ต้องบอกว่า เรื่องตลกร้ายของวงการพระเครื่องเมืองไทยยุคนี้ มีอยู่มากมายหลายเรื่องนะครับ แต่เรื่องไหนที่ไม่เกี่ยวข้องกับผม ผมก็สั่งตัวเองว่า อย่าไปยุ่ง ทางใครทางมัน ทางเสือ-เสือเดิน ทางแมว-แมวเดิน !!!!

 

 

          หนึ่งในเรื่องตลกร้ายที่ผมได้ยินแล้วก็หัวเราะมิออก ร่ำไห้มิได้คือ ข่าวลือกันว่า ผมเขียนถึงพระเครื่องใหม่ๆ รุ่นไหน ทางผู้จัดสร้างจะต้องใส่ซองค่าน้ำหมึกมาให้ผมด้วย ผมจึงจะเขียนถึงอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูวัด


          พูดง่ายๆ ว่า รับจ้างเขียนเชียร์พระเครื่องว่างั้นเถอะ


          เหมือนในวงการเพลง-วงการนักจัดรายการวิทยุสมัย 20-30 ปีก่อน ที่ต้องใช้สูตร "เพลงละพัน วันละเพลง" คือจ่ายหนึ่งพันบาทก็จะเปิดเพลงให้หนึ่งครั้ง ไม่งั้นดีเจไม่เปิดเพลงเชียร์ หรือที่นักการตลาดยุคโซเชียลใช้สูตรหาเงินกันคือ ต้องจ่ายค่าบูทโพสต์เพื่อดันให้ข่าวหรือกระทู้นั้นๆ เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น

 

 

 

แรงสนั่นเมืองคอนต้อนรับปีหนูทองคำกับปรากฏการณ์ อิ่ม-ไข่-เต่า

 


          ก็ไม่ว่ากันครับ...ใครจะพูดอะไร ใครจะคิดอย่างไร มันเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่คนเป็นนักหนังสือพิมพ์, คอลัมน์นิสต์มืออาชีพ ย่อมจะรู้ตัวเองดีว่า เราเขียนหาเงินหรือว่าเขียนหาบุญ เพื่อมอบให้ผู้อ่านได้รับความรู้เป็นวิทยาทาน


          ผมเป็นคนไม่มีพรรคครับ มีแต่พวก เพราะฉะนั้น ถ้าใครทำดี ทำถูกต้อง สามารถเข้าถึงพื้นที่การเขียนของผมได้ครับ โดยไม่ต้องจ่ายอะไร เพราะถูกสั่งสอนมาว่า อาชีพสื่อมวลชน คือ อาชีพที่มีศักดิ์ศรี มีเป้าหมายที่ชัดเจน มีจุดยืนที่มั่นคง


          คอลัมน์ "ตามรอยตำนานแผ่นดิน" จึงเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้กับเรื่องราวของพระเครื่อง วัตถุมงคลและประวัติความเป็นมาของพระเถรานุเถระ พระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคม เปิดกว้างให้กับวัตถุมงคลรุ่นใหม่ๆที่มีที่มาที่ไปชัดเจน


          ส่วนผมเขียนแล้วมีคนอ่านมากน้อยเพียงใด มีผลต่อยอดจำหน่ายยอดจองขนาดไหน...วัดกันที่ผลงาน---ไม่ใช่กิจของผม !!

 



          จึงมีเสียงถกเถียงกันว่า จริงหรือที่มีคนอย่างผมอยู่ในชุมนุมมังกรซ่อนพยัคฆ์ บางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ บางคนก็เหน็บลับหลังว่า สงสัยว่าพวกปากว่าตาขยิบ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกงล่ะมั้ง มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะมีใครมานั่งหลังขดหลังแข็งเขียนต้นฉบับโดยไม่รับผลประโยชน์จากพระรุ่นที่ผมเขียนถึง ก็สุดแท้แต่สติปัญญา ภูมิรู้ภูมิธรรมของคนคนนั้นครับว่า อยากเป็นเปรตในหมู่ปราชญ์หรือว่าเป็นปราชญ์ในหมู่เปรต


          เรารู้อยู่แก่ใจว่า เราเป็นคนเช่นไหน บนถนนนักหนังสือพิมพ์กว่า 30 ปี ว่าเราทำตัวเป็นเห็บแมวอยู่ลานวัดหรือเปล่า !?


…............

 

 

 

แรงสนั่นเมืองคอนต้อนรับปีหนูทองคำกับปรากฏการณ์ อิ่ม-ไข่-เต่า

 


          แน่นอนว่า วิถีของผม ย่อมไม่ปรกติธรรมดา ยากที่คนในวงการพระเครื่องบางคนบางกลุ่มจะเข้าใจได้ เซียนพระอย่าง “ใหญ่ เมืองกาญจน์” ที่ไปช่วยงานวัดทุ่งนาใหม่ เขาก็ยอมรับว่า เขาก็งงเช่นกัน เมื่อเขาบอกผมว่า อยากให้ผมช่วยเขียนถึง หลวงพ่ออิ่ม วัดทุ่งนาใหม่ กับวัตถุมงคลที่เขาดำเนินงานสร้าง ต้องจ่ายผมเท่าไร...?


          ผมก็ถามเขาว่า จ่ายค่าอะไร ?


          เขาบอกว่า ก็ค่ารับจ้างเขียน ผมหัวเราะแล้วบอกว่า ไม่ต้องมาจ่ายผม คุณไปช่วยทำบุญถวายพ่อท่านเถิด ผมไม่รับอะไรของใคร ผมเขียนให้ไม่ได้เขียนเอา


          เขาก็บอกว่า เขาเกรงใจ เลยอยากตอบแทนน้ำใจในการทำงาน ผมก็ตอบไปว่า ก็ดีแล้วที่ได้ช่วยพ่อท่าน-ช่วยวัดเอาตามนี้ก็แล้วกัน


          ครับ-เขาก็รับปากผมแบบงงๆ ขออนุโมทนา ผมก็สาธุด้วย


…...........


          คือเท่าที่ผมทราบข่าวคราวมา เหรียญรุ่นนี้ก็โด่งดังอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดตัวเหรียญพญาเต่าเรือน ลป.อิ่ม-ไอ้ไข่ วัดทุ่งนาใหม่ ข่าวร้อนๆ หลากหลายมิติก็ว่อนไปทั่วโลกโซเชียลมีเดีย เพราะบารมีของพ่อท่านอิ่ม ท่านไม่ธรรมดา...!!!


          เพราะอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมืองนครศรีธรรมราช นั้นเป็นหัวเมืองใหญ่ ของภาคใต้ มีอารยธรรมทางด้านศาสนามาอย่างยาวนาน เป็นที่ตั้งพระมหาธาตุเจดีย์และมีเกจิที่สืบทอดวิชาอาคม เก่งกล้าสามารถ ทางด้านวิชาต่างๆๆ หลายรูป ท่านก็เป็นหนึ่งในบรรดาพระเกจิอาจารย์เหล่านั้น แต่ถึงแม้ท่านจะเป็นเลิศ เป็นผู้ที่มีวิชาพุทธาคม แต่ท่านไม่นิยมจะเปิดเผยตัวเองแก่สาธารณชนมากนักเพราะท่านเป็นพระสมถะ และมีอายุมากที่สุด ในจังหวัดนครศรีธรรมราชรูปหนึ่ง


          พ่อท่านอิ่ม วัดทุ่งนาใหม่ อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีอายุถึง 102 ปีย่าง 103 ปีแล้วและยังสุขภาพแข็งแรง ท่านเป็นหลานชายแท้ๆ ของพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน บวชเรียนมาตั้งแต่เป็นสามเณรนับแต่อายุ 17 ปี และได้ติดตามรับใช้พ่อท่านคล้ายมาโดยตลอด เมื่อพ่อท่านคล้ายมรณภาพ ท่านก็ครองผ้าเหลือง ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในสมณเพศเป็นปรกติวิสัย


          ด้วยเหตุที่พ่อท่านอิ่ม เป็นหลานชายของพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ จึงทำให้ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมมาจากพ่อท่านคล้ายอย่างหมดสิ้น และท่านยังได้ศึกษา วิชาจากสำนัก ตักศิลาเขาอ้อ อีกด้วย เช่นเดียวกันกับขุนพันธรักษ์ราชเดช นายตำรวจมือปราบชื่อดังในอดีต


          ก่อนหน้านี้หลวงปู่อิ่มท่านเคยเป็นเจ้าอาวาส วัดทุ่งนาใหม่ พิปูน นครศรีธรรมราช แต่เนื่องจากอายุมากแล้ว ท่านจึงได้สละตำแหน่งเจ้าอาวาส หยุดปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาส แต่ท่านก็ยังเป็นที่ปรึกษาของเจ้าอาวาสในปัจจุบันนี้ และมีการจัดสร้างวัตถุมงคลในนามของท่านออกมามากมายหลายรุ่น ซึ่งล้วนแต่มีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ต้องการของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลาย เพื่อนำปัจจัยไปบูรณปฏิสังขรณ์สิ่งปลูกสร้างต่างๆภายในวัดที่ต้องทำนุบำรุงรักษากันเป็นระยะๆ


          จนมาในปี 2563 นี้ ทางวัดทุ่งนาใหม่ มีการชำรุดทรุดโทรม ภายในวัดหลายด้าน แต่เนื่องจากปัจจัยไม่มีในการบูรณะ เพื่อไว้ประกอบศาสนกิจต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้องจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นมา นั่นก็คือ เหรียญพญาเต่าเรือน รุ่น 1 หลวงปู่อิ่ม-ไอ้ไข่ วัดทุ่งนาใหม่ คือด้านหนึ่งเป็นรูปเหมือนของท่าน อีกด้านก็เป็นรูปเหมือนไอ้ไข่ เทวดาน้อยเมืองคอน ...ก็แล้วแต่ความนิยมของผู้คนครับ ผมเองก็ไม่ความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น เพราะผมเชื่อว่า ของดีก็คือของดี


          ถือว่า เป็นวัตถุมงคล รุ่น 1 ของวัดทุ่งนาที่มีรูปแบบเป็นพญาเต่าเรือน เทพเจ้าแห่งโชคลาภ อายุยืน ซึ่งในปัจจุบันมีวัดต่างๆ นิยมสร้างกันอย่างมากมายทั่วประเทศ และผู้คนนิยมสะสม ชื่อชอบเป็นอย่างยิ่ง ทราบมาว่า ทันทีที่ผู้คนทราบข่าวว่าทางวัดจะจัดสร้าง ยังไม่ได้เปิดให้จอง พญาเต่าเรือน พิมพ์ไอ้ไข่ ขนาด 2.5 ซม. จัดสร้าง จำนวน 20,000 องค์ ก็ได้หมดไปอย่างรวดเร็ว ภายในวันเดียว


          ผมว่า คงด้วยความเคารพศรัทธา เชื่อมั่นในพุทธาคมของท่าน ที่สำคัญทางผู้จัดสร้างก็ได้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดว่า ที่มาที่ไปของซึ่งชนวนมวลสาร ได้ผ่านการจารอักขระเลขยันต์จากเกจิชื่อดังอย่างมากมาย และผ่านพิธีปลุกเสกมาแล้ว ไม่ว่า ที่วัดหนองกระทุ่ม โดย ลป.ปั่น เทพเจ้าเต่า5G ในปัจจุบัน และที่วัดห้วยผักชี เทพเจ้าพญาเต่าเรือนสิวลีมหาลาภ อันโด่งดัง หรือ ในพิธีปลุกเสกพญาเต่ามังกร วัดดอนรวบ ที่มีเกจิอันดับ 1 ของชุมพร คือ ลพ.ตุด วัดธรรมถาวร เป็นประธานจุดเทียนชัยและร่วมปลุกเสก กับพระเกจิชื่อดังรวม 6 รูป


          จึงถือได้ว่า เป็นพระใหม่ที่ชนวนมวลสารแน่น ส่งผลให้สั่นสะเทือนเมืองนครศรีธรรมราช รวมทั้งภาคใต้และทั่วประเทศและทราบมาว่า ขณะนี้ ...ซึ่งทางวัดทุ่งนาใหม่และสะพานบุญอีก 80 ศูนย์จองทั่วไทย เขาก็พร้อมจะเปิดให้จอง พร้อมกัน ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563


          ฉะนั้นคนเขียนหนังสือข้างวัดอย่างผมก็ขอประชาสัมพันธ์ข่าวให้ผู้อ่านทั้งหลายได้ทราบ โดยทั่วกันว่า ยังมีพิมพ์พญาเต่าเรือน หลวงปู่อิ่ม รุ่น 1 ให้เช่าบูชา และสั่งจอง ที่วัดทุ่งนาใหม่ และ ศูนย์จองชั้นนำ ทั่วประเทศไทย จำนวน 80 ศูนย์ ส่วนจะมีศูนย์จองอะไรบ้าง ต้องรบกวนไปทำการบ้านกันต่อเองล่ะครับ เพราะบอกว่า ไม่มีรับจ้างเขียนโฆษณา HA HA HA....


          แต่ผมชอบนิยามที่คุณใหญ่ เมืองกาญจน์ ตั้งนะครับว่า อิ่ม-ไข่-เต่า ….แหม...มันช่างสั้นกระชับโดนใจจริงๆ


          พ่อท่านอิ่ม -ไอ้ไข่บนหลังพญาเต่าเรือน


          คิดได้ไง!?!