
รองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ร่วมงานกินปลา อ.ประจันตคาม สร้างความเชื่อมั่น
รองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ร่วมงานกินปลา อ.ประจันตคาม เขตปลอดโรงงานประเภท 105 และ 106 สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน วอนอย่าเหมารวมทั้งจังหวัด
2 พ.ย. 2569 ที่บ้านเกาะยาง หมู่ 9 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี นายธวัชชัย พรหมจันทร์ สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี จัดกิจกรรมเชิญ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าฯ รักษาการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พบปะพูดคุยและให้กำลังใจชาวประมงพื้นบ้าน หลังได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวเกี่ยวกับปัญหาน้ำเสียและสารปนเปื้อนในปลาและสัตว์น้ำของจังหวัดปราจีนบุรี
โดยสถานที่จัดกิจกรรมเป็นบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดคลองห้วยขื่อ ซึ่งเป็นคลองที่แยกมาจากประตูด้านขอนขว้าง รับน้ำจากบริเวณน้ำตกตะคร้อ ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี ภายในงานมีการนำปลาที่ชาวบ้านทอดแหจับได้จากคลองห้วยขื่อ มาประกอบอาหารเป็นเมนูหลัก เพื่อร่วมรับประทานอาหารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงในพื้นที่
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายชนาธิป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ประมง นายอำเภอ ผู้แทนหอการค้าจังหวัด เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และผู้กำกับการ สภ.ประจันตคาม ได้เดินชมการประกอบอาหาร ก่อนจะร่วมวงรับประทานอาหารกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง
ระหว่างที่ทุกคนนั่งรับประทานอาหารอยู่นั้น ได้มีชาวบ้านที่ออกไปหาปลาบริเวณคลองห้วยขื่อนำปลาที่จับได้มาจำหน่ายให้กับนายชนาธิป โดยนายชนาธิปได้ตัดสินใจซื้อปลาจากชาวบ้านไว้ทั้งหมด เพื่อช่วยอุดหนุนผลผลิตและเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ที่กำลังประสบปัญหาขายปลาไม่ได้จากกระแสข่าวดังกล่าว
นายชนาธิป กล่าวว่า ในฐานะคนปราจีนบุรีและเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำ มองเห็นว่าประชาชนในหลายพื้นที่ยังคงประกอบอาชีพหาปลาและดำเนินชีวิตตามปกติ อย่างไรก็ตาม การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้บริโภคจำเป็นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่การยืนยันโดยปราศจากหลักฐานรองรับ
"ไม่ได้มาสร้างภาพ ผมมาจุดนี้ อ.ประจันตคาม เพื่อสร้างความมั่นใจในกับในพื้นที่ และยืนยันว่าปลาของ จ.ปราจีนบุรี ไม่ได้มีสารเคมีทั้งจังหวัด เรายังมีพื้นที่ความปลอดภัยด้านสัตว์น้ำ จริงๆ แล้ววิตกกังวลเรื่องปลา แต่สาเหตุของการเกิดโรค อาจไม่ใช่จากปลาก็ได้ ความตายทั้งหลาย อาจจะมาจากความเครียด วิตกกังวล หลังจากนี้จะไปในกินปลาในพื้นที่อื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจ และกอบกู้ภาพลักษณ์ของจังหวัดกลับมา" นายชนาธิป กล่าว
ด้าน นายธวัชชัย พรหมจันทร์ สมชิกสภาเกษตร จ.ปราจีนบุรี ได้ประกาศวัตถุประสงค์ที่ได้เชิญทางด้านนายชนาธิป โคกมณี รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงาน มาในวันนี้โดยมีวัตถุประสงค์คือ เนื่องจากประชาชนในหมู่บ้าน ที่มีอาชีพประมงพื้นบ้าน ได้รับความเดือดร้อน หาปลาแล้วขายไม่ได้ หรือไม่ก็ขายราคาถูก จึงอยากวิงวอนทางท่านรองชนาธิป ทำยังไงที่จะให้ประชาชน อย่าเหมารวมทั้งจังหวัด ในการจะไม่กินปลา โดยเฉพาะอำเภอประจันตคามในพื้นที่ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม 105 106 แม้แต่โรงเดียว คลองห้วยคือตรงนี้ คือน้ำที่ไหลลงมาจากเขาใหญ่ ตนมั่นใจว่าปลาที่อยู่ด้านล่างไม่สามารถขึ้นมาที่สูงได้ อยากให้ทุกท่านมีความสบายใจ อย่าให้เหมารวม
และได้สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นเกี่ยวกับคุณภาพน้ำและปลาที่จับได้ในพื้นที่ หลังเกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับสารปนเปื้อนในแม่น้ำปราจีนบุรี พร้อมยืนยันว่าพื้นที่ชุมชนของตนอยู่บริเวณต้นน้ำ และไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม โดยเชื่อว่าสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่แตกต่างจากจุดที่กำลังเกิดปัญหา
จากการพูดคุยเกี่ยวกับลักษณะของน้ำที่มีสีดำ ผู้นำชุมชนระบุว่า น้ำที่เกิดจากการเน่าเปื่อยของหญ้าและเศษพืชตามธรรมชาติอาจมีสีดำคล้ายกับน้ำที่เกิดจากสาเหตุอื่น แต่ความแตกต่างที่สังเกตได้ในพื้นที่คือกลิ่น โดยกลิ่นจากหญ้าเน่าจะมีลักษณะหนึ่ง ขณะที่กลิ่นจากสารเคมีอาจมีความฉุนและแสบจมูกแตกต่างออกไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกสอบถามถึงคุณภาพน้ำที่แตกต่างกัน ผู้นำชุมชนยอมรับว่าไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเกิดจากอะไร เนื่องจากไม่ได้มีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำหรือสารปนเปื้อนในปลาโดยหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์
ผู้นำชุมชนกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเองไม่ได้เชิญเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบในพื้นที่ เนื่องจากมีความมั่นใจว่าชุมชนอยู่บริเวณต้นน้ำ และไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม แต่ยอมรับว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าในอนาคตจะไม่มีปัญหาด้านคุณภาพน้ำเกิดขึ้น พร้อมระบุว่า สิ่งที่ต้องการในขณะนี้คือการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากกระแสข่าว ให้สามารถกลับมาจำหน่ายปลาและประกอบอาชีพได้ตามปกติ
ทั้งนี้ ผู้นำชุมชนเห็นด้วยว่าควรมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำและสารปนเปื้อนในปลาโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน และสามารถนำมาใช้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ โดยเสนอให้เริ่มตรวจสอบในพื้นที่ที่มีรายงานปัญหาคุณภาพน้ำและปลา ก่อนขยายการตรวจสอบไปยังพื้นที่อื่น เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ใดได้รับผลกระทบ และพื้นที่ใดไม่มีปัญหา
ผู้นำชุมชนยังสะท้อนว่า ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือการนำเสนอข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียที่กล่าวถึงจังหวัดปราจีนบุรีในภาพรวม โดยไม่ได้แยกแยะเป็นรายอำเภอหรือรายแหล่งน้ำ ทำให้ประชาชนจากภายนอกเกิดความกังวลต่อปลาและผลิตภัณฑ์จากจังหวัดปราจีนบุรีทั้งหมด ส่งผลให้ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ที่ไม่ได้มีรายงานปัญหาโดยตรงต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ทั้งที่ยังไม่มีผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ว่าปลาจากแหล่งน้ำดังกล่าวมีสารปนเปื้อนหรือไม่
ผู้นำชุมชนกล่าวทิ้งท้าย ว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและเผยแพร่ข้อมูลคุณภาพน้ำอย่างเป็นระบบ โดยแยกพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
พร้อมย้ำว่า การตรวจสอบด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และช่วยลดผลกระทบจากกระแสข่าวที่อาจเหมารวมพื้นที่ทั้งจังหวัดปราจีนบุรี



