
ศุลกากรประจวบฯ ยึดบุหรี่-ของหนีภาษีล็อตใหม่ มูลค่าของกลางรวม 40 ล้าน
ทลายแก๊งขนส่งของเถื่อน! ศุลกากรประจวบฯ ตั้งด่านห้วยยาง ยึดบุหรี่-ของหนีภาษีล็อตใหม่ ส่งตรงกรุง มูลค่าของกลางรวม 40 ล้านบาท
วันที่ 17 ต.ค. 2569 นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยผลการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ทั้ง DSI เขต 7, สรรพสามิต, ตชด.14, ฉก.จงอางศึก, ปกครองจังหวัด, ด่านกักกันสัตว์, ประมง และตำรวจในพื้นที่ เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” เพื่อตัดวงจรการลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายจากชายแดนภาคใต้เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน
จากการตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนเพชรเกษม บริเวณด่านตรวจห้วยยาง อ.ทับสะแก และเข้าตรวจค้นบริษัทขนส่งเอกชนเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีภาษีหลายรายการ อาทิ
- บุหรี่ต่างประเทศ: 9,650 ซอง (193,000 มวน) มูลค่ารวมภาษีประมาณ 2.18 ล้านบาท
- บุหรี่ไฟฟ้า: 63 ชิ้น
- สินค้าอุปโภคบริโภคต่างประเทศ: อาทิ อินทผลัม, ชา, แป้งตอติญ่า, แครกเกอร์, ซีเรียล และสุราต่างประเทศ
นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า การปฏิบัติการตามแผนพิทักษ์คีรีขันธ์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. – 16 ต.ค. 2569 สามารถดำเนินคดีได้แล้วรวม 19 คดี ยึดของกลางสำคัญ ได้แก่ บุหรี่ต่างประเทศกว่า 3.45 ล้านมวน (มูลค่า 39.4 ล้านบาท), บุหรี่ไฟฟ้า, สุรา และกระเป๋าแบรนด์เนมปลอม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางภาษีรวมสูงถึง 39,937,507 บาท
จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ขบวนการค้าของเถื่อนได้ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีจากเดิมที่ใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ หันมาใช้วิธี “สงครามส่งด่วน” แบบกองทัพมด โดยนำสินค้าผิดกฎหมายไปซุกซ่อนผ่านระบบขนส่งพัสดุด่วนเอกชน มีการใช้ชื่อปลอมหรือบัญชีม้า พร้อมจ่าหน้ากล่องอำพรางเป็นอะไหล่ยนต์หรือของใช้ในบ้าน แล้วกระจายเข้าศูนย์คัดแยกเพื่อปะปนกับพัสดุทั่วไป ส่งถึงมือผู้ซื้อทั่วประเทศภายใน 24–48 ชั่วโมง ผ่านการสั่งซื้อในโซเชียลมีเดียกลุ่มปิด
พฤติการณ์ดังกล่าวนอกจากจะทำลายระบบการคลังของชาติ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายปีละหลายหมื่นล้านบาทแล้ว ยังสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้อง และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนเนื่องจากสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร โดยขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อยู่ระหว่างขยายผลเตรียมออกหมายเรียกบริษัทขนส่ง ผู้ส่งสินค้า และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต อย่างเด็ดขาดต่อไป



