สธ.สั่งยกเลิกประกวดราคาสร้างตึกรพ.มหาราชโคราช

08 ต.ค. 2552
378
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

สธ.สั่งยกเลิกประกวดราคาก่อสร้างตึก 700 ล้าน รพ.มหาราช โคราช เพื่อความโปร่งใส ยังไม่ได้ล็อกสเปค มี 3 บริษัทเข้าประกวดราคา พร้อมขยายเวลาทบทวนโครงการไทยเข้มแข็ง เหตุมีถึง 7,000 รายการ คกก.ทำงานไม่ทัน “วิทยา” ปัดตอบนายกรัฐมนตรีเรียก “หมอเกรียง” เข้าให้ข้อมูล

ที่กระทรวงสาธารณสุข  เมื่อเวลา 9.00 น. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ได้เรียกประชุมคณะกรรมการทบทวนโครงการไทยเข้มแข็ง และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ 6 รายการในโครงการไทยเข้มแข็ง เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการตรวจสอบปัญหาส่อความไม่โปร่งใส่ ภายหลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูล โดยมี นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วม

 นายวิทยา กล่าวภายหลังการประชุมว่า ตนได้สั่งการให้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุด ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง คือ 1.ให้ดูว่ามีโครงการใดบ้างในโครงการไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุข ที่มีการสั่งซื้อโดยที่ไม่มีรายการขอจากโรงพยาบาลมา เพื่อหาผู้รับผิดชอบต่อไป 2.มีโครงการใดบ้างในการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่มีราคาเกินความเป็นจริง และเมื่อปรับลดแล้วจะทำให้งบประมาณในโครงการลดลงได้ถึง 30% โดยได้มอบหมายให้ นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ผู้ตรวจราชการกระทรวง ทำหน้าที่แทนรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ไปทำหน้าที่ทบทวนดูทั้ง 7,000 รายการว่ามีรายการใดบ้างที่มีราคาเกินจริง ซึ่งจะทำให้มีเงินเหลือจากโครงการ อาจนำมาคืนให้รัฐบาล หรือนำไปใช้ในโรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนอยู่

 จากเดิมที่ได้กำหนดกรอบเวลาการตรวจสอบโครงการไทยเข้มแข็ง 2 สัปดาห์ แต่ทางคณะกรรมการชุดทบทวน ท้วงติงว่า มีรายการจัดซื้อจำนวนมากถึง 7,000 รายการ ทำให้การทบทวนต้องใช้เวลา ดังนั้นจะให้มีการขยายเวลาการตรวจสอบออกไป แต่จะต้องรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาก่อน

 นายวิทยา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการว่า หากมีข่าวการจัดซื้อจัดจ้างรายการใดที่ไม่ชอบมาพากล ปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะต้องเข้าไปดำเนินการตรวจสอบทันที และให้รายงานผลต่อสาธารณชนรับทราบ เช่นกรณีที่คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนฯ ได้เปิดเผยปัญหาการล็อกสเปคก่อสร้างอาคารในโรงพยาบาลมหาราช จ.นคราชศรีมา งบประมาณ 700 ล้านบาท ที่ต้องเร่งตรวจสอบโดยเร็ว

 ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังจากที่มีข่าวปัญหาการล็อกสเปคการก่อสร้างอาคารงบประมาณ 700 ล้านบาท ของโรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมานั้น เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า ที่มาของโครงการเนื่องจากทางโรงพยาบาลมหาราชฯ ต้องการสร้างตึกเพื่อรองรับผู้ป่วยเพิ่ม โดยกำหนดให้มีชั้นใต้ดินที่ทางโรงพยาบาลได้กำหนดคุณสมบัติไว้ว่า ผู้ก่อสร้างจะต้องเคยมีผลงานการก่อสร้างชั้นใต้ดินที่ไม่มีปัญหาน้ำรั่วซึม เป็นความปรารถนาดีของโรงพยาบาลที่ต้องการได้อาคารที่มีคุณภาพ จึงทำให้ดูเหมือนว่ามีการล็อกสเปค แต่ในความเป็นจริงก็มีหลายบริษัทก่อสร้างที่เข้าเกณฑ์และ 3 บริษัทที่เข้าประกวดราคา อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตนจึงได้สั่งการให้ยกเลิกการประกวดราคานี้ออกไปก่อน พร้อมให้ผู้บริหารโรงพยาบาลแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนด้วย 

 นอกจากนี้ นพ.ไพจิตร์ ยังได้กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการกับผู้กระทำผิดซึ่งสั่งการให้จัดซื้อครุภัณฑ์ที่เป็นปัญหาในขณะนี้นั้นว่า หากเป็นข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้ว ยังสามารถดำเนินการได้เช่นกัน เพราะมีระเบียบเปิดไว้อยู่ แต่ก็ต้องดูข้อเท็จจริง ยืนยันว่า หากมีการดำเนินการไม่ถูกต้อง ยังสามารถดำเนินการได้ทั้งทางแพ่งและอาญา โดยมีผลย้อนหลังดำเนินการได้ถึง 10 ปี

 ด้าน นพ.เสรี หงษ์หยก ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ 6 รายการในโครงการไทยเข้มแข็ง กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีหลายประเด็นที่เป็นข้อจำกัดส่งผลให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นปัญหา ทั้งเรื่องเวลา กรอบวงเงินงบประมาณ ระบบการรายงาน แต่ก็ยอมรับว่ามีบางรายการที่อยู่ในรายการจัดซื้อโดยที่โรงพยาบาลไม่ได้ร้องขอ เช่น เครื่องยูวี-แฟน ซึ่งก็มีการอธิบายว่าเป็นการดำเนินการในช่วงที่มีหวัด 2009 แพร่ระบาด นอกจากนี้ยังพบว่า มีครุภัณฑ์ทาการแพทย์บางรายการที่จัดซื้อจัดจ้างไปในโรงพยาบาลไม่ถูกที่ เช่นมีการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ขนาดใหญ่ไปไว้ในโรงพยาบาลขนาดเล็ก จึงต้องมีการปรับเปลี่ยน ส่วนการตั้งงบประมาณการก่อสร้างที่ระบุว่าตั้งเกินราคากลางนั้น เท่าที่ตรวจสอบได้รับคำชี้แจงว่า เป็นการตั้งราคาโดยคาดการณ์ตามวัสดุก่อสร้างที่มีราคาเพิ่มขึ้นในปี 2553

 นพ.เสรี กล่าว่า ส่วนการเปิดเผยผู้สั่งการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่เป็นปัญหานั้น ขณะนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะในทางกฎหมายคณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่เพียงแค่ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงและความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่มีหน้าที่ดำเนินการกับผู้กระทำผิด เพียงแต่จะส่งข้อมูลที่ได้เหล่านี้ไปยังผู้มีอำนาจดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 ผู้สื่อข่าวยังได้ถาม รมว.สาธารณสุข กรณีที่นายกรัฐมนตรีเรียกชมรมแพทย์ชนบทเข้าให้ข้อมูลส่อทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุข หลายฝ่ายมองว่า เป็นเพราะไม่มั่นใจการดำเนินงานตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุขนั้น นายวิทยา ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว และได้มอบให้ นพ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้ตอบคำถามแทน โดย นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบว่า นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ เข้าให้ข้อมูลอะไรกับนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นการให้ข้อมูลในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท ไม่ใช่ในฐานะกรรมการทบทวนการจัดซื้อโครงการไทยเข้มแข็ง เพราะกรรมการมีหน้าที่แค่นำข้อมูลมาตรวจสอบเท่านั้น

 ส่วนกรณีที่มีการส่งเอสเอ็มเอสโจมตีอดีตผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องเอสเอ็มเอสดังกล่าว ตนไม่ได้รับ และได้สอบถามผู้บริหารหลายคนในกระทรวง ซึ่งก็มองว่า การออกมาโจมตีเป็นเรื่องปกติในกระทรวงเช่นเดียวกับที่มีใบปลิวออกมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง