royal coronation
วันที่ 17 ตุลาคม 2562
เรื่องเด่นฐานเศรษฐกิจ

ฟื้นคดีค่าโง่โฮปเวลล์ ก่อนเฉือนที่ดินรถไฟจ่าย

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 - 16:25 น.
ค่าโง่โฮปเวลล์,คดี,ตอม่อโฮปเวลล์,คอลัมน์ข่าวห้ามเขียน,ที่ดิน
Shares :
เปิดอ่าน 3,956 ครั้ง

คอลัมน์ข่าวห้ามเขียน ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3494 หน้า 20 ระหว่างวันที่ 8-10 ส.ค.2562 โดย... พรานบุญ

ฟื้นคดี

ค่าโง่โฮปเวลล์

ก่อนเฉือนที่ดินรถไฟจ่าย

 

            ปู้นๆๆๆๆๆ เสียงหวูดรถไฟดังสนั่นไปทั้งปฐพี เพราะเหลือเวลาอีก 2 เดือนเศษ “การรถไฟแห่งประเทศไทย-กระทรวงคมนาคม-รัฐบาลไทย” จะต้องหาเงินก้อนโต 25,411 ล้านบาทไปจ่ายค่าโง่ที่คนไทยทั้งประเทศต่างเจ็บปวดใจ ให้กับบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย)ฯ เจ้าของอนุสาวรีย์ตอม่อที่ยาวเฟื้อยประจานประเทศย่านวิภาวดีรังสิต หากรัฐไม่มีการยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่

            แต่การยกคำร้องสู้คดีใหม่ที่ศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินนั้นเขามีเงื่อนไขตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ดังนี้...

            •ประการแรก ต้องเป็นคดีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในประเด็นเนื้อหาแห่งคดีแล้ว

            •ประการที่ 2 ต้องเป็นคู่กรณีในคดีหรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียหรืออาจถูกกระทบจากผลแห่งคดีนั้น

            •ประการที่3 มีเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง คือ

            (1) ศาลปกครองฟังข้อเท็จจริงผิดพลาด หรือมีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ

            (2) คู่กรณีที่แท้จริงหรือบุคคลภายนอกนั้น มิได้เข้ามาในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดี หรือได้เข้ามาแล้วถูกตัดโอกาสโดยไม่เป็นธรรมในการมีส่วนร่วมในการดำเนินกระบวนพิจารณา

            (3) มีข้อบกพร่องสำคัญในกระบวนพิจารณาพิพากษาทำให้ผลของคดีไม่มีความยุติธรรม

            (4) คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ทำขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใด และต่อมาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ ซึ่งทำให้ผลแห่งคำพิพากษาหรือคำสั่งขัดกับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น

            เสียงนก เสียงกา พญาเหยี่ยว ชะมด อีเห็น นังบ่าง ดังสนั่นในพงไพรแห่งป่าดิบชื้น ให้พรานฯหูผึ่ง สะดุ้งตระหนก ขณะรับประทานอาหารเย็นใต้โคนต้นไม้ใหญ่ที่รื่นรมย์ด้วยเสียงนกเขา บินหลาดงว่า “จนท.อัยการสูงสุดได้พบหลักฐานใหม่ที่จะยกขึ้นมาต่อสู้ในคดีค่าโง่ 25,411 ล้านบาทให้กับการรถไฟฯ-รัฐบาลได้แล้ว และเป็นข้อต่อสู้ที่เอกชนดิ้นไม่หลุด...เสียด้วย”

 

            ข้อมูลใหม่ที่ว่าคืออะไร? พรานฯท่องไพรถามไถ่....

            อีเห็น กะ นังบ่าง...เชิดหน้า ชูตา ก่อนอรรถาธิบายว่า “อัยการพบว่าในสัญญาสัมปทานที่รัฐบาลไทยทำไว้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2533 กำหนดว่า ให้มีการตั้ง บริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนในไทย เพื่อรับสัญญาสัมปทาน 30 ปี โดยสัญญาเริ่มมีผลวันที่ 6 ธันวาคม 2534 โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ให้บริษัทโฮปเวลล์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ดฯ (สัญชาติฮ่องกง) ต้องคงการถือหุ้นในบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างน้อย 30% ของเงินทุนจดทะเบียน ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของกรมอัยการ รวมทั้งสัญญากำหนดให้การจัดตั้งบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นมาเพื่อดำเนินการเฉพาะกิจการสัมปทานเท่านั้น”

            นังบ่างร้องเพลงอีแซวลั่นว่า ...แต่ช้าแต่...มิสสะเตอร์ กอร์ดอน วู กลับมีการขายหุ้นบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย)ฯ ออกไปในปี 2548 โดยหลักฐานประจักษ์พยานชัดว่า บอจ.5 คือ ประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 ในรายชื่อผู้ถือหุ้น ที่รับรองกลับไม่มีชื่อบริษัทโฮปเวลล์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด และนายกอร์ดอน วู ยิง เชง

            อีเห็น...ได้ทีเสริมขึ้นมาว่า “หุ้นที่บริษัทโฮปเวลล์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ดถืออยู่ 599,994,000 หุ้น กอร์ดอน วู 1,000 หุ้นและคนอื่นๆ ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นบริษัท ยูไนเต็ดซัคเซส ลิมิเต็ด ถือหุ้น 1,499,999,994 หุ้น ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศมอริเชียส และแจ้งว่าทำธุรกิจบริการ...ไอ้บริษัทนี่มาอย่างไร ใครเป็นเจ้าของม่ายรุ รู้แต่ว่า เป็นล็อบบี้ยีสต์ชื่อดังของเมืองไทยที่เก็บตัวเงียบ”

 

            ที่เหลือเป็นรายย่อย 6 คนคนละ 1 หุ้น สัญชาติไทยทั้งหมด คือ นายไชยยันต์ ชาติกุล, นางสาววิชชุดา ศรีรัตนประภาศ, นางสาวสุนันทา นิศกุลรัตน์,นางนิตยา เกียรติเสรีกุล, นายสุนันท์ พิพัฒน์สมบัติ และ นางศรีรัชฎ์ ปัญจพรรค์

            “คนไทยทั้ง 6 คนนั้นถือหุ้นคิดเป็นมูลค่ารวมกันไม่มากดอกนายพรานเอร้ย...แค่ 60 บาทเอง”...นังบ่าง ส่งเสียงเยาะเย้ยถากถางมาข้างหู...

            นี่คือข้อมูลใหม่ที่จะมีการยกขึ้นมาสู้คดีในชั้นของศาลปกครอง เพราะถ้าเอกชนผิดสัญญาสัมปทาน รัฐบาลไทยก็ยกเลิกได้ไม่ผิดสัญญา และเป็นการขายหุ้นที่ได้รับการยืนยันจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เนื่องจากโฮปเวลล์ โฮลดิ้ง คอมปานี ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์และบันทึกไว้งบการเงินในปี 2006

            เนื้อความในการขายบริษัทนั้นระบุชัดว่า ขายไปในราคา 265 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่หากในระยะเวลา 2-3 ปี ผู้ซื้อคือ ยูไนเต็ด ซัคเซส ลิมิเต็ด มีรายได้จากคู่สัญญาคือ ทางการไทยจะต้องจ่ายให้โฮปเวลล์ฯอีก 20%

 

            อีเห็นมันว่า “ถ้าเสนาบดี-รัฐมนตรีไม่ลงนามยืนยันรื้อคดีค่าโง่โฮปเวลล์ขึ้นมาใหม่ อาจมีใครบางคนคงต้องสร้างโรงจอดรถโรลส์รอยซ์ โรงจอดเครื่องบินเต็ตขึ้นมาใหม่ จากค่าโง่ก้อนโตจากภาษีประชาชน 25,400 ล้านบาท”

            อัยหยา อาตือ! รัฐมนตรีโอ๋-ศักดิ์สยาม ชิดชอบ จ๋า...ท่านรู้หรือไม่? มีใครไปบอกบ้างหรือยังนะเนี่ย...อย่าวุ่นกับการจัดโผเก้าอี้อธิบดี 3-4 กรมอย่างเดียวนะท่านรัฐมนตรี...ลองเงี่ยหูฟังเสียงจากดงพงไพร บ้างเด้อ...

            พรานฯ ท่องไพร ตั้งใจจะนำข้อมูลจากป่าดงดิบไปให้ถึงราชดำเนิน...ก่อนที่รัฐไทย-การรถไฟฯจะต้อง“นำที่ดินที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 จัดสรรมาให้เป็นกรรมสิทธิ์” จะถูกเฉือนไปจ่ายค่าโง่...ให้ล็อบบี้ยีสต์คนนั้น

            ขณะที่คนไทยจะเจ็บชํ้านํ้าใจในตราบาปนี้กันทั้งแผ่นดิน...

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ