
"ชัยรัตน์" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา คดีเพจ Godd Dam ตำรวจสอบปากคำเพิ่ม
"ชัยรัตน์" ผู้ต้องหาในคดีเพจ Godd Dam ก้มหน้าเงียบ ไม่ตอบสื่อ หลังมีรายงานปฏิเสธทุกข้อหา ด้าน ตำรวจไซเบอร์ คุมตัวสอบปากคำเพิ่ม
29 ต.ค. 2569 ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจ บก.สอท.1 ได้ไปคุมตัว นายชัยรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาในคดี ที่เพจ Godd Dam โพสต์สลิปการโอนเงินปลอมจำนวน 7 ล้านบาท และมีชื่อรับโอนคือชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำชา มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากเมื่อคืนนี้มีการพาไปค้นห้องพักย่านบางเขน และนำไปสอบปากคำต่อที่ สอท.1 ก่อนนำมาฝากขังที่ สน.ทุ่งสองห้อง ในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น.
ระหว่างคุมออกจากห้องขังที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายชัยรัตน์ มีสภาพอิดโรย สวมชุดเดิมจากเมื่อวาน สวมหมวกและหน้ากากอนามัย นักข่าวพยายามสอบถามนายชัยรัตน์ ว่า ยืนยันไม่ใช่เจ้าของเพจหรือไม่ หรืออยากจะชี้แจงอะไรหรือไม่ แต่เจ้าตัวไม่ตอบคำถาม และขึ้นรถของตำรวจไป ต่อมา 09.15 น. พนักงานสอบสวนสอท.1 ได้คุมตัวนายชัยรัตน์ เข้าสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยมีทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 2 คน เข้าร่วมในกระบวนการสอบปากคำด้วย ซึ่งคุมตัวเข้าไปยังห้องสอบปากคำ นักข่าวพยายามถามนายชัยรัตน์ ว่ากังวลใจที่ถูกดำเนินคดีหรือไม่ มีความเครียดกดดันหรือไม่ ปฏิเสธหรือสารภาพข้อกล่าวหา มองอย่างไรที่ตำรวจเปลี่ยนสถานที่สอบไปมา แต่เจ้าตัวก้มหน้าและเกาะแขนตำรวจแน่น ไม่ตอบคำถามใดๆ เลย
ทั้งนี้ มีรายงานว่า จากการสอบปากคำตลอดทั้งคืน นายชัยรัตน์ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนจะฝากขังวันนี้หรือไม่ ต้องรอกระบวนการสอบปากคำเสร็จสิ้นก่อน และตามกฎหมายสามารถควบคุมตัวได้ 48 ชั่วโมง คือได้จนถึงวันพรุ่งนี้ แต่ก่อนหน้าที่ตำรวจจะคุมตัวเข้าไปสอบปากคำอีกครั้ง
เวลาประมาณ 08.30 น. นางสาวคุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายคดีจาก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาที่ บก.สอท.1 พร้อมบอกว่า หลังจากเมื่อวานเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะคุมตัวไปนายชัยวัฒน์ ไปฝากคุมตัวชั่วคราวไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง แล้วช่วงเช้าจะพาตัวมาสอบคำให้การเพิ่มเติม หรือส่งฝากขัง โดยบอกไว้ว่าช่วง 08.30 น.จะโทรประสานทนายความให้ทราบอีกครั้ง แต่ตอนที่ตนเองมาถึง ก็ยังไม่ประสานเข้ามา ซึ่งขณะนี้ได้ประสานให้ทีมงานศูนย์ทนายสิทธิฯ เดินทางไปที่สน.ทุ่งสองห้อง อีกครั้ง ว่า ตำรวจแจ้งส่งตัวผู้ต้องหาไปที่ไหน
ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้ทางเพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน บอกว่า หาผู้ต้องหาไม่เจอ ก่อนมารู้อีกทีว่าเจ้าหน้าที่พาตัวมาสอบกว่า 30 นาทีแล้ว โดยมองว่า ก็เกิดจากการประสานงานของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ชัดเจนว่าพาตัวผู้ต้องหาออกมาสอบหรือไม่อย่างไร ส่วนเรื่องการฝากขังนั้น ตามกระบวนการ ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาทุกคนที่จะต้องยื่นประกันตัว ซึ่งคดีที่เกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และการปลอมแปลงเอกสาร มองว่าหากกระบวนการของศาลยังไม่เสร็จสิ้นก็ถือว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการประกันตัว



