
สยบดราม่ากะเพรา! กาง 107 รายชื่อพืช ยื่นจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ได้ตามกฎหมาย
สยบดราม่ากะเพรา! กรมวิชาการเกษตร กางบัญชี 107 พืชเศรษฐกิจ พืชไร่-ผัก-ไม้ดอก-ไม้ผล จดทะเบียน ‘พันธุ์พืชใหม่’ ได้ตามกฎหมาย
เคลียร์ชัดทุกกระแส! กรมวิชาการเกษตร ยืนยัน การขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มาตรา 14 ไม่ได้จำกัดแค่ “กะเพรา” เผยรัฐประกาศครอบคลุมพืช 6 กลุ่ม รวม 107 รายการ ชี้เป็นการคุ้มครองเฉพาะ “พันธุ์ปรับปรุงใหม่” ไม่กระทบพันธุ์พื้นเมือง เกษตรกร-ประชาชนยังปลูกและเก็บกินได้ตามปกติ
จากกรณีดราม่าร้อนแรงในสังคมเกี่ยวกับการยื่นขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ของพืชเศรษฐกิจ ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 น.ส.ธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร ได้เปิดเผยข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและเกษตรกร น.ส.ธิดากุญ ระบุว่า ปัจจุบันมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำหนดชนิดพืชที่สามารถยื่นขอจดทะเบียนเป็น "พันธุ์พืชใหม่" ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 รวมทั้งสิ้น 107 รายการ ซึ่งครอบคลุมพืชหลากหลายกลุ่ม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กะเพราตามที่เป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้
การคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าวมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ โดยสิทธิในการคุ้มครองจะเกิดขึ้นเฉพาะกับ "พันธุ์พืชที่มีการปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาใหม่" และผ่านเกณฑ์การตรวจสอบของกรมวิชาการเกษตรเท่านั้น โดย ไม่ได้กระทบถึงสายพันธุ์ดั้งเดิม พันธุ์พื้นเมือง หรือพันธุ์ทั่วไป ที่ประชาชนและเกษตรกรปลูก รับประทาน หรือจำหน่ายกันอยู่เดิมแต่ประการใด
เจาะลึก 107 รายชื่อพืช 6 กลุ่มที่มีสิทธิ์ขอจดทะเบียนคุ้มครอง กรมวิชาการเกษตร ได้สรุปจัดหมวดหมู่กลุ่มพืชทั้ง 107 รายการออกเป็น 6 กลุ่มหลัก ดังนี้
1. กลุ่มพืชไร่ (22 รายการ)
- ข้าว, ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ปาล์มน้ำมัน, สับปะรด, ฝ้าย, งา, อ้อย, ข้าวโพด, มันสำปะหลัง, หญ้าแฝก, หญ้าเนเปียร์และลูกผสม, ไผ่, หญ้ารูซี่และลูกผสม, อ้อยดำ, กัญชง, กัญชา (พืชสกุลแคนนาบิส), ถั่วลิสง, ฝ้าย (พืชสกุลฝ้าย), กระท่อม, พืชสกุลแตงและลูกผสม, หญ้านวลน้อย, ยาสูบ
2. กลุ่มพืชผัก (24 รายการ)
- มะเขือเทศ, พริก, ถั่วฝักยาว, มะเขือ, บวบเหลี่ยม, ฟักทองและลูกผสม, ฟัก/แฟง, มะระ, ถั่วแขก, ผักกาดหอม, ผักกาดกวางตุ้ง, ผักบุ้ง, แตงกวา/แตงร้าน, ผักคะน้า, แตงโม, แตงเทศ/เมล่อน/แคนตาลูปหลายรูปแบบและลูกผสม, กระเจี๊ยบเขียว, กะหล่ำปลี, ผักกาดหัว, มันเทศ, มันฝรั่ง, กะเพรา, บัวบก, หอมแดง
3. กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ (27 รายการ)
- โป๊ยเซียน, หยก, บัว, แก้วกาญจนา, สนทม, ชวนชม, บอนสี, กล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิสและลูกผสม, กล้วยไม้สกุลแคทลียาและลูกผสม, กล้วยไม้สกุลหวายและลูกผสม, กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม, กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี, ไม้ดอกสกุลบานชื่น, หน้าวัว, กุหลาบ, ดาวเรือง, เบญจมาศ, ว่านสี่ทิศ, หม้อข้าวหม้อแกงลิง, ลิ้นมังกร, เตย, กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียมและลูกผสม, ชายผ้าสีดา, ยูโฟร์เบีย (พืชสกุลยูโฟร์เบีย), พุทธรักษา (พืชสกุลพุทธรักษา), ทิวลิป, ลิลลี่
4. กลุ่มไม้ผล / ไม้ยืนต้น (27 รายการ)
- ลำไย, ลิ้นจี่, มะม่วง, มะขาม, มะนาวโห่และลูกผสม, มะปราง, กล้วย, ขนุน, ทุเรียน, มะละกอ, ส้มโอ, มะเฟือง, น้อยหน่าและลูกผสม, ฝรั่ง, ส้มเขียวหวานและลูกผสม, เงาะ, ยางพารา, อะโวคาโด, อินทผลัม, มะพร้าว, ชมพู่, หม่อน, กาแฟ, ส้มจีนและลูกผสม, โกโก้และลูกผสม, หม่อน (พืชสกุลหม่อน), สตรอเบอร์รี่
5. กลุ่มพืชให้เนื้อไม้ (5 รายการ)
- ยูคาลิปตัส, สัก, กระถินณรงค์, อะเคเซียและลูกผสม, เทพทาโร
6. กลุ่มเห็ด (2 รายการ)
- เห็ดถั่งเช่าสีทอง, เห็ดสกุลเห็ดร่างแห
การออกมาชี้แจงในครั้งนี้ ช่วยสยบความกังวลของสังคมไทยที่เกรงว่าการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชจะทำให้เกิดการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ยืนยันว่า พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มีเจตนารมณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์พืชแข่งขันในระดับสากล ในขณะเดียวกันก็มีมาตรการคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรในการเก็บพันธุ์พืชทั่วไปไว้ปลูกและแลกเปลี่ยนตามวิถีชุมชนเดิมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย



