(1 ต.ค.2563) รายการเรื่องลับมาก เปิดในพูดคุยกับ ครูพี่โอ๊ะ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พูดถึงประเด็นร้อน กรณีคุณครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ทำร้ายเด็กนักเรียนอนุบาลหลายคนจนเป็นที่วิจารณ์อย่างหนักในสังคม นอกจากนี้กลับกลายเป็นว่ามีกลุ่มผู้ปกครองแฉเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีคลิปหลุดออกมาเป็นระยๆ จนทาง รมช.ศธ. ต้องลุยเองเพื่อให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มผู้ปกครองที่ลูกของเขาถูกคุณครูกระทำ

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ลงมือตัดสินใจไปโรงเรียนด้วยตัวเอง พบว่าโรงเรียนไม่มีความจริงใจ เนื่องจากไม่ได้ส่งผู้มีอำนาจตัดสินใจ แล้วไม่ดำเนินการ ไม่ให้ความสำคัญตอบอะไรผู้ปกครองไม่ได้ชัดเจนเลยซักเรื่อง นอกจากนี้ยังเปลี่ยนคนให้มาติดต่อกับผู้ปกครองอยู่เรื่อยๆ ซึ่งตนมองว่า โรงเรียนไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการจัดการอย่างเร่งด่วน

 

ประเด็นหนึ่งที่หลายคนฟังแล้วตกใจ หลังประธานผู้อำนวยการเครือสารสาสน์บอกว่า มาเพราะอยากได้เงินใช่ไหม รมช.ศธ. บอกว่าเรื่องนี้ ท่านพูดไม่ถูก ตนคิดว่าเป็นคำพูดไม่ให้เกียรติผู้ปกครอง ยกตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น ถ้าเราทำผิดแล้วเรามีฐานะที่ดีกว่า เราต้องมีมนุษยธรรม แสดงน้ำใจก่อน แล้วเขาเป็นเจ้าของทำไมไม่มีน้ำใจ ต้องแสดงน้ำใจ เราคนไทยต้องแสดงน้ำใจก่อน ตนคิดว่ามันเป็นความอัดอั้น เหมือนที่เคยเกิดกรณีต่าง ๆ ในสังคม เรียกเงินไป แต่จริง ๆ ไม่ได้อยากได้หรอก เอาเงินไปบริจาคหมด มันเหมือนเมื่อถูกกระทำแบบนี้ ก็สมควรต้องเรียกไปก่อน

 

เรื่องที่บอกว่า ท่านเป็นครูตั้งแต่ 18 ไม่มีใบอนุญาต ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ บอกว่า ใบประกอบวิชาชีพเกิดทีหลัง แต่สิ่งสำคัญคือ วิญญาณความเป็นครู คนเป็นครูต้องมีจิตสำนึกและมีหัวใจ เราเยียวยาจิตใจก่อน ไม่ได้รอให้โรงเรียนจัดการเลย เราเชิญตำรวจ มาแจ้งผู้ปกครองให้ทราบว่าคดีไปถึงไหน เชิญกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับภาวะทางจิตใจเด็ก เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาว่าทิศทางจะเป็นยังไงต่อไป 

 

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีชายชุดดำ ปรากฎที่หน้าโรงเรียน ดร.กนกวรรณ บอกว่า เบื้องต้น ได้แจ้งตำรวจให้ไปสอดส่องดูแล้ว และได้ประสานงานขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งผู้ปกครองสามารถเบาใจได้ เพราะสถานการณ์เรามีตำรวจคอยดูแลทุกเรื่อง 

 

ส่วนประเด็นที่ว่าโรงเรียนถูกร้องเรียน 30 โรงเรียนจาก 40 กว่าสาขา และหากไม่มีเคสครูจุ๋มเกิดขึ้นเรื่องก็เงียบหายไปอีกหรือไม่ โดยเรื่องนี้ทาง ดร.กนกวรรณ ระบุว่า ตั้งแต่มารับตำแหน่ง เราให้ความสำคัญกับการรับฟังปัญหา เราลงพื้นที่ครบ 77 จังหวัดไปดูงานที่กำกับดูแล ซึ่งเราจะเน้นเรื่องการทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นจากเด็ก ๆ ลูก ๆ ของเยาวชน เมื่อประเด็นอย่างนี้มา ให้ความสำคัญ อะไรที่เป็นปัญหาเราก็ไล่เรียงกันไป สิ่งที่เราได้เห็นคือ พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง พ.ร.บ. ต้องยึดโยงกฎหมายหลัก

 

สิ่งใดที่แก้ไขปรับปรุงได้ต้องแก้ไขและปรับปรุงให้แก้ไขกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ยิ่งมีสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่จะแก้ไขให้เกิดสิ่งที่เหมาะสม บังคับใช้กฎหมายและป้องปรามสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป

 

ส่วนเรื่องสั่งปิดโรงเรียนนั้น ดร.กนกวรรณ อธิบายว่า ในขั้นตอนจะมีระบบของมันอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องมาตรการต่าง ๆ เราคำนึงถึงผู้เรียนก่อน ณ เวลานี้ปลัดกระทรวงได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางโรงเรียนก็ทำเกินไป และมีความผิดจริงๆ จากนี้ต้องไปดูว่าโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงนั้นจำนวนต่อห้องจะเป็นยังไง ถ้าตามมาตรฐานเราจะไปกระจาย ขอแก้ไขเป็นกรณีพิเศษต่อไป

 

 

 

 

 

ขอบคุณรายการ : เรื่องลับมาก