
"เบนซ์" ลูกแม่ภัทร บุกแจ้งความศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ตุ๋นค่ารักษาพยาบาลทิพย์
เคลียร์ชัดทุกปม! "เบนซ์" ลูกชายแม่ภัทร หอบหลักฐานบุกแจ้งความศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ตุ๋นค่ารักษาพยาบาลทิพย์ ลั่นตู้เซฟมีแค่ 4 ชิ้นตามจริง ปัดไม่ได้เพิกเฉยแถมป่วยแพนิคหนัก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ต.ค.2569 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายเฉลิมฤทธิ์ จินดาวรรณ หรือเบนซ์ ลูกชายของนางณภัทร หรือ แม่ภัทร, นายณัฐพล พรหมเวช ที่ปรึกษากฎหมาย และนางสาวนวภัสร์ ภูสุนาทัน หรือทนายเกด “เพจ Nawapas Legal ศูนย์รับร้องทุกข์” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป.นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ศูนย์รับแจ้งความ ดำเนินคดี“ศูนย์โสธรชัย”
หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการให้ข้อมูลว่าศูนย์มีแพทย์และมีสถานะเป็นสถานพยาบาล รวมถึงการกล่าวอ้างว่าหากนำบุคคลเข้ารับการดูแลภายในศูนย์ จะได้รับการตรวจจากแพทย์ โดยมีการแจ้งค่าใช้จ่ายว่าเป็นค่ารักษาทางการแพทย์และพยาบาลอยู่ด้วย ทั้งที่ไม่ได้มีแพทย์มาตรวจแต่อย่างใด เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง
นายเบนซ์ยังได้นำหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการดูแ แม่ภัทร ระหว่างอยู่ภายในศูนย์ มอบให้ตำรวจตรวจสอบ เป็นคลิปที่แสดงให้เห็นว่าแม่นภัทรทำกิจกรรมและร้องคาราโอเกะ มีความสุขดีระหว่างอยู่ภายในศูนย์ ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่น ไม่ต่ำกว่า 20 ราย ร้องเรียนผ่านเพจของ นางสาวนวภัสร์ ภูสุนาทัน ทนายความ ว่าถูกศูนย์โสธรชัย กระทำในลักษณะเช่นเดียวกับแม่ภัทรด้วย
ส่วนกรณีที่ทางศูนย์โสธรชัยเคยให้ข้อมูลว่า ได้ติดต่อให้นายเบนซ์มารับแม่ภัทรกลับไป เพราะไม่ได้มีอาการป่วยอะไร แต่นายเบนซ์บ่ายเบี่ยงไม่ยอมไปรับแม่ภัทรกลับนั้น ฝ่ายนายเบนซ์มีหลักฐานเป็นการพูดคุยทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ว่าทางศูนย์ติดต่อให้ไปรับแม่ภัทรกลับจริง ซึ่งหลังจากนั้นนายเบนซ์กับน้าสาวก็ไปรับแม่ภัทรกลับด้วยตนเอง ไม่ได้เพิกเฉยหรือบ่ายเบี่ยงตามที่ทางศูนย์โสธรชัยเคยให้ข้อมูลแต่อย่างใด
ส่วนการที่นายเบนซ์หายไปในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่ได้ไปต่างประเทศแต่อย่างใด ยังอยู่ในเมืองไทยตามปกติ ที่ผ่านมา แม่ภัทรจะโทรหาในตอนที่อยู่ต่อหน้าสื่อมวลชน รวมแล้วประมาณ 3 ครั้ง ซึ่งนายเบนซ์เห็นว่ามีอะไรแม่ลูกกันก็ควรจะมาคุยกันส่วนตัวดีกว่า ไม่ต้องมีสื่อมวลชนก็ได้ ที่ผ่านมาแม่ภัทรก็รู้ว่าตัวตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ไม่อยากให้โกหก
ส่วนกรณีทรัพย์สินในตู้เซฟที่แม่ภัทรเคยระบุว่ามีทรัพย์สิน 13 รายการ พอเปิดตู้เซฟออกมาก็เพราะว่ามีทรัพย์สินตรงกับที่แม่ภัทรระบุไว้เพียงแค่ 4 รายการนั้น นายเบนซ์ยืนยันว่า ไม่ได้ไปแตะต้องทรัพย์สินในตู้เซฟของแม่ภัทรแม้แต่ชิ้นเดียว แล้วก็ไม่ได้มีทรัพย์สินจำนวนมากตามที่แม่ภัทรกล่าวอ้าง เคยเปิดตู้เซฟครั้งเดียวพร้อมกับน้องสาวในตอนที่ที่จะย้ายตู้เซฟออกจากบ้าน เพราะจะปล่อยบ้านหลังดังกล่าวให้ผู้อื่นเช่า จึงจำเป็นต้องยกตู้เซฟไปเก็บที่บ้านของตนเอง
ทางทีมกฎหมายของนายเบนซ์ยังบอกว่า แม่ภัทรตกเป็นบุคคลล้มละลายตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2563
ใครที่อยากได้ทรัพย์สินของใครกันแน่ ต้องพิสูจน์กันต่อไป ทางโรงงานของนายเบนซ์ก็ได้รับผลกระทบจากข่าวที่เกิดขึ้น นายเบนซ์เองก็เครียดจนป่วยเป็นแพนิคต้องกินยาตลอดเวลา
ซึ่งที่ผ่านมามีกลุ่มผู้เสียหายหลายคนให้ข้อมูลกับทนายความมาว่า ฝ่ายได้บริการไปแจ้งความดำเนินคดีผู้เสียหายเพื่อให้ตัวเองได้บรรลุวัตถุประสงค์บางอย่าง แม้กระทั่งช่างที่มาซ่อมแซมบ้าน วันสุดท้ายที่จะต้องส่งมอบงาน ก็ถูกแจ้งความบุกรุก อีกรายเป็นช่างชาวเมียนมาอยู่ในบ้าน พอจะต้องจ่ายเงินค่าแรง ก็ไปแจ้งความว่าลักทรัพย์ แล้วก็ปิดบ้านไม่ให้เาของใช้ด้วย เป็นคดีความฟ้องร้องจนถึงศาลพิพากษาตัดสินก็มี



