
กรมควบคุมโรค คัดกรองชาวบ้านปราจีนฯ 250 ราย ใกล้จุดพบคราบน้ำมัน
กรมควบคุมโรค คัดกรองสุขภาพ ชาวบ้านปราจีนบุรี 250 ราย ใกล้จุดพบคราบน้ำมัน เก็บปัสสาวะกลุ่มเสี่ยง ตรวจสารหาเคมี
19 ต.ค. 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคให้ความสำคัญกับการติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อาจสัมผัสน้ำหรือคราบน้ำมันในพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยพิจารณาจากประวัติการสัมผัส ระยะเวลาที่สัมผัส ตลอดจนอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงและกำหนดแนวทางติดตามสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2569 ทีมปฏิบัติงานลงพื้นที่สัมภาษณ์และคัดกรองสุขภาพประชาชนในตำบลคู้ลำพันและตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี โดยครอบคลุมพื้นที่รัศมี 2-7 กิโลเมตร จากบริเวณที่มีการทิ้งขยะอันตราย และบริเวณตามแนวที่พบคราบน้ำมันไหลผ่าน ผลการคัดกรองประชาชน 250 ราย พบว่า กลุ่มเสี่ยงสูง 52 ราย กลุ่มเสี่ยงปานกลาง 145 ราย และกลุ่มเสี่ยงต่ำ 53 ราย โดยไม่พบผู้ที่อยู่ในกลุ่มมีอาการอันตราย
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยงร่วมกับประชาชน และดำเนินการคัดกรองสุขภาพในตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ และตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมเผยแพร่คำแนะนำในการป้องกันตนเองแก่ประชาชน
สำหรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทีมปฏิบัติงานเก็บตัวอย่างปัสสาวะจากประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูง 50 ราย เพื่อตรวจหาสารที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสสารปิโตรเคมี ได้แก่ โทลูอีน (Urine Toluene) สไตรีน (Mandelic acid plus phenylglyoxylic acid in urine) เบนซีน (t,t-MA) และสารหนูในปัสสาวะ (Urine As)
ทั้งนี้ ผลตรวจจะนำมาพิจารณาร่วมกับประวัติการสัมผัสและอาการของแต่ละบุคคล เพื่อประกอบการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ นอกจากนี้ ได้ตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยใช้เครื่องมือ GC portable จำนวน 2 จุด ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลโคกปีบ ผลการตรวจวัดพบว่าสาร BTEXS, ก๊าซไข่เน่า (H2S) และ 1,3-Butadiene มีค่าต่ำกว่าขีดจำกัดความสามารถในการตรวจวัด (LOD)
ด้าน นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวแนะนำประชาชนในพื้นที่ว่าควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนที่สงสัยว่าปนเปื้อนสารเคมี หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูต และอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม รวมถึงปิดแผลให้มิดชิด หลังสัมผัสน้ำควรรีบล้างร่างกายด้วยน้ำสะอาดและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที พร้อมหลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์น้ำและผลผลิตทางการเกษตรจากพื้นที่ที่อาจปนเปื้อน จนกว่าจะมีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยจากหน่วยงานราชการ
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่นคัน ระคายเคืองผิวหนัง แสบตา ไอ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือแน่นหน้าอก หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรออกจากบริเวณเสี่ยงไปยังพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท สะดวก และเข้ารับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์โดยด่วน พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือสารเคมีให้ทราบ เพื่อประกอบการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422



