royal coronation
วันที่ 14 ตุลาคม 2562
เรื่องเด่นฐานเศรษฐกิจ

เคาะครบแล้ว 5 ตุลาการศาลรธน. ชงวุฒิสภาชี้ขาด

วันที่ 11 สิงหาคม 2562 - 12:00 น.
ตุลาการ,วุฒิสภา,ศาลรัฐธรรมนูญ
Shares :
เปิดอ่าน 5,826 ครั้ง

คอลัมน์ฐานโซไซตี ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3495 หน้า 4 ระหว่างวันที่ 11-14 ส.ค.2562 โดย... ว.เชิงดอย

เคาะครบแล้ว 5 ตุลาการศาลรธน. ชงวุฒิสภาชี้ขาด

 

          กระบวนการสรรหา “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” เริ่มนับหนึ่งมาตั้งแต่วันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 และให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญภายใน 60 วัน เพื่อมาแทนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คนที่จะต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี โดยตุลาการพ้นตำแหน่งมาจากสายศาลยุติธรรม 3 ราย คือ นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายชัช ชลวร และ นายบุญส่ง กุลบุปผา ขณะที่ตุลาการที่มาจากสายศาลปกครอง 1 ราย คือ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี และ นายจรัญ ภักดีธนากุล ที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์

          เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ลงมติเลือก นายวิรุฬห์ แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา ให้เป็น “ผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” (สายศาลฎีกา) จากผู้ที่เสนอตัวลงร่วมการคัดเลือกทั้งหมด 6 ราย

​​​​​​​          ด้าน “ศาลปกครองสูงสุด” ที่ประสบปัญหารอบแรก “ไม่มี” ตุลาการศาลปกครองสูงสุดสนใจสมัครจนต้องชงแก้คุณสมบัติ จากที่ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการศาลปกครองสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นไม่น้อยกว่า 3 ปี ทำให้มีผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะไปดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้น แต่ก็มีผู้ให้ความ “ยินยอม” ที่จะไปดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพียง 1 ราย จากทั้งหมด 25 ราย ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจึงมีมติคัดเลือก นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ให้ไปดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  

​​​​​​​          ​​​​​​​ขณะที่ คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งประกอบด้วย 1.ประธานศาลฎีกา  เป็นประธานกรรมการ 2.ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 3.ประธานศาลปกครองสูงสุด 4.บุคคลซึ่งองค์กรอิสระแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้าม และไม่เคยปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ในศาลรธน.หรือองค์กรอิสระ องค์กรละ 1 คน ก็กำลังตั้งหน้าตั้งตาดำเนินการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในส่วนของ “ผู้ทรงคุณวุฒิ” อีก 1 คน ซึ่งมีผู้สมัครเข้ารับการสรรหาในส่วนนี้ 7 ราย ประกอบด้วย 1.พล.ร.อ.ปรีชาญ จามเจริญ เจ้ากรมพระธรรมนูญ 2.นายนภดล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูตสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร, กรุงเวลลิงตัน และเวียงจันทน์  3.นายธนฤกษ์ นิติเศรณี อดีตประธานศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ 4.นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน 5.นายกิตติ แก้วทับทิม อดีตผู้ตรวจการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด 6.นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ อดีตผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดเลย และ 7.นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ 

          ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดว่า กรณีไม่มีกรรมการสรรหาจากสายสภา หรือจากองค์กรอิสระ หรือมีไม่ครบ ไม่ว่าด้วยเหตุใด มาตรา 203 ของรัฐธรรมนูญ บัญญัติว่า ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ เท่ากับกฎหมายเปิดช่องให้ “คณะกรรมการสรรหา” ชุดนี้ เดินหน้ากระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคมของ “คณะกรรมการสรรหา” ปรากฏภาพ นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด นายประเสริฐ โกศัลวิตร ตัวแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ตัวแทนผู้ตรวจการแผ่นดิน  ร่วมประชุม ขาดก็แต่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ที่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง ส่วนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นั้น เข้าใจได้ว่า มีปัญหาภายใน แต่สำหรับ “คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน” และ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” แปลกใจว่า เหตุใดจึงไม่มีตัวแทนเข้าร่วมเพื่อคัดเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้... แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม “คณะกรรมการสรรหา” ก็ได้ประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา และมีมติเลือก นายนภดล เทพพิทักษ์ เป็นตุลาการศาลรธน.สาย “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ด้วยมติเอกฉันท์ 5 เสียง และจะส่งชื่อให้กับวุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบต่อไป

​​​​​​​          “ว.เชิงดอย” เห็นโปรโมชันราคาตั๋วเครื่องบินสำหรับผู้ที่จะวางแผนเดินทางท่องเที่ยว ที่ออกมาในช่วงนี้ของ ทีจี “รักคุณเท่าฟ้า” หั่นราคาเพื่อเอาใจแฟนคลับและกระตุ้นตลาดช่วงโลว์ซีซัน ฟันธงได้ว่าบรรดาโลว์คอสต์แอร์ไลน์เห็นแล้ว “หนาว” เพราะราคาโดนใจไม่บวกโน่นบวกนี่เพิ่มยิบยับตามคอนเซ็ปต์สายการบินต้นทุนต่ำอย่างที่เห็นกัน!!! ผู้บริโภคคงต้องคิดหนักว่าจะตัดสินใจบินกับสายการบินระดับพรีเมียมอย่าง “เจ้าจำปี” ที่บริการอาหารครบทุกมื้อแบบมืออาชีพและมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ถือเป็นหัวใจหลักของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือจะยอมเบียดเสียดอัดกันแน่นในเครื่องบินลำเล็กๆ แถมต้องพกข้าวห่อและซื้อน้ำชากาแฟรับประทานเอง

​​​​​​​          ​​​​​​​ยิ่งเห็นผู้บริหารระดับสูงด้านสายการพาณิชย์ ของสายการบินแห่งชาติแท็กทีมกัน ที่นำโดย นนท์ กลินทะ ผอ.ใหญ่ฝ่ายขาย, กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์  ผอ.ฝ่ายสื่อสารการตลาดและสร้างตราผลิตภัณฑ์, กรกฏ ชาตะสิงห์ ผอ.ฝ่ายขายประจำประเทศไทย ในฐานะพ่องานในการจัดกิจกรรม Thai Corporate Plus” เพื่ออัพเดตสิทธิประโยชน์และเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าภาคธุรกิจยักษ์ใหญ่ในประเทศแทบทุกค่ายที่เป็นลูกค้าและคู่สัญญากับบริษัทการบินไทยฯ มั่นใจได้ว่าความเป็นมืออาชีพด้านกลยุทธ์การขายและการตลาดแบบที่ทำ ยิ่งตอกย้ำแบรนด์เก่าแก่และแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของธุรกิจแอร์ไลน์อย่างเด่นชัด...

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ