นางสาวลัดดา แซ่ลี้ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิประโยชน์ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบันมีสถานประกอบกิจการหลายประเภทได้รับผลกระทบ ต้องปิดหรือหยุดประกอบการส่งผลต่อผู้ประกันตน ต้องหยุดงานชั่วคราวสำนักงานประกันสังคมมีความพร้อมรองรับการให้บริการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยแก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน

นางสาวลัดดา ชี้แจงว่า  ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนที่จะได้รับสิทธิดังกล่าวต้องส่งเงินสมทบครบ 6 เดือนใน 15 เดือน ผู้ประกันตนไม่ได้ทำงานเนื่องจากต้องกักตัวหรือเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น หรือลูกจ้างไม่ได้ทำงานเนื่องจากนายจ้าง หยุดประกอบกิจการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเนื่องจากทางราชการมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติและผู้ประกันตนไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้นมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน  

ซึ่งผู้ประกันตนต้องดำเนินการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนโดยกรอกแบบขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7) พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้และแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ของตนเอง แล้วนำส่งให้นายจ้างรวบรวมแบบฯ เพื่อบันทึกข้อมูลลูกจ้างตามแบบฯ สปส.2-01/7 และหนังสือรับรองการหยุดงานกรณีราชการสั่งปิด/กรณีกักตัว (นายจ้างที่ใช้ระบบครั้งแรกต้องลงทะเบียนเพื่อใช้ระบบก่อน) เมื่อนายจ้างบันทึกข้อมูลลูกจ้างเสร็จสิ้นให้นำส่งแบบฯ และหนังสือรับรองในระบบ  e-Service ส่งมายังสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ทางไปรษณีย์ (ลงทะเบียน) ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service บน www.sso.go.th 
    

รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวย้ำว่าขอให้ผู้ประกันตนมั่นใจว่าสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา พร้อมให้บริการแก่นายจ้าง ผู้ประกันตน ในการจ่ายสิทธิประโยชน์ตามสิทธิอย่างครบถ้วน