ข่าว

สรุปดราม่ากะเพรา! เอกชนรายใหญ่ย่องจดสิทธิ์ "กะเพราป่าแก้วจุรี" 4 สายพันธุ์

สรุปดราม่ากะเพรา! เอกชนรายใหญ่ย่องจดสิทธิ์ "กะเพราป่าแก้วจุรี" 4 สายพันธุ์

23 ต.ค. 2569

คมจบให้สรุปดราม่ากะเพรา! เอกชนรายใหญ่ย่อง จดสิทธิ์คุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ "กะเพราป่าแก้วจุรี" 4 สายพันธุ์  พร้อมไขข้อสงสัยคนไทยยังปลูกกิน-ทำขายได้ไหม?

 

 

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความกังวลให้สังคมอย่างหนัก หลังมีข่าวบริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ “กะเพราป่าแก้วจุรี” รวม 4 สายพันธุ์ (แก้วจุรี 01, 02, 03 และ 04) จนเกิดคำถามตามมาในหมู่ประชาชน เกษตรกร และพ่อค้าแม่ค้าว่า ผัดกะเพราจานโปรดจะแพงขึ้นหรือไม่? ต่อไปจะปลูกกะเพรากินเองหรือเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อผิดกฎหมายหรือเปล่า?

 

สรุปดราม่ากะเพรา! เอกชนรายใหญ่ย่องจดสิทธิ์ "กะเพราป่าแก้วจุรี" 4 สายพันธุ์

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาชี้แจงว่า ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก การจดทะเบียนดังกล่าวเป็นการคุ้มครองสิทธิ์เฉพาะพันธุ์ใหม่ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้เป็นการผูกขาดสายพันธุ์กะเพราทั้งหมดในประเทศไทย

 

ข้อจำกัดเฉพาะ 4 สายพันธุ์ "แก้วจุรี" ที่ทางซีพีแรมเป็นผู้ทรงสิทธิ บุคคลอื่นหรือผู้เพาะ  คือ ห้าม! นำเมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ หรือส่วนขยายพันธุ์ของ 4 สายพันธุ์นี้ไปทำการ "ขยายพันธุ์เพื่อการค้า" หรือจำหน่ายเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ

 

 

สรุปดราม่ากะเพรา! เอกชนรายใหญ่ย่องจดสิทธิ์ "กะเพราป่าแก้วจุรี" 4 สายพันธุ์

 

3 สิทธิ์ที่ประชาชนและเกษตรกรยังทำได้ตามปกติ

  1. ปลูกกินเอง-ปลูกขาย: สามารถปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปเพื่อบริโภคหรือเก็บใบขายได้ตามปกติ
  2. ร้านอาหารขายได้สบายใจ: การนำใบกะเพรามาประกอบอาหารจำหน่าย ไม่ถือว่ามีความผิดใดๆ
  3. เลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ได้อิสระ: ไม่จำเป็นต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชนรายดังกล่าว สามารถใช้พันธุ์พื้นเมืองทั่วไปได้ตามสะดวก

กฎหมายให้การคุ้มครองผู้พัฒนาพันธุ์พืชใหม่เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ "ส่วนขยายพันธุ์" เช่น เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า หรือกิ่งพันธุ์ ของสายพันธุ์แก้วจุรี 01-04 เท่านั้น หากนำไปขยายพันธุ์เพื่อผลิตจำหน่ายเชิงพาณิชย์จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ถือสิทธิ์ อย่างไรก็ดี ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 (มาตรา 33) ยังมีข้อยกเว้นคุ้มครองคนทำงานและเกษตรกร ดังนี้:

  • การศึกษาวิจัย: นำไปศึกษาวิจัยหรือพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ต่อได้
  • การใช้ที่ไม่ใช่การค้า: ปลูกเพื่อใช้ในครัวเรือนตนเอง
  • เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์: การที่เกษตรกรเก็บส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองผลิตขึ้นไว้ปลูกต่อในแปลง สามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายที่กำหนด

 

สรุปดราม่ากะเพรา! เอกชนรายใหญ่ย่องจดสิทธิ์ "กะเพราป่าแก้วจุรี" 4 สายพันธุ์

 

ขณะที่ภาคประชาสังคมอย่าง มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) และเครือข่ายเกษตรกร ยังคงแสดงความห่วงใยถึงผลกระทบต่อสิทธิ์ของเกษตรกร การเข้าถึงพันธุ์พืช และการเข้าถึงความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ ซึ่งภาครัฐยืนยันว่าพร้อมเปิดรับฟังข้อมูลที่ตรวจสอบได้เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหาร

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 รวมถึงการพิจารณาข้อกังวลเกี่ยวกับแนวทางอนุสัญญา UPOV 1991 อย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อต้นทุนและสิทธิ์ของเกษตรกรไทยในระยะยาว