาเป่ากระหม่อม ๓ ทีแล้วรับเลี้ยงดู ให้เงินเดือนประจำ หนึ่งปีไปหาทีหนึ่ง เพราะช่วงหลังๆ สุขภาพฯพณฯ ท่านก็ไม่ค่อยดี มีหลายโรครุมเร้า เพราะป่วยหลายโรค

…...

สำหรับคาถาที่ใช้เป่ากระหม่อมนั้น ผมไม่ทราบหรอกว่า 
ท่านใช้บทไหน แต่ถ้าคาถาของสายเขาอ้อในแนวเป่ากระหม่อมให้นะจังงัง
 เขาจะร่ายมนต์ว่า
ออแอ อออา เมตตาพุทโธ มะทัก อะรัก อุชม 
นะเมตตา โมกรุณา พุทปรานี ทายินดี ยะเอ็นดู พุทธ ยอ ออ ฤ ฤา ฤ ฤา 

….......................

 

"พระร่วงรางปืน" พระเครื่องคู่บารมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

พระร่วง กรุวัดพระศรีมหาธาตุ สุโขทัย

 


จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ - เป็นนายทหารที่เติบโตขึ้นจากกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นหน่วยกำลังสำคัญ ต่อมาได้เข้าร่วมทำการรัฐประหารในปี พ.ศ.๒๔๙๐ นับแต่นั้นเป็นต้นมาชีวิตราชการของสฤษดิ์เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งผลงานที่สร้างชื่อให้เขาคือการเป็นหัวหน้าปราบกบฏวังหลวง คู่แข่งคนสำคัญคือพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ซึ่งเป็นบุตรเขยของจอมพลผิน ชุณหวัน บิดาของนายกรัฐมนตรี ชาติชาย ชุณหวัน  ในยุคต่อมา(นายกฯชาติชาย  เข้าดำรงตำแหน่ง  ๔สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ก่อนจะถูกรัฐประหารเมื่อ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔


เล่าขานกันว่าสมัยนั้น ท่าน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แขวนพระร่วงรางปืน กรุวัดพระศรีมหาธาตุ สุโขทัย เช่นกัน ปรากฏว่า พอข่าวหลุดมาว่า ท่านจอมพลแขวน พระร่วงก็ถูกจัดเป็นประธานอยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุนพลทันที ซึ่งทำเนียบพระกรุในชุดนี้คือ พระร่วง -หูยาน -ท่ากระดาน -มเหศวร และชินราช กล่าวคือ พระร่วงรางปืน สุโขทัย,พระหูยานลพบุรี,พระท่ากระดานเมืองกาญจน์,พระมเหศวร สุพรรณและพระพุทธชินราช พิษณุโลก


คนโบราณเชื่อว่า ทุกองค์คงกระพันพระหูยาน ศิลปะเขมร (ลพบุรี) เล่าลือกันว่า สมเด็จพระนเรศวรทรงประดับใช้บนพระมาลาเบี่ยง ขณะทรงคาบพระแสงดาบ ปีนบุกค่ายพม่า


พระชุดยอดขุนพล เป็นพระฝ่ายคงกระพัน ที่ชาวบ้านคุยกันว่า ใครมีขึ้นคอ "แมลงวันไม่ได้กินเลือด" ครับ คนที่นิยมใช้จึงค่อนไปทางนักเลง กลุ่มกำนันขาใหญ่ มาเฟียบิ๊กเนมและ เจ้าพ่อหัวหน้าซุ้ม นายทหารนายตำรวจสายบู๊


แต่ในหนังสืออมตะพระกรุของ อ. ต้อย เมืองนนท์ ให้ข้อมูลเรื่อง พระร่วงหลังรางปืน ว่า แตกกรุจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองศรีสัชนาลัย  บริเวณหน้าพระปรางค์องค์ใหญ่ เมื่อกว่า๖๐ ปีที่แล้ว มีจำนวนไม่เกิน ๒๐๐ องค์
 

เมืองศรีสัชนาลัย เคยเป็นเมืองขึ้นของขอม ว่ากันโดยศิลปะ เป็นขอมสมัยบายน อายุกว่า 800 ปี อ. ต้อย บอกว่า พุทธลักษณะเป็นพระยืนประทานพรอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ยอดซุ้มเป็นลายกนก แบบซุ้มกระจัง ด้านหลังองค์พระ มีร่องกดลึกลงไป เป็นร่องยาวตามองค์พระ จึงเป็นที่มาของคำเรียก พระร่วงหลังรางปืน ส่วนใหญ่เป็นตะกั่ว เนื้อชินมีน้อยมาก ส่วนเนื้อดินไม่พบเลย  ผิวพระบางองค์สีแดงเข้ม บางองค์สีลูกหว้า มีไขขาวแซมหนากว่าพระร่วงกรุอื่นๆ แม้ว่าพระร่วงกรุนี้ แม้มีจำนวนน้อย แต่ก็แยกได้ถึงห้าพิมพ์ พิมพ์ใหญ่ฐานสูง พิมพ์ใหญ่ฐานเตี้ย พิมพ์แก้มปะ พิมพ์หน้าหนุ่ม พิมพ์เล็ก


ของเก๊ไม่ต้องพูดถึง ขนมากรุใหม่ ผมว่าสัก ๑๐๐ กรุน่าจะไม่พอใส่!!!

 

"พระร่วงรางปืน" พระเครื่องคู่บารมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

เหรียญขุนแผนจอมพล


กล่าวทิ้งท้ายสำหรับ ฯพณฯท่านจอมพล ผู้ลือเลื่องกระเดื่องนามเรื่องสาวๆ ถ้าใครอยากได้ของดีจากท่านไปใช้ แนะนำว่าให้ไปหาเหรียญจอมพล เพราะ ต่อมามีการสร้างเหรียญจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขึ้นมาด้วย  เหรียญนี้เป็นที่ทราบกันดีว่ามีพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยมอย่างรุนแรงโดยเฉพาะในเรื่องสาวๆ สร้างเป็นที่ระลึกใน การเปิดอนุสาวรีย์ พ.ศ.2506ในวงการเรียกกันว่า เหรียญขุนแผนจอมพลติดจรวด!!!


แต่ห้อยดีๆนะครับ 
อย่าให้เมียรู้ไม่งั้นคุณอาจจะโดนยึดทรัพย์และริบของกลางได้!!