นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวถึงข้อวิจารณ์ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างชำรุดทั้งบนถนน สะพานข้ามแยก และอุโมงค์ทางลอดในกรุงเทพฯ หลายแห่งว่า ที่ผ่านมาสำนักการโยธามีมาตรการตรวจสอบไฟฟ้าสาธารณะตามเส้นทางถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบตามวงรอบทุก 15 วัน หากเกิดไฟฟ้าดับจะส่งเจ้าหน้าที่หน่วยซ่อมไฟฟ้าเข้าตรวจสอบ หากพบหลอดไฟชำรุดจะดำเนินการเปลี่ยนทันที แต่หากอุปกรณ์ ตู้ไฟ หรือสายไฟฟ้าชำรุดหรือสูญหายจะจัดซื้ออุปกรณ์และจัดซ่อมเองกรณีชำรุดเสียหายเพียงเล็กน้อย หรือดำเนินการจ้างซ่อมหากเกิดชำรุดเสียหายมาก รวมถึงแจ้งการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ให้ประเมินราคาค่าซ่อม 

 

 

 

 

          ซึ่งภายหลัง กฟน. ประเมินราคาค่าซ่อมแล้วเสร็จจะส่งรายละเอียดให้สำนักการโยธา ก่อนเข้าดำเนินการจัดซ่อม นอกจากนั้นสำนักการโยธายังได้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน สะพานข้ามแยก อุโมงค์ทางลอด โดยลงพื้นที่ตรวจสอบความชำรุดเสียหายของสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ทางลอดเป็นประจำเพื่อขอจัดสรรงบประมาณปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยของสะพานข้ามแยก เช่น ปรับปรุงผิวจราจร ปรับปรุงไฟฟ้าส่องสว่างและปรับปรุงป้ายสัญญาณจราจรโดยเร่งด่วน เช่น สะพานข้ามแยกพัฒนาการ สะพานข้ามแยกบางพลัด รวมทั้งติดตามข้อร้องเรียนเรื่องความชำรุดเสียหายของสะพานข้ามแยก อุโมงค์ทางลอดต่างๆ จากศูนย์ กทม. 1555 และไลน์@อัศวิน คลายทุกข์ แล้วดำเนินการแก้ไขโดยหน่วย Best ของสำนักการโยธา


          รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กล่าวต่อไปว่า สำนักการโยธายังวางแนวทางบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ประกอบด้วย 


          1.งานที่ต้องยื่นขออนุญาตผ่านสำนักการโยธา ให้ใช้เงื่อนไขประกอบใบอนุญาต เป็นบันทึกข้อตกลงแนบท้ายใบอนุญาต ใช้คู่มือก่อสร้างงานสาธารณูปโภคปี 2550 และมีกลุ่มงานตรวจสอบระบบสาธารณูปโภค เป็นหน่วยงานประสานระหว่างหน่วยงาน กทม. และหน่วยงานภายนอก 


          2.งานนโยบายและงานโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายและสีต่างๆ ให้ใช้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ใช้เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตเพื่อกำกับดูแลความเรียบร้อย หากโครงการก่อสร้างเกิดผลกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน และใช้คำสั่งของผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและตรวจรับสภาพ ภายหลังการก่อสร้าง