ข่าว

ศาลฯ สั่งจำคุก "ทนายตั้ม" คดีหมิ่นประมาท ครอบครัวสหายแสง

ศาลฯ สั่งจำคุก "ทนายตั้ม" คดีหมิ่นประมาท ครอบครัวสหายแสง

29 ต.ค. 2569

มีแต้มสะสมเกิน! "ทนายตั้ม" กราบพระธาตุพนม หลังฟังคำพิพากษา คดีหมิ่นประมาท ครอบครัวสหายแสง จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ชดใช้สินไหม 3 แสนบาท

29 ต.ค. 2569 ที่ศาลจังหวัดนครพนม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม และ นางสาวช่อฉัตร นักธุรกิจ เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีการแถลงข่าวปมข้อพิพาทเงิน 25 ล้านบาท เมื่อปี 2565 ซึ่งพาดพิงเลขานุการ และบุตรสาวของนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง
 

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า แม้การแถลงข่าวไม่ได้ระบุชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึงโดยตรง แต่การอ้างตำแหน่งและความสัมพันธ์สามารถทำให้บุคคลทั่วไปทราบได้ว่าหมายถึงผู้ใด โดยข้อความบางส่วนมีลักษณะเป็นการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวในทางเสื่อมเสีย ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของนายธนบวร และนางสาวศุภพานี
 

ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อประโยชน์สาธารณะตามข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท จึงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องในส่วนของโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 3
 

ส่วนกรณีของนายศุภชัย ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นว่า การกล่าวพาดพิงถึงตำแหน่งและความสัมพันธ์เป็นเพียงการระบุให้ทราบถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ไม่ได้มีข้อความกล่าวหาว่านายศุภชัย ร่วมกระทำการหลอกลวง จึงยังไม่เข้าข่ายเป็นการหมิ่นประมาท ศาลจึงพิพากษายกฟ้องและยกคำขอค่าสินไหมทดแทนในส่วนดังกล่าว
 

สำหรับการกำหนดโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นว่า แม้จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธมาโดยตลอด และไม่มีเหตุบรรเทาโทษให้ลดโทษตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย แต่โทษจำคุก 2 ปีที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ยังหนักเกินไปเมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี จึงกำหนดโทษใหม่เป็นจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี โดยไม่ลดโทษและไม่รอการลงโทษ
 

ทั้งนี้ ศาลให้เหตุผลเกี่ยวกับการไม่รอการลงโทษว่า พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นการแถลงข่าวที่มีลักษณะมุ่งหวังผลต่อข้อพิพาททางคดี โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อชื่อเสียงและหน้าที่การงานของผู้เสียหาย อีกทั้งยังไม่ปรากฏเหตุเพียงพอที่จะให้รอการลงโทษ
 

ในส่วนค่าสินไหมทดแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้แก่นายธนบวร จำนวน 100,000 บาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ขณะที่นางสาวศุภพานี ศาลเห็นว่าจำนวน 500,000 บาท ที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้สูงเกินสมควร จึงลดเหลือ 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษา รวมเงินต้นที่จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดจำนวน 300,000 บาท
 

ส่วนคำขอค่าสินไหมทดแทนของนายศุภชัย จำนวน 500,000 บาท ศาลพิพากษายกคำขอ เนื่องจากการกระทำของจำเลยทั้งสองในส่วนดังกล่าวไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์เสร็จ ทนายตั้ม ก็เดินลงจากศาลมานั่งรอในรถโดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงว่าวันนี้ตนไม่ได้ใส่หนวดมา ก็ยังอุตส่าห์จำตนได้ โดยไม่ได้ถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด ส่วน น.ส.ช่อฉัตร ถูกควบคุมตัวลงใต้ถุนศาล เพื่อรอทำเรื่องขอประกันตัวเพื่อยื่นศาลฏีกาต่อไป
 

ล่าสุดทนายตั้ม โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "มานครพนมเพื่อฟังคำพิพากษา ศาลให้ 1 ปี แต่ผมติดมาแล้ว 1 ปี 4 เดือน เจ้าหน้าที่บอกไม่ต้องเข้าครับ ลูกค้ามีแต้มสะสมเกิน ก็เลยมากราบพระธาตุพนม ที่ให้ลูกแคล้วคลาดปลอดภัย กำลังเดินทางกลับแล้วครับทุกคน"