
เสนอรัฐ ‘ปราบสินค้าผิดกฎหมาย’ บุหรี่เถื่อนทำสูญรายได้ปีละ 4 หมื่นล้าน
ดันวาระแห่งชาติเสนอรัฐ ‘ปราบสินค้าผิดกฎหมาย’ เป็นวาระแห่งชาติ เผยบุหรี่เถื่อนทะลักทำรัฐสูญรายได้ปีละ 4 หมื่นล้าน!
ภาคเอกชนยุโรปจับมือกระทรวงพาณิชย์-หน่วยงานปราบปราม ร้องรัฐบาลยกระดับการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็น "วาระแห่งชาติ" ชี้กระทบภาพลักษณ์และการลงทุน อาเซียน-สหภาพยุโรป เผยข้อมูลสะเทือนใจ บุหรี่เถื่อนพุ่ง 28% ของตลาด ทำรายได้รัฐรั่วไหลปีละกว่า 40,000 ล้านบาท แนะใช้ AI ตรวจสอบและปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเป็นอัตราเดียวสกัดช่องโหว่ สมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) นำโดย นางภารณี อดุลยพิเชฏฐ์ ประธาน EABC ได้จัดงานสัมมนาสำคัญในหัวข้อ “การบูรณาการมาตรการต่อต้านการค้าผิดกฎหมายและการส่งเสริมความโปร่งใสของภาครัฐ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และความร่วมมือระดับอาเซียน” ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมด้วย ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), กรมสรรพสามิต, สำนักงาน ป.ป.ท., คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และนักวิชาการเข้าร่วมอย่างคึกคัก
4 ข้อเสนอใหญ่ ยกระดับปราบสินค้าผิดกฎหมาย
EABC และผู้แทนภาคธุรกิจได้ยื่นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลไทย เพื่อสกัดกั้นขบวนการค้าผิดกฎหมายข้ามพรมแดน ทั้งสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อาหาร และยาปลอม ซึ่งกำลังบั่นทอนระบบเศรษฐกิจและนิติธรรมของประเทศ โดยมีสาระสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
- ดันเป็นวาระแห่งชาติ: กำหนดนโยบายระดับชาติพร้อมจัดตั้งกลไกประสานงานกลางที่ชัดเจน
- นำเทคโนโลยีและ AI มาใช้: พัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และใช้ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Profiling) ในการตรวจสินค้านำเข้าและสินค้าผ่านแดน
- ผสานความร่วมมืออาเซียน & สหภาพยุโรป: ดำเนินการตามกรอบความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป และมาตรฐาน OECD เพื่อปิดช่องโหว่การทุจริตคอรัปชัน
- ปราบปรามช่องทางออนไลน์: เพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม E-Commerce และตลาดค้าปลีก
หนึ่งในตัวอย่างความเสียหายที่ชัดเจนที่สุดคือ ปัญหาบุหรี่เถื่อน โดยผลสำรวจซองบุหรี่เปล่า (Empty Pack Survey: EPS) ไตรมาสแรกของปี 2569 พบว่า สัดส่วนบุหรี่เถื่อนในไทยพุ่งสูงถึง 28% ของตลาดรวม ส่งผลให้รัฐบาลต้องสูญเสียรายได้ภาษีสรรพสามิตและภาษีท้องถิ่นรวมกันมากกว่า 40,000 ล้านบาทต่อปี
ด้าน รศ.ดร.ถิรภาพ ฟักทอง จากศูนย์บริการวิชาการเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เปิดเผยผลวิจัยระบุว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่แบบสองอัตราในปัจจุบัน (25% สำหรับราคาไม่เกิน 72 บาท และ 42% สำหรับราคาเกิน 72 บาท) คือปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สร้างช่องว่างราคา จนผลักดันให้ตลาดนอกระบบขยายตัว
อาจารย์ธรรมศาสตร์เสนอทางออกว่า รัฐบาลควรพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีเป็น "อัตราเดียว (Single Rate)" ที่ 25% ควบคู่กับการปรับเพิ่มภาษีตามปริมาณ 0.05 บาท/มวน ทุกๆ 2 ปี และเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปราม 0.5% - 1% ต่อปี ซึ่งจะช่วยลดปริมาณบุหรี่เถื่อนในระยะยาวได้สูงสุดถึง 15.7% ภายในปี 2588
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาสินค้าผิดกฎหมายข้ามพรมแดน โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ปรับปรุงกฎระเบียบและกระบวนการอนุมัติต่างๆ ให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่สุจริต และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในระยะยาว



