ข่าว

รัฐยกระดับเข้ม! บังคับใช้ มอก. บังคับแบตเตอรี่ EV ผลิต-นำเข้า-จำหน่าย

รัฐยกระดับเข้ม! บังคับใช้ มอก. บังคับแบตเตอรี่ EV ผลิต-นำเข้า-จำหน่าย

23 ต.ค. 2569

รัฐบาลยกระดับเข้ม! ออก มอก. บังคับแบตเตอรี่ EV คุมตั้งแต่ผลิต-นำเข้า-จำหน่าย พร้อมวางแนวทางดูแลหลังหมดอายุ

 

รัฐบาลเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นอุตสาหกรรม EV ไทย กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมคลอดกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานบังคับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (มอก. 3026-2563) ครอบคลุมทั้งการผลิต นำเข้า และจำหน่าย สกัดความเสี่ยงไฟลัดวงจร-ความร้อนสูง พร้อมสั่งวางแนวทางจัดการแบตเตอรี่หลังหมดอายุใช้งานเพื่อความยั่งยืน

 

รัฐยกระดับเข้ม! บังคับใช้ มอก. บังคับแบตเตอรี่ EV ผลิต-นำเข้า-จำหน่าย

ยกระดับความปลอดภัย! บังคับใช้ มอก. 3026-2563 แบตเตอรี่ EV

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการส่งเสริมและควบคุมยานยนต์ไฟฟ้าว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้านโยบายยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ผลักดันการกำหนดมาตรฐานบังคับ สำหรับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่สามารถอัดประจุซ้ำได้ (REESS) ที่ไม่ใช่ชนิดตะกั่วกรด สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV (ประเภท M และ N หรือรถยนต์ 4 ล้อขึ้นไปที่ใช้ขนส่งผู้โดยสารและสินค้า) โดยต้องเป็นไปตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 3026-2563 ส่วนที่ 2 ด้านความปลอดภัย

 

รัฐยกระดับเข้ม! บังคับใช้ มอก. บังคับแบตเตอรี่ EV ผลิต-นำเข้า-จำหน่าย

 

คุมเข้มระบบป้องกัน! ผิดมาตรฐานห้ามขาย

สำหรับมาตรฐานดังกล่าว จะเน้นไปที่ระบบความปลอดภัยสำคัญ 3 ด้านหลัก ได้แก่:

  • การป้องกันการชาร์จไฟเกิน
  • การป้องกันอุณหภูมิสูงเกิน
  • การควบคุมการลัดวงจร

เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุหรือความผิดปกติที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้ เมื่อกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะต้องขอรับใบอนุญาตตามกฎหมาย ส่วน ผู้จำหน่ายจะต้องขายเฉพาะสินค้าที่ได้รับอนุญาตและได้มาตรฐานเท่านั้น

 

รัฐยกระดับเข้ม! บังคับใช้ มอก. บังคับแบตเตอรี่ EV ผลิต-นำเข้า-จำหน่าย

 

นอกเหนือจากการคุมเข้มก่อนออกสู่ตลาดแล้ว รัฐบาลยังมองยาวไปถึงการบริหารจัดการแบตเตอรี่หลังหมดอายุการใช้งาน โดยให้กระทรวงอุตสาหกรรมนำข้อเสนอการติดตามระบบกักเก็บพลังงานและผลกระทบหลังบังคับใช้กฎหมายไปพิจารณาจัดทำแนวทางต่อไป อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทาง ไม่ใช่การประกาศใช้ระบบรับคืนหรือบังคับรีไซเคิลในทันที ส่วนกำหนดเวลาการบังคับใช้ ร่างกฎกระทรวงจะมีผล เมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงขอเตือนให้ผู้ประกอบการเร่งติดตามความคืบหน้า และเตรียมความพร้อมเรื่องการทดสอบมาตรฐานและการขอใบอนุญาตไว้ล่วงหน้า

"รัฐบาลต้องการให้อุตสาหกรรม EV ไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่เพิ่มยอดผลิตหรือยอดขาย แต่ต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนเรื่องความปลอดภัย พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน"