
'มูลนิธิเนชั่น ผนึก วปอ.รุ่น 59 – GPSC' แจกถุงยังชีพ 600 ถุง ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ธารน้ำใจไม่ทิ้งกัน! “มูลนิธิเนชั่น” จับมือ พล.อ.ประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ ประธาน วปอ.รุ่น 59 และ GPSC ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครนายกและปราจีนบุรี มอบถุงยังชีพ 600 ถุง พร้อมน้ำดื่ม 100 แพ็ค บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญน้ำท่วมขังนานนับเดือน
น้ำใจคนไทยไม่เคยทอดทิ้งกัน! “มูลนิธิเนชั่น” เดินหน้าโครงการ “เนชั่นปันน้ำใจ” ผนึกกำลัง พลเอกประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ ประธานนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 59 และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครนายกและปราจีนบุรี ด้วยการนำถุงยังชีพจำนวน 600 ถุงไปแจกจ่าย พร้อมน้ำดื่มสิงห์จากสิงห์อาสาอีก 100 แพ็ค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยเดินหน้าต่อไปได้
การลงพื้นที่ครั้งนี้แบ่งความช่วยเหลือออกเป็น 2 จุด ได้แก่ วัดเกาะกา อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก จำนวน 480 ถุง และวัดท่ากระทุ่ม อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 120 ถุง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 12 ร่วมอำนวยความสะดวกในการขนย้ายสิ่งของ เพื่อให้ความช่วยเหลือส่งถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึง
“เนชั่นปันน้ำใจ” ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ส่งต่อความช่วยเหลือถึงผู้ประสบภัย
คณะลงพื้นที่ในครั้งนี้ประกอบด้วย พลเอกประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ ในฐานะประธาน วปอ.รุ่น 59 และประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนางสาววิชาธร วงษ์พันธุ์ รองบรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี นายอิติปิโส ภคนันท์ มุมาน ผู้ประกาศข่าว ดร.พัฑฒิ บุณยสุขานนท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจการสาธารณะ และนายวีระวงศ์ จงเกษมวงศ์ ผู้จัดการส่วน หน่วยงานสื่อสารองค์กรและกิจการสาธารณะ จาก GPSC
นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากพลตรีศตวรรษ อินทร์กง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 พร้อมกำลังพลทหารกว่า 10 นาย ร่วมขนย้ายถุงยังชีพและน้ำดื่ม ตลอดจนช่วยประสานการส่งต่อสิ่งของให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับการลงพื้นที่วัดเกาะกา จังหวัดนครนายก ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่มูลนิธิเนชั่นเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หลังจากก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ในช่วงที่ระดับน้ำยังท่วมสูง พร้อมติดตามสถานการณ์และพูดคุยกับนายอำเภอปากพลี กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อประเมินความต้องการของประชาชนและวางแนวทางช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
พล.อ.ประชาพัฒน์ เผยรวมน้ำใจ 6 แสนบาท ช่วยชาวบ้านฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
พลเอกประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ปีนี้ ซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเสียหายและเผชิญความยากลำบากในการดำเนินชีวิต
หลังติดตามข่าวสารและเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน จึงเกิดความตั้งใจที่จะช่วยเหลือและส่งกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย โดยได้หารือกับเพื่อนร่วมรุ่น วปอ. รุ่นที่ 59 และครอบครัว จนสามารถรวบรวมเงินช่วยเหลือได้จำนวน 500,000 บาท พร้อมกันนี้ GPSC ยังร่วมสมทบทุนเพิ่มเติมอีก 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
การนำถุงยังชีพลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งของจำเป็น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าผู้ประสบภัยยังมีภาคีเครือข่ายและผู้คนที่พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
นครนายกน้ำลด แต่ยังมี 100 ครัวเรือนเผชิญน้ำท่วมขัง
ด้านนายสรรเสิญ คำทอง นายอำเภอปากพลี เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครนายกเริ่มคลี่คลายตามลำดับ แต่พื้นที่ตำบลท่าเรือและอำเภอปากพลียังคงเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่รับมวลน้ำ ทำให้มีน้ำท่วมขังตามเส้นทางสายรองภายในหมู่บ้านประมาณ 10% ของพื้นที่ ระดับน้ำสูงราว 30–40 เซนติเมตร และบางจุดมีน้ำท่วมขังต่อเนื่องมาเกือบ 1 เดือน
แม้เส้นทางสายหลัก วัด และโรงเรียนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีประชาชนประมาณ 100 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง บางครัวเรือนต้องพายเรือออกมารับสิ่งของจำเป็น ขณะที่เจ้าหน้าที่จัดจุดนัดรับถุงยังชีพและน้ำดื่มเพื่ออำนวยความสะดวก
สำหรับกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง มีทีมสาธารณสุขลงพื้นที่ติดตามดูแลเรื่องอาหาร ยารักษาโรค และความเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการนำเตียงผู้ป่วยชุดใหม่ไปเปลี่ยนให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงที่เตียงเดิมได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
นายอำเภอปากพลีระบุด้วยว่า ถุงยังชีพยังมีความจำเป็นต่อประชาชนในพื้นที่ โดยจะประสานกำนันและผู้ใหญ่บ้านนำสิ่งของไปแจกจ่ายให้แก่ครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดเป็นลำดับแรก เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง
เปิดชีวิต “ลุงสุขใส” น้ำท่วมบ้านเสียหาย น้องป่วยต้องย้ายโรงพยาบาล
ขณะที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่รับน้ำสำคัญของภาคตะวันออก ซึ่งประชาชนหลายครัวเรือนต้องเผชิญน้ำท่วมเป็นเวลานาน โดยหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบคือคุณลุงสุขใส งามสนอง อายุ 67 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับน้องชายที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคไต ต้องเข้ารับการฟอกไตเป็นประจำ
คุณลุงสุขใสเล่าว่า หลังน้ำเริ่มเข้าท่วมบ้านตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา จำเป็นต้องย้ายน้องชายออกไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอภัยภูเบศรก่อน แต่เมื่อโรงพยาบาลได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงต้องย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอื่นอีกประมาณ 3–4 แห่ง ก่อนจะกลับมาอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านสร้างในปัจจุบัน
ส่วนตัวคุณลุงเองต้องย้ายไปพักที่วัดท่ากระทุ่ม ซึ่งเคยจัดตั้งเป็นศูนย์พักพิงในช่วงน้ำท่วมสูง เนื่องจากบ้านตั้งอยู่ติดคลองชลประทานที่แยกมาจากแม่น้ำปราจีนบุรี และเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่มักเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ปีนี้ปริมาณน้ำมีมากจนสิ่งของที่เคยยกหนีน้ำได้ในปีก่อน ๆ กลับได้รับความเสียหายเกือบทั้งบ้าน รวมถึงห้องปลอดเชื้อที่จัดเตรียมไว้ให้น้องชายพักอาศัย ตลอดจนบ่อเลี้ยงปลาที่ถูกน้ำท่วมจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม
แม้ในช่วงน้ำท่วมสูงจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือด้านอาหารและน้ำดื่ม แต่เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง ประชาชนทยอยกลับบ้านและต้องเผชิญภารกิจฟื้นฟูที่อยู่อาศัยของตนเอง ถุงยังชีพที่มูลนิธิเนชั่นนำมามอบให้ในครั้งนี้จึงยังมีความสำคัญ เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้บางส่วน ท่ามกลางความเสียหายที่ต้องใช้เวลาและทรัพยากรในการฟื้นฟู
ทหาร มทบ.12 ยืนยันพร้อมช่วยเหลือ จนกว่าประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติ
พลตรีศตวรรษ อินทร์กง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 กล่าวว่า กำลังพลได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ตั้งแต่ช่วงแรกของสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งการขนย้ายประชาชนกลุ่มเปราะบาง การจัดส่งอาหารและสิ่งของจำเป็น ตลอดจนการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัย
แม้ปัจจุบันระดับน้ำในหลายพื้นที่จะเริ่มลดลงจนใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ แต่กำลังพลยังคงเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน โดยการร่วมกับมูลนิธิเนชั่นนำถุงยังชีพจากกองทัพภาคที่ 1 มาแจกจ่ายในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก
พลตรีศตวรรษกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงแรกที่ทหารเข้าช่วยเหลือ ประชาชนจำนวนมากมีสีหน้าเศร้าหมองจากผลกระทบของน้ำท่วม แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ก็พบว่าหลายคนกลับมายิ้มแย้มได้มากขึ้น พร้อมย้ำขอให้ทุกคนอดทนและร่วมกันก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
การลงพื้นที่ของ “เนชั่นปันน้ำใจ” ในครั้งนี้ จึงสะท้อนพลังความร่วมมือของภาคเอกชน สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานทหาร ที่ร่วมกันส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและต้องการสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน เพราะในวันที่ต้องเผชิญความสูญเสีย น้ำใจและกำลังใจจากคนรอบข้างคืออีกหนึ่งพลังสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปได้
สรุปข่าวคมชัดลึก
มูลนิธิเนชั่นเดินหน้าโครงการ “เนชั่นปันน้ำใจ” ร่วมกับพลเอกประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ ประธาน วปอ.รุ่น 59, GPSC และกำลังพล มทบ.12 มอบถุงยังชีพ 600 ถุง พร้อมน้ำดื่ม 100 แพ็ค ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดนครนายกและปราจีนบุรี หลังหลายพื้นที่เผชิญน้ำท่วมขังนานนับเดือน แม้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูชีวิตและบ้านเรือน สะท้อนพลังน้ำใจและความร่วมมือที่ไม่ทอดทิ้งประชาชนในยามวิกฤต
#มูลนิธิเนชั่น #เนชั่นปันน้ำใจ #ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม #น้ำท่วมนครนายก #น้ำท่วมปราจีนบุรี #คมชัดลึก



