ข่าว

วัยรุ่นยกพวกสางแค้น "ผู้ช่วยพยาบาล" เข้าช่วยคนเจ็บ ถูกพุ่งชนดับ

วัยรุ่นยกพวกสางแค้น "ผู้ช่วยพยาบาล" เข้าช่วยคนเจ็บ ถูกพุ่งชนดับ

01 พ.ย. 2569

สลด กลุ่มวัยรุ่นยกพวกสางแค้น "ผู้ช่วยพยาบาล" ขี่ จยย. ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ เข้าช่วยเหลือคนเจ็บ ถูกกระบะพุ่งชนดับ

จากกรณีเกิดเหตุการณ์ กลุ่มวัยรุ่นคู่อริ ก่อเหตุยิงสนั่น และปาระเบิดปิงปอง บริเวณริมถนนหน้าร้านแรด ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ระหว่างนั้น น.ส.กนกรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ผู้ช่วยพยาบาล ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ ได้เข้าช่วยเหลือคนเจ็บ แต่จู่ๆ มีรถกระบะ พุ่งเข้ามาชนรถจักรยานยนต์ 5 คัน และผู้ช่วยพยาบาล จนเสียชีวิต ก่อนขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
 

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2569 เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีสองแก๊งวัยรุ่นนัดเคลียร์ปัญหากัน จนทำให้ผู้ช่วยพยาบาลสาว เสียชีวิต 
 

พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า วันนี้ได้มาติดตามเร่งรัดการสอบสวนและดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดให้ได้โดยเร็ว เบื้องต้นทราบกลุ่มผู้กระทำความผิดทั้งหมดแล้ว สาเหตุเกิดจาก 2 กลุ่ม มีเรื่องบาดหมางและท้าทายกันในโซเชียล จากนั้นได้มีการนัดหมายเพื่อจะชกต่อยกันแบบตัวต่อตัว แต่เมื่อชกกันเสร็จแล้วเห็นว่ามีตำรวจสายตรวจจะเข้ามา จึงแยกย้ายกันไป
 

หลังจากแยกย้ายกันไปแล้ว ได้ขับรถติดตามกันไปจนมาก่อเหตุรุมทำร้ายกันอีกครั้ง ระหว่างนั้นมีรถจักรยานยนต์ล้ม และเกิดเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิต คือ น.ส.กนกรัตน์ ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา และคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ จึงจอดรถเพื่อจะลงไปสอบถามอาการ และช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ขณะนั้นกลุ่มผู้กระทำผิดขับรถมาด้วยความเร็ว จึงพุ่งชนผู้ช่วยพยาบาลสาวเสียชีวิต

 

วัยรุ่นยกพวกสางแค้น "ผู้ช่วยพยาบาล" เข้าช่วยคนเจ็บ ถูกพุ่งชนดับ

จากการสอบสวนผู้กระทำผิด ให้การอ้างว่า ขณะขับรถได้ก้มหัวลง เนื่องจากจะถูกฝ่ายตรงข้ามยิง จึงเสียหลักพุ่งชน แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ โดยคาดว่าผู้ต้องหาอาจขับรถมาด้วยความเร็วและไม่ทันสังเกตเห็นมากกว่า


อย่างไรก็ตาม วันนี้ทางตำรวจจะดำเนินคดีกับทั้งสองกลุ่มในข้อหาชุลมุนต่อสู้ โดยทั้งสองกลุ่มมีประวัติถูกจับกุมดำเนินคดีมาก่อนหน้านี้แล้ว และมีพ่อแม่ไปประกันตัวออกมา ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งทางตำรวจจะตรวจสอบความผิดย้อนหลังไปด้วย และจะพิจารณาถอนประกันด้วย


สำหรับแก๊งบังพิกและแก๊งวัยรุ่นไทยและไทใหญ่ ที่ไม่มีชื่อนั้น จะรวมกลุ่มกันแต่งรถซิ่งและขับเที่ยวทั่วเชียงใหม่ เมื่อคืนนี้ทั้งสองกลุ่มรวมตัวกันกว่า 40 คน ก่อเหตุจนมีผู้เสียชีวิต ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและพิสูจน์ตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมด เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี ไม่ให้มีการรวมกลุ่มไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นอีก
 

นอกจากนี้แล้วก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวพิจารณาเสนอยึดรถทั้งหมดไว้เป็นของกลางไม่ให้นำไปก่อเหตุอีก รวมทั้งประสานผ่านไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองของหลายคนที่อ้างว่าลูกตนเองเป็นคนดีนั้นทางตำรวจยึดถือเรื่องของพยานหลักฐานเป็นสำคัญ หากผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องมีความผิดด้วย ส่วนเคสนี้เท่าที่ทราบตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ได้เป็นเยาวชนแล้วก็ต้องถุกดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างตรงไปตรงมา


ทั้งนี้ในส่วนของ น.ส.กนกรัตน์ ขณะนี้ร่างอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งทางครอบครัวได้รับทราบเรื่องและมาดำเนินการเกี่ยวกับศพแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะพิจารณาประสานกับต้นสังกัดที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยา เนื่องจากผู้เสียชีวิตถือเป็นพลเมืองดี แม้จะไม่อยู่ในช่วงเวลาทำงาน แต่เมื่อประสบเหตุซึ่งหน้าก็พยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตจากเหตุการณ์วิวาทของกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณี