ข่าว

รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานจราจร ย้ำ ห้ามซุ่มจับ ไม่สวมโม่งปิดใบหน้า

รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานจราจร ย้ำ ห้ามซุ่มจับ ไม่สวมโม่งปิดใบหน้า

15 ต.ค. 2569

รอง ผบ.ตร. ประชุมขับเคลื่อนงานจราจร เน้นโปร่งใส ตรวจสอบได้ ย้ำ เตือนก่อนปรับ ไม่สวมหมวกโม่งปิดบังใบหน้า

14 ต.ค. 2569 พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังนโยบายและกำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับนโยบายด้านการจราจร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 

การปฏิบัติงานด้านการจราจรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป้าหมายสำคัญคือ การสร้างวินัยจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุบนถนน ตามนโยบายหลักของ ผบ.ตร. โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องไม่ปิดบังใบหน้า ไม่สวมหมวกโม่งปิดคลุมใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ห้ามเรียกตรวจแบบซุ่มจับ การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนต้องสุภาพ มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เพื่อมุ่งคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง
 

พร้อมกันนี้ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน ประกอบด้วย การตรวจสอบประวัติการขับขี่ของผู้ขับขี่ผ่านระบบ PTM (Police Ticket Management) ก่อนพิจารณาดำเนินการทุกครั้ง โดยยึดหลักการตักเตือนก่อนเปรียบเทียบปรับ หากพบการกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการปรับตามกฎหมายแบบขั้นบันได และจะเพิ่มอัตราโทษจนถึงระดับสูงสุดหากยังฝ่าฝืนกระทำผิดซ้ำอีก

 

รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานจราจร ย้ำ ห้ามซุ่มจับ ไม่สวมโม่งปิดใบหน้า

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งการเตือนก่อนปรับ ไม่เจาะจงข้อหาว่าข้อหาใดต้องเตือนก่อน แต่ตำรวจจราจรใช้ดุลพินิจว่าการกระทำผิดกฎหมายจราจรนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใดหรือไม่
 

เช่น ขับรถฝ่าไฟแดง ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร หากขับไปชนหรือทำให้รถคันอื่นเกิดอุบัติเหตุ การแข่งรถใน หรือการเมาแล้วขับ ลักษณะนี้ก็ต้องดำเนินคดีเพราะเป็นข้อหาที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งตัวผู้ขับขี่เองและผู้อื่น
 

รวมทั้งยังเน้นการนำเทคโนโลยี เช่น กล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบอัตโนมัติ มาใช้ในการตรวจจับ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน ส่งเสริมความโปร่งใสและตรวจสอบได้
 

ในส่วนของการให้บริการด้านการจราจร ได้ยกระดับการทำงานใน 6 มิติ ได้แก่ การบริหารจัดการจราจรให้คล่องตัว การป้องกันและลดอุบัติเหตุ การอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม การสื่อสารให้ความรู้เพื่อสร้างวินัยจราจร และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายอย่างเคร่งครัด สนับสนุนเครื่องมือ ติดตามแก้ไขปัญหา ตลอดจนดูแลสวัสดิการและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อขับเคลื่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติสู่การเป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา

 

รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานจราจร ย้ำ ห้ามซุ่มจับ ไม่สวมโม่งปิดใบหน้า