
"ทนายอั๋น" แจ้งความกองปราบ ล่ามือลอบติด GPS ใต้รถ หวั่นถูกปองร้าย
"ทนายอั๋น บุรีรัมย์" แจ้งความกองปราบ ล่ามือลอบติด GPS ใต้รถ แกะรอยเจ้าของซิม เชื่อถูกหมายหัว หวั่นถูกปองร้าย
16 ต.ค. 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความเอาผิด เจ้าของซิมการ์ดกล่อง GPS 2 เครื่อง กรณีถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดี แอบติดเครื่องติดตามตัวกลางเมืองจังหวัดอำนาจเจริญ
ทนายอั๋น กล่าวว่า สาเหตุที่มากองปราบวันนี้ เนื่องจากรู้สึกว่าชีวิตไม่เหมือนเดิม นับตั้งแต่ตนเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็รู้สึกเหมือนชีวิตเดินทางเข้าใกล้ความตาย ต่อมาก็เห็นคนแอบมาถ่ายภาพคลิปวิดีโอหน้าบ้านของตนเองที่จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วไปโพสต์ในกลุ่ม Facebook พร้อมกับระบุเวลาที่ตนเดินทางกลับมาถึงบ้านตอน 21.00 น. ซึ่งในเช้าวันต่อมาตนได้นำความดังกล่าวไปแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ก่อนจะพบว่ามีคนมาถ่ายรูปหน้าบ้านอีกครั้ง
ซึ่งตอนแรกตนคิดว่าเป็นตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน. ที่มาเก็บข้อมูลทนายอั๋นเข้าพื้นที่ จากนั้นในช่วงบ่ายก็เห็นรูปรถยนต์ส่วนตัวของตนถูกโพสต์ในกลุ่มดังกล่าวอีกครั้ง เมื่อดูจากมุมกล้องแล้วตนจึงมั่นใจว่าน่าจะเป็นคนที่ใส่เสื้อสีดำผมสั้น ขับรถตามถ่ายรูปส่งให้คนที่จังหวัดอำนาจเจริญโพสต์ลงกลุ่ม จนถึงช่วงเวลาก่อนนอนก็มีการโพสต์รูปลงกลุ่มอีกครั้ง โดยระบุข้อความว่า "เดินทางปลอดภัยนะ ทนายสายอินฟลูฯ"
จากนั้นในวันเดียวกันตนจึงรู้สึกไม่ปลอดภัยแล้วจึงเดินทางไปแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อทำเรื่องขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ตำรวจภูธรภาค 3 ให้ตนเขียนคำร้องไว้ จากเหตุการณ์ทั้งหมดตนจึงตะขิดตะขวงใจ นำไปสู่การเดินทางไปที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะพบว่ารถยนต์ถูกติดเครื่องติดตามดักจับพี่พิกัด GPS บริเวณใต้บังโคลนยนต์จำนวน 2 กล่อง ตนจึงทำการปิดเครื่องปิดสัญญาณการติดตามพร้อมถ่ายภาพและถอดออกมาเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยพบว่าหนึ่งในสองเครื่องยังสามารถใช้งานตามปกติ ซึ่งถ้าเป็นระเบิดตนคงตายไปแล้ว
ทนายอั๋น กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าขบวนการนี้ใช้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นฐานปฏิบัติการ แต่ทางตำรวจไม่ให้ตนดูกล้องวงจรปิด แล้วตนจะไว้ใจตำรวจได้อย่างไร ซึ่งตนได้นำกล่องเครื่องติดตามดังกล่าวกลับมาตรวจสอบพร้อมแกะซิมออกแล้วนำมาใส่ในโทรศัพท์อีกเครื่อง แล้วโทรเข้าเบอร์โทรของตนปรากฏว่าเบอร์โทรดังกล่าวคือ 094-501-23XX ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าคนที่จดทะเบียนเบอร์นี้ อาศัยอยู่ที่จังหวัดอำนาจเจริญหรือไม่
ทนายอั๋น กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานของกล่อง GPS ทางผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามันทำงาน 2 ระบบ คือ ส่งพิกัดไปยังแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์ของเจ้าของเครื่อง แบบเรียลไทม์และระบุพิกัดละเอียดอย่างยิ่ง และอีกบทบาท คือ นอกจากรู้พิกัดก็สามารถดักหัวโทรศัพท์ได้ ดังนั้น หากใครโทรมาที่เบอร์ดังกล่าวนี้ ก็จะได้ยินเสียงสนทนาของตนในรถยนต์ได้ เพราะมันเป็นซิมที่รับได้อัตโนมัติเลย ฉะนั้น มันจะสามารถตรวจสอบได้เลยว่าใครมีการโทรฯ เข้าก่อนเวลา 14.00 น. ของวันที่ 15 ต.ค.69 หรือไม่ และใช่คนในจังหวัดอำนาจเจริญหรือไม่ หรือเป็นตำรวจ หรือคนปล่อยเงินกู้ หรือพวกช่วยทำเว็บพนันฯ หรือไม่
เพราะตอนนี้มีคนหนึ่งที่ตนสงสัยว่าเป็นคนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็มีการทำเว็บพนันฯ จึงหวังว่าภายในเวลา 3 วัน ทางกองบังคับการปราบปราม จะอำนวยความสะดวกตรวจสอบให้ตนได้ว่าเป็นใครที่กระทำการ เพราะตนมาแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของซิมการ์ดนี้ และคนที่โทรฯ เข้า-ออก เบอร์นี้ คาดว่าคงมีประมาณ 2-3 รายมาเกี่ยวข้องแน่นอน



