คมเลนส์ส่องพระ

 

 

คมเลนส์ส่องพระ

 

 

          ** พระพุทธรูปศิลปะภาคใต้ สกุลช่างนครศรีธรรมราช ปางมารวิชัย ประทับบนฐานบัวขัดสมาธิเพชรลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระศกเป็นรูปก้นหอย ยอดพระเมาลีเป็นรูปดอกบัว เส้นไรพระศกเป็นเส้นนูน พระนาสิกโด่งเป็นสันแหลม พระโอษฐ์บางครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิเป็นจีบสั้นอยู่เหนือพระอังสา ลักษณะเช่นนี้นิยมสร้างกันมากในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒ เป็นต้นมา เรียกว่า พระขนมต้ม ตามลักษณะของพระวรกายที่อ้วนล่ำแบบข้าวต้มมัด พระพิมพ์นี้นิยมสร้างกันมากทางภาคใต้เข้าใจว่ามีต้นกำเนิดที่นครศรีธรรมราช จึงเรียกว่า พระขนมต้มเมืองนคร องค์นี้หน้าตักกว้าง ๗ นิ้ว องค์พระและฐานเป็นเนื้อสำริด ฐานถอดได้ สนนราคาหลักแสนปลาย เป็นพระของ จูน หาดใหญ่ คนหนุ่มไฟแรงนักอนุรักษ์พระสายใต้ 

 

 

คมเลนส์ส่องพระ

 

 

 


 

 

          ** พระปิลันทน์ วัดระฆังโฆสิตาราม สร้างโดย พระพุทธบาทปิลันทน์ (ม.จ.ทัด เสนีวงศ์) ประมาณ พ.ศ.๒๔๐๗ ช่วงนั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆัง จึงได้มอบผงวิเศษให้เป็นส่วนผสมของพระปิลันทน์ พร้อมทั้งได้เมตตาปลุกเสกให้ด้วย (ต่อมาภายหลัง พระพุทธบาทปิลันทน์ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์ แทนเจ้าประคุณสมเด็จโต) พระปิลันทน์  จึงได้ชื่อว่า “พระสองสมเด็จ”) พระปิลันทน์ เป็นพระเนื้อผงพุทธคุณผสมใบลานเผา เนื้อสีเทาเข้ม สีเทาอมเขียว มีทั้งไม่ได้บรรจุกรุ และบรรจุกรุในเจดีย์วัดระฆัง พระที่บรรจุกรุจะมีคราบไขขาวคลุมองค์พระทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของพระปิลันทน์ ที่บ่งบอกได้ว่าเป็นพระแท้หรือปลอม พระปิลันทน์ มีหลายพิมพ์ ส่วนใหญ่เป็นการแกะแม่พิมพ์โดย ช่างหลวง จึงมีลวดลายต่างๆ สวยงามมาก ที่นิยมสุดคือ พิมพ์ซุ้มประตู มีทั้งพิมพ์ใหญ่ และ พิมพ์เล็ก (องค์ในภาพนี้ ขนาดองค์พระกว้างประมาณ ๒ ซม. สูงประมาณ ๓ ซม.) พิมพ์เล็กหายาก องค์นี้สวยสมบูรณ์ทุกซอกมุม มีคราบไขปกคลุมหน้าหลัง ทำให้ดูง่ายขึ้น เป็นพระของ ศ.นพ.พรพรหม เมืองแมน โรงพยาบาลศิริราช 

 

คมเลนส์ส่องพระ

 


          ** หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นศิษย์ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย อ.บางปลาม้า มีความรู้แตกฉานจนเป็นที่ไว้วางใจของหลวงพ่อเนียมมาก เมื่อตอน หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ไปเรียนกับหลวงพ่อเนียม ท่านพูดกับหลวงพ่อปานว่า “เวลาข้าตายแล้ว เอ็งสงสัยอะไรให้ไปถามโหน่งเขานะ โหน่งเขาแทนข้าได้” นอกจากนี้ หลวงพ่อโหน่ง ยังเป็นอาจารย์ของ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น) วัดโพธิ์, หลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก, หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ, หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ฯลฯ หลวงพ่อโหน่ง สร้างพระเนื้อดินเผา ประมาณ พ.ศ.๒๔๖๑ จนถึง พ.ศ.๒๔๗๐ มีหลายสิบพิมพ์ จำนวนสร้างคาดว่า ๘๔,๐๐๐ องค์  ที่โด่งดังนิยมสุด คือ พิมพ์ซุ้มกอใหญ่เศียรโต (องค์ในภาพ) เช่าบูชากันสูงมาก เนื่องจากเป็นพิมพ์ทรงที่สวยงาม และมีประสบการณ์มาก องค์นี้เป็นพระของ แกะ อ่างทอง  นักสะสมพระสวยยอดนิยม 

 

 

 

 

คมเลนส์ส่องพระ

 


          ** วันก่อน โกจอง โคตรเศรษฐี  คนดีเมืองคอน ผู้อยู่ในวงการพระเครื่องมานานปี ได้ส่งภาพ พระปิดตาพังพระกาฬ ปี ๒๕๓๒ เนื้อทองแดง (สร้างน้อยมาก) พิมพ์เครายาว โกจอง  บอกว่า “เป็นเหรียญที่อยู่ในกระทะเคี่ยวน้ำมันเสือ ซึ่งเป็นพิธีกรรมหนึ่งที่คณะกรรมการได้จัดขึ้น โดย หมอจุก  ซึ่งเป็นเพื่อนกัน เอามือล้วงจากในกระทะขณะเคี่ยวน้ำมันร้อนๆ ขึ้นมาให้ ผมเห็นสกปรกเลยล้างน้ำมันออกเสีย แต่ก็ยังพอเห็นคราบบ้างเล็กน้อย เดิมผมมี ๒ เหรียญ เพื่อนขอไป ๑ เหรียญ ตอนนี้เหลือเหรียญเดียว มีหลายคนขอซื้อแต่ผมไม่ขาย” พระปิดตาพังพระกาฬปี ๒๕๓๒ สร้างขึ้นตามบัญชาของ องค์พ่อจตุคามรามเทพ โดยกำหนดเป็นรูปกลมขนาดเท่าเหรียญบาทด้านหน้าเป็นรูป พระพังพระกาฬ ด้านหลังป็นรูปพระราหู ๘ ตัว เรียงรายล้อมรอบดวงชะตา เป็นเหรียญปั๊ม สร้างด้วยเนื้อทองคำ, เงิน, นวโลหะ และทองแดง โดย ศิริชัย บูลกุล ออกทุนในการจัดสร้าง 

 

 

 

คมเลนส์ส่องพระ

 


          ** พระผงโต๊ะหมู่ พระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) วัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พระวิปัสสนาจารย์แห่งล้านนา สร้างขึ้นในในโอกาสที่หลวงปู่มีอายุครบ ๘ รอบ ๙๖ ปี พรรษา ๗๖ พระทุกองค์มีหมายเลขและตอกโค้ดไว้บนแผ่นตะกรุด จำนวนสร้างชุดกรรมการฝังตะกรุดทองคำ นาก เงิน สร้าง ๘ ชุด, ตะกรุดเนื้อตะกั่วถวายพระสังฆาธิการ และพระภิกษุสงฆ์ สร้าง ๙๖ องค์, ตะกรุดทองเหลือง สร้าง ๗๖ องค์, พระเนื้อก้นครก ตะกรุดเงิน สร้าง ๙๖ องค์ และตะกรุดทองแดง สร้าง ๑,๐๐๐ องค์พระรุ่นนี้มวลสารดีเข้มขลัง ไม่เปิดให้เช่าบูชา ผู้สร้างเพื่อถวายหลวงปู่แจกแก่ลูกศิษย์ และคณะศรัทธาสาธุชนที่มาร่วมงานทำบุญอายุ เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๒ ณ วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร จ.เชียงใหม่…ขอขอบพระคุณ พีระพงศ์ พงศ์เพชรกุล ผู้สร้างพระรุ่นนี้ 

 

 

คมเลนส์ส่องพระ

 


          ** ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ติดตามอ่าน คมเลนส์ส่องพระ  มาตลอด ๑๘ ปี พบกันใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ***