นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หลังจากนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบาย “โครงการบัตรคนไทยใบเดียว” ซึ่งจะทำให้ใช้เพียงบัตรประชาชน ในการใช้สิทธิรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลตามสิทธิโดยไม่ต้องใช้บัตรทอง และจะเริ่มทั้งระบบวันที่ 1 ตุลาคม 2552 นั้น ขณะนี้โรงพยาบาลมีความพร้อมที่จะรองรับและให้บริการประชาชน โดยการใช้บัตรประชาชนเพียงอย่างเดียวแล้ว เพราะ สปสช.มีฐานข้อมูลเรื่องสิทธิอยู่ในระบบอยู่แล้ว แต่ยังสามารถใช้บัตรทองเดิม หรือบัตรประชาชนเพียงอย่างเดียวก็ได้ อาจจะต้องมีการทำความเข้าใจประชาชนเพิ่มเติม เพราะในอนาคตเมื่อเลือกสิทธิแล้วจะไม่ได้รับเอกสารหรือบัตรใดๆ เพราะข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ในระบบแทน

 นพ.วินัย กล่าวอีกว่า จะมีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มเติม ในเรื่องการจัดทำบัตรสุขภาพ (Health Card) สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมีอยู่ประมาณ 12 ล้านคน เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้ไม่มีบัตรประชาชนซึ่งมีเลขประจำตัว 13 หลัก ที่จะแสดงสิทธิแทนการออกบัตรทอง ซึ่งเดิมจะต้องใช้หลักฐานอื่น เช่น สำเนาทะเบียนบ้านในการแสดงสิทธิ อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเพียงแนวทางหนึ่งที่จะนำเสนอ เพราะขณะนี้มีแนวคิดในการจัดทำบัตรประชาชนให้แก่เด็ก ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภายังไม่แล้วเสร็จ

 นพ.วินัย กล่าวด้วยว่า แนวทางการจัดทำระบบเพื่อรองรับการใช้บัตรประชาชนใบเดียวหรือบัตรสุขภาพสำหรับเด็ก จะนำเสนอ 2 แนวทางคือ 1.เก็บข้อมูลทางสุขภาพทั้งหมดไว้ในบัตรและใช้เครื่องอ่านแสดงข้อมูล หรือ 2.เก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ที่ส่วนกลางและดึงข้อมูลจากระบบ โดยงบประมาณบัตรสุขภาพต่อใบจะอยู่ที่ประมาณ 120 บาทต่อใบ ซึ่งปัจจุบัน สปสช.พัฒนาระบบข้อมูลส่วนกลางอยู่แล้ว แต่อาจยังต้องพัฒนาเรื่องการเชื่อมต่อของระบบเพิ่มเติม

 "ทั้งนี้ การทำบัตรสุขภาพอาจจะนำไปพิจารณาขยายโครงการต่อในอนาคตแทนบัตรประชาชน เพราะบัตรประชาชนมีความจุเพียง 64 กิโลไบต์ สามารถเก็บข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนแปลงได้เพียงเล็กน้อย เช่น หมู่เลือด ประวัติการแพ้ยา แต่ไม่เพียงพอที่จะเก็บประวัติการใช้ยา หรือการเปลี่ยนแปลงสิทธิการรักษา ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง" นพ.วินัย กล่าว