
ตัดท่อเงิน เครือข่ายยาเสพติด ตรัง รวบ 6 ราย แฉแผนส่งยา-ทองคำผ่านขนส่งเอกชน
กองปราบฯ ตัดท่อเงิน เครือข่ายยาเสพติด ตรัง รวบ 6 ราย ปาระเบิดทวงหนี้ แฉแผนส่งยา-ทองคำผ่านพัสดุเอกชน ยึดทรัพย์กว่า 21 ล้าน
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.6 บก.ป. สนธิกำลังร่วมกับ บก.สส.ภ.9 และ กก.สส.ภ.จว.ตรัง เปิดปฏิบัติการ "ถอดสลักเมืองตรัง ตัดท่อเงินยา" เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุดในจังหวัดตรัง
พร้อมทั้งยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้า 874,692 เม็ด, เคตามีน 8 กิโลกรัม, อาวุธปืนอาก้า (AK-47) 1 กระบอก, ปืนพกสั้น 2 กระบอก, ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน, วัตถุระเบิดสังหารบุคคลชนิด Arges-84 จำนวน 2 ลูก, เงินสด 2,828,430 บาท, รถยนต์ 5 คัน (มูลค่า 1.7 ล้านบาท) และทองคำแท่งน้ำหนักรวม 38 บาท (มูลค่าประมาณ 2.66 ล้านบาท) รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ 7,188,430 บาท นอกจากนี้ ยังได้อายัดบัญชีธนาคารอีก 3 บัญชี มูลค่ารวมกว่า 13 ล้านบาท
ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ลงมือและผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว 10 จาก 11 เหตุการณ์ รวมผู้ต้องหา 25 ราย และศาลได้ออกหมายจับผู้หลบหนีอีก 2 ราย สรุปยอดรวมการยึดและอายัดทรัพย์สินจากเครือข่ายนี้แล้วกว่า 21.3 ล้านบาท สำหรับวัตถุระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดสังหารผลิตจากต่างประเทศ ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน
ในการลงมือก่อเหตุ เครือข่ายนี้จะใช้วิธีจ้างวานกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ หรือลูกหนี้ค่ายาเสพติด ผ่านคนกลางเป็นทอดๆ ให้รับงานปาระเบิดแลกกับการหักหนี้หรือค่าจ้างเพียงครั้งละ 10,000–20,000 บาท
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดและการเงินรูปแบบใหม่ "ยาลง-ทองขึ้น" ผ่านระบบพัสดุขนส่งเอกชน โดยขาลงจะส่งยาเสพติดและวัตถุระเบิดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือมายังจังหวัดตรัง ส่วนขาขึ้นจะนำเงินค่ายาเสพติดที่เก็บรวบรวมได้ไปกว้านซื้อทองคำแท่ง แล้วแพ็กใส่กล่องพัสดุส่งกลับขึ้นไปยังภาคเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับและยึดพัสดุซุกซ่อนยาบ้า เคตามีน รวมถึงทองคำแท่งน้ำหนัก 26 บาท ได้ที่ศูนย์กระจายสินค้าเอกชนในจังหวัดพิษณุโลก ก่อนที่จะขยายผลมาสู่ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ในครั้งนี้
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตัดวงจรการเงินและอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายนี้อย่างเด็ดขาดต่อไป



